เว้นภาษีนำเข้าหน้ากากฯ พณ.ลุยเชือดกักตุนสินค้า


เพิ่มเพื่อน    

 นายกฯ สั่งศุลกากรเว้นภาษีนำเข้าหน้ากากอนามัย เครื่องมือทางการแพทย์ ยา เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ที่ตรวจ-รักษาโควิด-19 ขณะที่พาณิชย์เผยจับกุมผู้กระทำความผิดกรณีไข่ไก่แพงได้อีก 3 ราย มียอดรวม 24 ราย ฟุ้งสถานการณ์ไข่ไก่เริ่มดีขึ้นหลังห้ามส่งออกอีก 30 วัน ส่วนหน้ากากอนามัยจับกุมได้เพิ่ม 10 ราย มียอดจับกุมแล้วรวม 230 ราย ด้านอัยการสูงสุดสั่งอัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเด็ดขาดพวกกักตุนสินค้า ฉ้อโกง แพร่ข่าวเท็จซ้ำเติมสถานการณ์

    นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 31 มี.ค.2562 ว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้มีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยสั่งการให้กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ยกเว้นภาษีอากรนำเข้าหน้ากากอนามัย เครื่องมือทางการแพทย์ อุปกรณ์ชุดตรวจหาไวรัสโควิด-19 และยา เวชภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการใช้รักษาเชื้อไวรัสโควิด-19 และสั่งการให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งกระบวนการตรวจเพื่อรับรองมาตรฐานให้สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยาใช้เวลาดำเนินการภายใน 1 วัน และกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ใช้เวลาดำเนินการภายใน 4 วัน รวมถึงให้กระทรวงพาณิชย์เข้มงวดในการคุมราคาสินค้าไข่ไก่ตั้งแต่หน้าฟาร์มและพ่อค้าคนกลางมากกว่าการค้าปลีก รวมถึงให้งดการส่งออกไข่ไก่ไปต่างประเทศในระยะนี้
    พร้อมกันนี้ ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขจัดทำหนังสือรวบรวมมาตรการในการป้องกัน รักษา และบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ประกอบด้วย กระทรวงการคลังรวบรวมมาตรการเยียวยาและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และกระทรวงวัฒนธรรมจัดทำจดหมายเหตุเหตุการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั่วโลกและในประเทศไทย
    “นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้กระทรวงกลาโหม โดยกองทัพภาคที่ 4 กระทรวงมหาดไทย ปิดการเดินทางเข้า-ออกจังหวัดภูเก็ตทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ รวมทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19” นางนฤมลกล่าว
    นางนฤมลกล่าวอีกว่า นายกฯ ยังสั่งการให้เฝ้าระวังกิจกรรมที่มีลักษณะการรวมกลุ่มทุกกิจกรรม โดยมอบหมายให้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เข้มงวดในการออกอากาศรายการมวยทางโทรทัศน์ สั่งการให้สํานักงานตํารวจแห่งชาติ (สตช.) เข้มงวดในการควบคุมผู้ขับขี่จักรยานยนต์รับจ้าง หรือวินมอเตอร์ไซค์ สวมใส่หน้ากากอนามัย ปฏิบัติตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งให้จับกุมการลักลอบการเล่นพนัน การสังสรรค์อย่างผิดกฎหมาย และฝ่าฝืนแข่งรถ
    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรียังได้กำชับแผนการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยต่อวันในช่วง 5 วันนี้เป็นการชั่วคราว จากจำนวนการผลิตหน้ากากอนามัยที่กระทรวงพาณิชย์สามารถจัดหาได้ 2.3 ล้านชิ้นต่อวัน จากการผลิตทั้ง 11 บริษัท ให้จัดสรรให้กระทรวงมหาดไทย 8 แสนชิ้น และกระทรวงสาธารณสุข 1.5 ล้านชิ้น โดยให้กระทรวงมหาดไทยแจกจ่ายผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยไปยังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 76 จังหวัด เพื่อกระจายไปยังผู้ปฏิบัติงานทั้งอาสาสมัครสาธารณสุข เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร และผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง
    ในส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะทำการแจกจ่ายหน้ากากอนามัยจำนวน 1.5 ล้านชิ้น ผ่านบริษัทไปรษณีย์ไทยไปยังสถานพยาบาลในกรุงเทพมหานคร และสถานพยาบาลใน 76 จังหวัด เพื่อนำไปให้แก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ที่สังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และเอกชน รวมทั้งจะมีทั้งส่วนของนักศึกษาแพทย์และนักศึกษาพยาบาลที่เตรียมพร้อมจะช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกด้วย
    นางนฤมลกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครม.ยังมีมติอนุมัติแต่งตั้งคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2497 ขึ้นใหม่ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และมีปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมศุกากร อธิบดีกรมการค้าภายใน และอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นกรรมการ โดยให้อธิบดีกรมการปกครองเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้สำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการสำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ตาม พ.ร.บ.สำรวจการกักตุนโภคภัณฑ์ พ.ศ.2497
