โควิดเจาะสหรัฐอ่วม-ยุโรปก็สาหัส


เพิ่มเพื่อน    

 ยอดติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกผ่านหลัก 800,000 รายแล้ว สเปนโงหัวไม่ขึ้นตายเพิ่มวันเดียวเป็นสถิติใหม่ 849 ศพ อิตาลีสงบนิ่งไว้อาลัยผู้วายชนม์ครบ 11,500 ชีวิต สหรัฐดับทะลุ 3,000 อาเซียนน่าวิตก พม่าสังเวยศพแรก หลายชาติพบผู้ติดเชื้อเพิ่มต่อเนื่อง อินโดนีเซียตายเยอะสุดแต่ผู้นำเพิ่งตื่นประกาศภาวะฉุกเฉิน

    การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังส่งผลกระทบต่อประชากรเกือบครึ่งโลก หรือราว 3,600 ล้านคน โดยจำนวนผู้ติดเชื้อล่าสุดตามการรวบรวมแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐ เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2563 ตามเวลาประเทศไทย มีผู้ติดเชื้อสะสม 801,400  ราย เสียชีวิตแล้ว 38,743 ราย และหายแล้ว 172,657 ราย 
    อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในโลก เมื่อวันจันทร์เสียชีวิตเพิ่ม 812 ราย จำนวนรวมเป็น 11,591 ศพแล้ว จากผู้ติดเชื้อสะสม 101,739 ราย ซึ่งหายแล้ว 14,620 ราย เมื่อวันอังคารทั่วอิตาลีพร้อมใจกันสงบนิ่งไว้อาลัยนาน 1 นาที และลดธงครึ่งเสา เพื่อไว้อาลัยต่อผู้เสียชีวิตที่ทะลุหลัก 11,500 คนในเวลา 1 เดือน ซึ่งนับเป็นโศกนาฏกรรมการสูญเสียจากภัยพิบัติคราวเดียวครั้งเลวร้ายที่สุดของอิตาลีนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 นอกจากนี้รัฐบาลยังตัดสินใจขยายเวลาการล็อกดาวน์ 3 สัปดาห์ออกไปเป็นถึงวันที่ 12 เมษายน
    สถานการณ์ในสเปนก็ยังไม่ถึงจุดสูงสุดเช่นกัน เมื่อวันอังคารสเปนรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตอีก 849 คนในช่วง 24 ชั่วโมง เป็นยอดตายมากที่สุดในวันเดียว ยอดรวมเป็น 8,189 ศพ จากผู้ติดเชื้อ 94,417 ราย วันก่อนหน้านี้ทางการสเปนออกคำสั่งห้ามจัดงานศพไม่ว่าบุคคลนั้นจะเสียชีวิตจากสาเหตุใด รวมถึงการจัดพิธีรำลึกที่บ้าน โดยจะอนุญาตให้มีผู้ร่วมพิธีฝังศพไม่เกิน 3 รายและต้องรักษาระยะห่าง 1-2 เมตรด้วย
    ที่เบลเยียม ซึ่งจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มอย่างต่อเนื่องเป็น 12,775 ราย และ 705 ศพ ตามลำดับ เมื่อวันอังคารพบกรณีเด็กหญิงอายุเพียง 12 ปีที่ติดเชื้อโควิด-19 เสียชีวิต ซึ่งเป็นกรณีที่พบน้อยมาก
    ที่สหรัฐอเมริกา จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 3,170 คนแล้วในวันอังคาร สหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลกและยังเพิ่มขึ้นไม่หยุด โดยมียอดติดเชื้อสะสม 164,719 ราย หายแล้วเพียง 5,945 ราย มหานครนิวยอร์กเมืองเดียวมีคนเสียชีวิต 914 รายแล้ว เรือพยาบาลของกองทัพสหรัฐขนาด 1,000 เตียงเข้าเทียบท่าที่เกาะแมนฮัตตัน เพื่อแบ่งเบาภาระของโรงพยาบาลในเมืองนี้ ขณะเดียวกันที่สวนสาธารณะเซ็นทรัลพาร์ก ทางการก็จัดตั้งโรงพยาบาลสนามไว้แล้ว
    ในภูมิภาคอาเซียน รัฐบาลเมียนมายืนยันว่า มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเสียชีวิตรายแรกในประเทศเมื่อวันอังคาร เป็นชายวัย 69 ปีที่เป็นโรคมะเร็ง คำแถลงของกระทรวงสาธารณสุขเมียนมากล่าวว่า คนไข้รายนี้เคยไปรับการรักษาที่ออสเตรเลีย และระหว่างการเดินทางกลับเมียนมายังได้แวะที่สิงคโปร์ด้วย เขาเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในนครย่างกุ้งเมื่อเช้าวันอังคาร
    เมียนมามีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้วเพียง 14 ราย ส่วนใหญ่เป็นคนที่เคยเดินทางไปต่างประเทศ แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขเมียนมาเตือนว่า มีความเสี่ยงสูงมากที่จะเกิด "การระบาดใหญ่" ในประเทศ หลังจากแรงงานนับแสนคนในไทยเดินทางกลับเข้าประเทศก่อนไทยปิดพรมแดน
    ส่วนที่เวียดนาม ซึ่งมีผู้ติดเชื้อยืนยันแล้ว 204 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต เมื่อวันอังคาร นายกรัฐมนตรีเหงียน ซวน ฟุก แถลงว่า เวียดนามจะเริ่มใช้มาตรการรักษาระยะห่างทางสังคมเป็นเวลา 15 วัน เริ่มตั้งแต่วันพุธที่ 1 เมษายน โดยประชาชนจะต้องอยู่ในเคหสถาน และจะอนุญาตให้ออกจากบ้านได้เพื่อซื้ออาหารหรือเป็นกรณีฉุกเฉินเท่านั้น และต้องเว้นระยะห่างจากบุคคลอื่นอย่างน้อย 2 เมตร
    สถานการณ์ในฟิลิปปินส์รุนแรงมากขึ้น กระทรวงสาธารณสุขแถลงว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 538 คน เพิ่มขึ้นมากที่สุดใน 1 วัน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 2,084 ราย มากเป็นอันดับสองในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยังมีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 10 คน ยอดเสียชีวิตรวมเป็น 88 คน ส่วนมาเลเซียพบผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 140 รายเมื่อวันอังคาร ยอดรวมเพิ่มเป็น 2,766 ราย มากที่สุดในกลุ่มอาเซียน และมีผู้เสียชีวิตอีก 6 ราย รวมเป็น 43 ราย
    อินโดนีเซีย ซึ่งเพิ่งตรวจพบว่ามีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายแรกเมื่อต้นเดือนมีนาคม แต่ถึงวันอังคาร พบผู้ติดเชื้อแล้ว 1,528 ราย โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ 114 รายเมื่อวันอังคาร และเสียชีวิตอีก 14 ราย ยอดรวมเป็น 136 ศพ เป็นยอดเสียชีวิตมากที่สุดในอาเซียน อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปเชื่อกันว่า จำนวนผู้ติดเชื้อในอินโดนีเซียซึ่งเต็มไปด้วยหมู่เกาะและมีประชากรมากกว่า 260 ล้านคน สูงกว่าที่รัฐบาลรายงานมาก 
    รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า สมาคมแพทย์อินโดนีเซียกล่าวเตือนไว้ว่า วิกฤติไวรัสโคโรนาในประเทศเลวร้ายกว่าที่มีรายงานอย่างเป็นทางการมาก และการตอบสนองของรัฐบาลก็ย่ำแย่ไม่มีชิ้นดี ผู้ว่าราชการจังหวัดจาการ์ตาซึ่งมีประชากรถึง 30 ล้านคน กล่าวไว้ว่า ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม มีศพเหยื่อไวรัสทั้งที่ยืนยันแล้วหรือต้องสงสัยเกือบ 300 ศพ ถูกห่อด้วยพลาสติกแล้วรีบนำไปฝังในเมืองนี้
    ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินทั่วประเทศแล้วเมื่อวันอังคาร แต่เขายังคงเมินเสียงเรียกร้องให้ล็อกดาวน์เมืองใหญ่ทั่วประเทศ ในคำแถลงเมื่อวันอังคารวิโดโดไม่ได้เผยรายละเอียดของภาวะฉุกเฉินมากนัก มีเพียงการขอให้ประชาชนเว้นระยะห่างในสังคม และประกาศงบประมาณช่วยเหลือทางสังคมและอุดหนุนแรงงานรายได้ต่ำ 1,500 ล้านดอลลาร์
    วันเดียวกัน กรมราชทัณฑ์ของอินโดนีเซียประกาศจะปล่อยผู้ต้องขังเกือบ 30,000 คน เพื่อช่วยควบคุมการแพร่ระบาดในเรือนจำที่แออัด จำนวนดังกล่าวมากกว่า 10% จำนวนผู้ต้องขังทั้งประเทศ 272,000 คน.


ถึงตอนนี้........ "ม็อบรุ่นใหม่" ก็หนังกลับ "คืนสภาพจริง" "นักเรียน-นักศึกษา" แค่ผักชี นปช.ทักษิณ "เสื้อแดงแจ๋" เนื้อแท้ ชัดเจน!

ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'
ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์
ฤๅหมาต้องตายในตรอก
'นิมิตเมืองจากชาวเมือง'
"ฟางเส้นสุดท้ายของรัฐบาล"
'ปฐมสถาปนาล้มเจ้า'