'WHO'ว่างจัดเลิกใช้'Social distancing'ให้ใช้'Physical distancing'แทน


เพิ่มเพื่อน    

1 เม.ย.2563 -  ดร.เฉลิมพล ไวทยางกูร นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “Social distancing กับ Physical distancing...” ระบุว่า ตอนนี้ WHO เปลี่ยนคำพูดใหม่จากคำว่า การเว้นระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing เป็น การเว้นระยะห่างทางกายภาพ หรือ physical distancing ซึ่งนักวิชาการด้านระบาดวิทยาเห็นด้วยว่าเป็นคำที่ถูกต้องมากกว่า เพราะ การเว้นระยะห่างทางสังคมนั้น มีความหมายกว้างขวางคลุมแม้กระทั่งเรื่องของจิตใจ ไม่ให้ใกล้ชิดกันทางใจ ซึ่งไม่ใช่ในเรื่องนี้

เรื่องของจิตใจนั้น ไม่ใช่เรื่องป้องกันการระบาด แต่เป็นเรื่องของความรู้สึก ไม่ควรให้เกิดความรู้สึกว่าห่างกัน ไม่ห่วงกัน เพียงแต่ในทางกายภาพเท่านั้นที่ต้องห่างกันสองเมตรหรือหกฟุต เพื่อให้พ้นจากระยะไอจามที่มีเชื้อไวรัสติดออกมาด้วย

ผมเขียนเรื่อง ระยะห่างทางสังคม หรือ social distancing มานานหลายปีเกี่ยวกับการใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพราะเป็นเรื่องของสังคมจริงๆ

ผมบอกว่า ผู้ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์ต้องรักษาระยะห่างกับเพื่อนสังคมออนไลน์พอสมควร ไม่เช่นนั้นจะตกอยู่ในจริตที่อินไปกับเรื่องดราม่า ทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องจริง การรักษาระยะห่างทางสังคมออนไลน์จะทำให้เรามีสติ ไม่บ้าบอคอแตกตาม แชร์เรื่องที่โพสต์หรือแชร์กันต่อๆโดยขาดสติ ซึ่งอาจมีผลให้ต้องรับโทษในความผิดหรือแม้กระทั่งเกิดปัญหาหมิ่นประมาทถูกฟ้องร้องดำเนินคดี ทั้งๆที่ตนเองไม่ได้ก่อให้เกิด

ที่จริงผมก็พูดเรื่องการเว้นระยะห่างทางกายภาพ หรือ physical distancing เช่นกัน เพราะพวกที่ศึกษาทางด้านพฤติกรรมศาสตร์เห็นและตั้งข้อสังเกตุมานานแล้ว เช่นคนที่สนิทกันอาจพูดคุยแบบใกล้ชิดติดหูกระซิบกระซาบ แต่ถ้าไม่สนิทพอก็จะยืนห่างกันออกไป และยิ่งกับคนที่รู้จักผิวเผินก็จะยิ่งอยู่ห่างกันเป็นเมตร ระยะห่างนี้ถือเป็นภาษากาย หรือ body language ที่บอกอะไรได้หลายอย่าง

คำใหม่คือ ระยะห่างทางกายภาพ หรือ physical distancing จะมาทดแทนคำว่าระยะห่างทางสังคม (social distancing) ได้หรือไม่ ก็คงต้องรอดูกันต่อไป....
 


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"