'หมอประกิต' ห่วงสูบบุหรี่-ดื่มเหล้าเสี่ยงติดโควิด ระบาดรุนแรง ห้องไอซียู เครื่องช่วยหายใจมีไม่พอ


เพิ่มเพื่อน    

4 เม.ย.63 -  ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 หรือ โควิด-19 ว่า ขณะนี้ยังมีคนบางกลุ่มพยายามส่งต่อข้อมูลว่า การติดโควิด-19 ไม่มีอะไรน่ากลัว หายแล้วก็กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ การระบาดนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญ ซึ่งในความเป็นจริง ผู้ป่วยที่ติดโควิด-19 ส่วนใหญ่ อาการจะไม่หนัก เช่น ข้อมูลจากจีน ซึ่งเป็นประเทศแรกที่พบการระบาดนั้น พบว่าผู้ป่วยประมาณ 15% ต้องอยู่โรงพยาบาล และประมาณ 5% ต้องรักษาตัวอยู่ไอซียูแต่ปัญหาใหญ่ของโควิด-19 ไม่ได้อยู่ที่กลุ่มผู้ป่วยที่อาการไม่หนัก หรือแสดงอาการไม่มาก แต่ประเด็นที่น่าเป็นห่วงคือ หากเกิดการระบาดมาก จะทำให้มีผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงต่อการมีผู้เสียชีวิตมากขึ้นตามไปด้วย

ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เชื้อไวรัสชนิดนี้รุนแรงมากขึ้นคือ การสูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยมีรายงานจากวารสารการแพทย์จีน ระบุว่าผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการทรุดหนักรวมถึงเสียชีวิต เป็นผู้สูบบุหรี่มากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 14 เท่า การสูบบุหรี่จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะทำให้เกิดปอดอักเสบรุนแรง รวมถึงการเสียชีวิตจากเชื้อไวรัส โควิด-19 ดังนั้นการลดปัจจัยเสี่ยงโดยการไม่สูบบุหรี่และไม่สูบบุหรี่ไฟฟ้า จะเป็นการเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกายในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้ ซึ่งที่ไทยมีการพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนจากการเที่ยวผับ บาร์ จากพฤติกรรมการสูบบุหรี่มวนเดียวกันและดื่มเหล้าแก้วเดียวกัน สร้างความตื่นตัวให้กับสังคมไทยอย่างมาก มีความพยายามรณรงค์ให้ผู้ที่สูบบุหรี่พยายามเลิกบุหรี่ให้ได้

“ระบบการให้บริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลทั่วประเทศไทย ยังไม่สามารถรองรับผู้ป่วยจำนวนมากๆ ในเวลาเดียวกันได้ เนื่องจากเตียงในห้องไอซียูมีไม่พอ เครื่องช่วยหายใจไม่พอ เหล่านี้อาจส่งผลต่อคนไข้อาการหนักอื่นๆ ที่ต้องเข้าอยู่ในห้องไอซียู เช่น หัวใจวายเฉียบพลันที่ต้องการการรักษาในห้องไอซียู ก็จะไม่มีโอกาสเข้าถึงบริการเหล่านี้ และจะเสียชีวิตในชีวิตสุด หรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ที่จะให้การรักษาผู้ป่วยหนักก็จะมีไม่เพียงพอ” ศ.นพ.ประกิต กล่าว

ศ.นพ.ประกิต กล่าวอีกว่า ประเทศอิตาลี หมอต้อง “ถูกบังคับ” ให้ทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะต้องทำ คือต้องเลือกว่าจะใช้เครื่องช่วยหายใจกับคนไข้คนไหนที่จะมีโอกาสรอดมากกว่า คนที่เหลือก็ต้องปล่อยให้หอบ รักษาโดยไม่มีเครื่องช่วยหายใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเสียชีวิต ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้ จึงเป็นปัญหาที่คนไทยทุกคนจะต้องช่วยกัน เป็นเรื่องที่ต้องเข้าใจและเห็นแก่ส่วนรวม คนที่ยังไม่เป็นก็ระวังตัวอย่าให้ติดเชื้อ ต้องป้องกันตัวเองตามที่กระทรวงสาธารณะสุขแนะนำ คนที่ป่วยก็ต้องไม่ไปแพร่เชื้อให้คนอื่น อย่าเห็นว่าเป็นเรื่องเล็ก ทุกคนต้องช่วยกันไม่ให้มีคนป่วยเพิ่มขึ้นให้ได้


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.