    วันเดียวกัน นายสุพพัต อ่องแสงคุณ? โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการปฏิบัติการกรณีสินค้าอุปโภคบริโภคและเวชภัณฑ์ของกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้สถานการณ์สินค้าไข่ไก่ได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ได้ใช้อำนาจตามที่คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ได้ให้อำนาจไว้ ยืดระยะเวลาห้ามส่งออกไข่ไก่ออกไปอีก 30 วัน ทำให้ผลผลิตไข่ไก่ในประเทศเพิ่มสูงขึ้น และยังได้มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังในการจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิด ทำให้ปัญหาการจำหน่ายไข่ไก่มีราคาสูงเกินจริงลดลง และสถานการณ์ไข่ไก่ ทั้งปริมาณไข่ไก่และราคาเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
    สำหรับผลการจับกุมผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 ในส่วนของไข่ไก่ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.2563 ที่ผ่านมา สามารถจับกุมได้อีก 3 ราย ได้แก่ ที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคา และที่จังหวัดนครปฐม ข้อหาขายราคาเกินสมควร ทำให้ยอดรวมการจับกุมตั้งแต่วันที่ 26-30 มี.ค.2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 24 ราย
    ส่วนผลการจับกุมผู้กระทำความผิดในส่วนของหน้ากากอนามัย ของวันที่ 30 มี.ค.2563 จับกุมได้อีก 10 ราย แยกเป็นกรุงเทพฯ 1 ราย ข้อหากระทำความผิดขายเกินราคาควบคุม และต่างจังหวัด 9 ราย ได้แก่ จังหวัดภูเก็ต 3 ราย กระทำความผิดข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคา 2 ราย และขายราคาเกินสมควร 1 ราย จังหวัดเพชรบูรณ์ กระทำความผิดไม่ปิดป้ายราคา 1 ราย และจำหน่ายเกินราคาควบคุมและขายราคาเกินสมควร 1 ราย จังหวัดบึงกาฬ กระทำความผิดขายเกินราคาควบคุม 1 ราย จังหวัดระยอง กระทำความผิดขายราคาเกินสมควร 2 ราย และจังหวัดอำนาจเจริญ กระทำความผิดขายเกินราคาควบคุม ไม่ปิดป้ายแสดงราคา และปฏิเสธการจำหน่ายสินค้าควบคุม 1 ราย ทำให้มียอดรวมการจับกุมรวม 230 ราย แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 111 ราย และต่างจังหวัด 119 ราย
    ทั้งนี้ โทษที่ผู้กระทำความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 จะได้รับ หากเป็นข้อหาขายเกินราคาควบคุม (มาตรา 25) มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ข้อหาไม่ปิดป้ายแสดงราคาขาย (มาตรา 28) มีอัตราโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ข้อหาขายแพงเกินสมควร (มาตรา 29) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
    นายสุพพัตกล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ขอให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดภาวการณ์ขาดแคลนอาหารและสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างแน่นอน เพราะประเทศไทยเป็นแหล่งผลิตอาหารที่สำคัญ และอยากที่จะขอความร่วมมือประชาชนทุกคนอย่ากักตุน ขอให้ซื้อแต่พอเพียง ซึ่งจะช่วยให้สถานการณ์ในขณะนี้ดีขึ้น
    อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบประชาชน โดยเฉพาะสินค้าที่มีความต้องการเพิ่มขึ้นในขณะนี้ ทั้งไข่ไก่ หน้ากากอนามัย เจลล้างมือ และแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นสินค้าที่ประชาชนต้องการในสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 รวมถึงจะมีการตรวจสอบและติดตามสินค้ารายการอื่นๆ อย่างใกล้ชิดด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาส
    ทางด้านนายประยุทธ เพชรคุณ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา ในฐานะรองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือที่ อส. 0001/ว.140 ลงวันที่ 31 มี.ค.2563 แจ้งให้อัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเฉียบขาดกับผู้ทำการกักตุนสินค้าอุปโภคบริโภค และจำหน่ายสินค้าเกินราคาควบคุม เช่น หน้ากากอนามัยไข่ไก่ หรือสินค้าจำเป็นในครัวเรือน เป็นต้น การฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ 
    รวมทั้งการส่งข้อความอันเป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ประกอบข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558 (ฉบับที่ 1) พระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ.2558 พระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 และกฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยถือว่าการกระทำดังกล่าวนอกจากจะเป็นความผิดตามกฎหมายดังกล่าวแล้ว ยังส่งผลให้มาตรการที่รัฐบาลกำหนดให้ประชาชนปฏิบัติเพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ.
 


"แดงส้ม ๓ นิ้ว" เกิดการยิงกันเองในหมู่คณะ เป็นเรื่องไม่ผิดคาดหมาย! ประหนึ่ง "อาถรรพณ์แผ่นดิน" เคยเกิดเช่นนี้มาก่อนแล้วเมื่อ ๘๘ ปีก่อนโน้น!

'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"