ปฏิบัติการ‘พาคนไทยกลับบ้าน’ ในวิกฤติ Covid-19


เพิ่มเพื่อน    

                วันก่อน ผมคุยกับ กัปตัน นพ.กรพรหม แสงอร่าม ผ่าน Suthichai Live ว่าด้วยประเด็น “ช่วยคนไทยในต่างแดนกลับบ้านในภาวะวิกฤติ Covid-19”

                “หมอต้วง” เรียนจบมาทางศัลยกรรมหัวใจ แต่รักการบิน จึงทำงานทั้งสองอาชีพ และประสบความสำเร็จทั้งสองด้าน

                เป็นทั้งหมอที่เข้าใจคนในฐานะมนุษย์ร่วมโลก และเป็น “เพื่อนร่วมชาติ” ของประเทศไทย

                และในฐานะเป็นนักบินก็เห็นถึงศักยภาพที่จะช่วยให้คนไทยที่ติดอยู่ในต่างประเทศเพราะการระบาดของ Covid-19 ให้ได้กลับบ้าน

                เงื่อนไขสำคัญคือรัฐบาลไทยจะต้องตัดสินกำหนดนโยบายให้ส่งเครื่องบินไปรับคนไทยในต่างประเทศกลับบ้าน

                เงื่อนไขสำคัญประการที่สองคือ คนไทยทั่วไปจะต้องไม่รังเกียจเพื่อนร่วมชาติที่อยู่ต่างประเทศว่าอาจจะเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสกลับมาติดคนไทยในบ้าน

                หนึ่ง เพราะเขาเป็นเพื่อนร่วมชาติ

                สอง เพราะส่วนใหญ่พวกเขายังไม่ติดเชื้อด้วยซ้ำไป

                และ “หมอต้วง” เสนอตัวพร้อมที่จะอาสาขับเครื่องบินเที่ยวพิเศษเพื่อรับคนไทยกลับประเทศในยามที่ทั่วโลกกำลังต่อสู้กับโรคระบาดร้ายแรงนี้

                วันก่อน “กัปตันกรพรหม” เขียนไว้ในเฟซบุ๊กส่วนตัวเล่าประสบการณ์และเสนอความเห็นประเด็นนี้ได้น่าฟังมาก

                บางตอนของข้อความนั้นบอกว่า

                เมื่อเช้าทำหน้าที่กัปตัน TG961 บินกลับมาจากสวีเดน มีผู้โดยสารทั้งลำ 8 คน

                ย้ำว่า 8 คน !!!

                เนื่องจากติดนโยบายใบรับรองแพทย์และใบรับรองสถานทูต

                ในขณะที่ขาออกจากไทยไปสวีเดน ผู้โดยสารเต็มลำ (ฝรั่งกลับบ้าน)

                สถานการณ์ตอนนี้ คนไทยที่ติดอยู่ต่าง ระเทศก็ไม่รู้จะได้กลับมาเมื่อไหร่?

                ห่วงบ้าน ห่วงญาติพี่น้อง

                ที่ประเทศนั้นๆ จะปลอดภัยมั้ย? จะระบาดรุนแรงมั้ย?

                ตกงาน เงินจะพอใช้มั้ย? มีคำถามมากมาย

                อยากเสนอแนวทางดังนี้

                1.จัดหาสถานที่กักกัน เช่น โรงแรม สถานพักฟื้น nursery รีสอร์ต ถ้าหาไม่ได้จริงๆ โรงแรมม่านรูดก็พอไหว

                เอาที่เจ้าของเขาอาสาเข้าร่วม ซึ่งน่าจะมีหลายที่ที่สนใจ เพราะตอนนี้ไม่มีลูกค้า

                หายอดห้องพักสัก 1,000 ห้อง ไม่ต้องหรูมาก ส่งทหารไปคุมสถานที่ระหว่างกักกัน ส่งข้าวกล่องหน้าห้อง วันละสามมื้อ

                ทำความสะอาดห้องเอาเอง เอาอุปกรณ์ไปให้ เสื้อผ้าซักตากเอง จริงๆ แก้ผ้าเดินเล่นในห้องก็ไม่มีใครว่า ดูทีวีไปเล่นเน็ตไป แจกปรอทให้วัดไข้ตัวเองทุกวัน ครบ 14 วัน ก่อนกลับบ้าน วัดไข้โดยเจ้าหน้าที่ลองทำเป็น model ไปก่อน 1,000 ห้อง ถ้า work ดี ก็ขยายเพิ่ม กระตุ้นเศรษฐกิจได้ด้วย

                2.ให้ผู้ที่จะเดินทางกลับรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการกักกัน เช่น วันละ 2,000 บาท คูณ 14 ก็ 28,000 ต่อคน ครบ 14 วัน ถ้าสบายดี ออก หนังสือรับรองให้ แล้วกลับไปอยู่บ้านได้ ทำตัวเหมือนประชาชนคนอื่นๆ

                3.จัดเที่ยวบินพิเศษ รับเฉพาะคนไทยกลับบ้าน ผมอาสาไปบินให้เอง เชื่อว่ามีนักบิน/ลูกเรือหลายคนเต็มใจที่จะทำ (เอาฝรั่งไปส่งได้ด้วย) โดย quarantine ก่อนออกเดินทาง วัดไข้ ตอนเช็กอินก่อนเดินทางสามชั่วโมง วัดอีกทีหน้าประตู วัดอีกทีตอน boarding เสร็จ (ป้องกันพวกปิดบังอาการ) จัดที่นั่งเอาแบบตัวเว้นตัว ครึ่งลำพอ ใส่หน้ากากหมดทั้งลำ ไม่มีการเสิร์ฟอาหาร ให้เป็นแซนด์วิชกับน้ำขวด

                4.ถ้าใครมีไข้หรือป่วยไปแล้วไม่ให้กลับ ให้รักษาที่ต่างประเทศไปเลย (ใช้หลักการเหมือนผู้โดยสารป่วยทั่วๆ ไปที่ห้ามเดินทาง เพราะจะแพร่เชื้อบนเครื่อง เป็นอันตรายต่อคนอื่น)

                5.ใครที่ยังไม่มีไข้ ไม่มีอาการไอ ให้ถือว่ายังปกติไว้ก่อนจนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าป่วย

                6.ลงเครื่องที่สุวรรณภูมิ ผ่านกระบวนการ quarantine ปุ๊บ ส่งตัวขึ้นรถไปสถานที่กักกันเลย ทุกคนต้องอยู่ในห้อง เช็กยอดทุกวัน

                น่าจะเป็นทางออกที่พอจะกระทำได้ ณ เวลานี้ ดีกว่าไปลอยแพตามมีตามเกิดในต่างแดน

                “หมอต้วง” บอกว่าประเทศอื่นไม่มีที่ไหนเขากีดกันพลเมืองตนเอง

                ในยามนี้คำว่า “เพื่อนร่วมชาติ” มีความสำคัญยิ่ง

                คำว่า “รักชาติยิ่งชีพ” จะพิสูจน์ได้ก็ตอนนี้แหละ

                วิญญาณบรรพบุรุษจะได้ภูมิใจว่า “เราไม่ทิ้งกัน”.

 


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน