กทม. ตั้งด่านสุ่มตรวจคนเดินทางข้ามจังหวัด ซักประวัติติดตามได้สะดวก สกัดแพร่เชื้อโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

31 มี.ค.63 - พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า กทม. ตั้งด่านสุ่มตรวจคนเดินทางข้ามจังหวัด พร้อมซักประวัติเพื่อการติดตามได้สะดวก สกัดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 กทม.ได้ตั้งด่านตรวจคัดกรองบุคคลเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ บนถนนสายหลัก 12 จุด และสถานีขนส่งอีก 3 แห่ง เพื่อเป็นการคัดกรองโรคเบื้องต้นพร้อมทั้งให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวแก่ประชาชน ซึ่งเราได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.63 และหมุนเวียนการทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

ในช่วงแรกพบว่ามีปัญหาทั้งด้านบุคลากรและอุปกรณ์ในการตรวจคัดกรองไม่เพียงพอ กทม.ก็ได้เร่งสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือให้แก่เจ้าหน้าที่ พร้อมทั้งจัดหากำลังเสริมมาสนับสนุนการทำงาน เพื่อเป็นการคัดกรองคนตั้งแต่ทางเข้าเมืองมีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น นอกจากนี้ กทม.จะสำรวจเส้นทางเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ เพิ่มเติม เพื่ออุดช่องโหว่ผู้ที่อาจใช้เส้นทางอื่นในการหลีกเลี่ยงด่านตรวจต่อไป

ส่วนของการตรวจคัดกรองนั้น เจ้าหน้าที่จะสุ่มตรวจรถที่เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เช่น รถที่มีผู้โดยสารจำนวนมาก รถทะเบียนต่างจังหวัด รถที่มีเด็กหรือผู้สูงอายุ รถที่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารไม่ใส่หน้ากากป้องกัน ซึ่งนอกจากการตรวจวัดอุณหภูมิแล้ว ก็จะซักประวัติต่างๆ ด้วย หากพบว่ามีอาการไข้และอาการผิดปกติเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ จะมีการบันทึกประวัติและที่อยู่ และแนะนำให้ไปตรวจที่โรงพยาบาลตามสิทธิการรักษา หากไม่สะดวกไปด้วยตนเอง กทม.จะจัดรถพยาบาลส่งต่อไปยังสถานพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพฯ ครับ

กทม.ขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางออกนอกบ้าน และงดเดินทางข้ามจังหวัดในระยะนี้ เพื่อร่วมกันป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 สำหรับประชาชนที่จำเป็นต้องเดินทางออกนอกบ้าน ขอให้สวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกครั้ง หลีกเลี่ยงการเข้าไปในสถานที่ที่แออัด เว้นระยะห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 1-2 เมตร ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำสบู่ หรือแอลกอฮอล์ล้างมือเมื่อต้องไปสัมผัสจับต้องสิ่งของสาธารณะด้วยครับ


ถึงตอนนี้........ "ม็อบรุ่นใหม่" ก็หนังกลับ "คืนสภาพจริง" "นักเรียน-นักศึกษา" แค่ผักชี นปช.ทักษิณ "เสื้อแดงแจ๋" เนื้อแท้ ชัดเจน!

ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'