บันทึกหน้า4


เพิ่มเพื่อน    

      ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เมื่อวันอังคาร มีสัญญาณดีขึ้นโดย นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า "ขณะนี้ประเทศไทยมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 38 ราย ยอดสะสม 2,258 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 1 ราย รวมเสียชีวิต 27 ราย หายแล้วรวม 824 ราย ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่วันนี้ 38 ราย ทำให้หัวใจพองโตและดีขึ้นมากๆ" แต่ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ เพราะตัวเลขอาจดีดกลับได้อีก เพราะเมื่อ 4 เม.ย.ติดเชื้อรายใหม่ 89 ราย 5 เม.ย.ดีดขึ้น 102 ราย 6 เม.ย.ลดลงเหลือ 51 ราย โฆษก ศบค.จึงบอกว่า "ถ้าทุกคนให้ความร่วมมือ ก็ถือเป็นการทำงานของทุกคนที่ทำให้การแพร่ระบาดลดลง เราพึงพอใจ ....ดังนั้น การ์ดห้ามตก ตกเมื่อไหร่ก็โดนต่อย โดนกระทุ้ง น็อกได้เลยทีเดียว จึงต้องตรึงแบบนี้ตลอดไป" ...o

      แต่ตัวเลขที่ยังไม่น่าพอใจคือ ช่วงการประกาศเคอร์ฟิว เมื่อคืนวันที่ 6 เม.ย.ถึงเช้า 7 เม.ย. มีคนออกจากเคหสถานเพิ่มขึ้น 1,217 ราย เพิ่มขึ้นจากคืนก่อนที่มี 919 ราย มีการดำเนินคดี 1,047ราย ตักเตือน 246 ราย รวม 1,293 ราย โฆษก ศบค.บอกว่าตัวเลขดูไม่ดีเลย หากไม่ให้ความร่วมมือมาตรการจะเข้มข้นขึ้น เพราะการออกนอกบ้านถือเป็นความเสี่ยงทั้งนั้น แต่นักการเมืองอย่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า กลับยังห่วงใยเสรีภาพมองว่า "การใช้อำนาจตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน สถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้น" ก็ไม่ทราบเอาบรรทัดฐานอะไรชี้วัดผลสำเร็จ แล้วประเทศต้นแบบประชาธิปไตย อย่างอังกฤษ ฝรั่งเศษ สหรัฐอเมริกา สถานการณ์ดีขึ้นไหมล่ะ ส่วนที่  นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย เรียกร้องว่า "ถ้าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่ลดลง มาตรการต้องผ่อนปรนลง ไม่ใช่ไปจับคนฝ่าฝืนเคอร์ฟิวคืนละร้อยกว่าคน แล้วพยายามสื่อสารในลักษณะข่มขู่ประชาชน" แล้วถ้าผ่อนปรนตัวเลขติดเชื้อดีดกลับขึ้นอีกใครจะรับผิดชอบ? ...0

      สถานการณ์วิกฤติเช่นนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดบรรทัดฐานเดียวกันจึงจะเอาอยู่ นายวงศ์สกุล กิตติพรหมวงศ์ อัยการสูงสุด ได้มีหนังสือแจ้งให้อัยการทั่วประเทศดำเนินคดีเฉียบขาดกับผู้ทำการกักตุนสินค้าอุปโภค บริโภค และจำหน่ายสินค้าเกินราคาควบคุม เช่น หน้ากากอนามัย ไข่ไก่ หรือสินค้าจำเป็นในครัวเรือน เป็นต้น การฉ้อโกงหรือหลอกลวงประชาชนในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งการส่งข้อความอันเป็นเท็จทางสื่อออนไลน์ จึงกำหนดแนวทางปฏิบัติให้ถือเป็นคดีที่มีความจำเป็น เร่งด่วน ที่ต้องดำเนินคดีด้วยความรวดเร็ว ใช้ดุลพินิจสั่งคดีและบรรยายฟ้องขอให้ศาลลงโทษในสถานหนักและไม่รอการลงโทษผู้กระทำความผิดที่มีประวัติเกี่ยวกับการกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันมาก่อน ให้บรรยายฟ้องให้ศาลทราบข้อเท็จจริงขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก หรือเพิ่มโทษหรือนับโทษต่อกัน ...ต้องฟันพวกนักการเมืองหรือคนดังๆที่ทำผิดดูบ้างจะได้เข็ดขลาบ ...0

      กรณีมีการเรียกร้องให้ ส.ส.และ ส.ว.สละเงินเดือน เพื่อนำไปสมทบทุนแก้สถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด แต่ผู้ทรงเกียรติบางคนกลับไม่ยอมเสียสละด้วย นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว.อ้างว่า "ต่อให้ ส.ส.-ส.ว.สละเงินเดือน 3 เดือนก็ได้เงินมากสุดแค่ 300 กว่าล้านบาท ไม่สามารถนำไปแก้ไขอะไรได้มาก" นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ระบุว่า "การบริจาคของ ส.ว.เป็นเรื่องที่น่าส่งเสริม มีข้อดีทางด้านจิตวิทยา สร้างขวัญให้กำลังใจกับประชาชน แต่เมื่อนำจำนวนเงินไปเทียบกับปัญหาการแพร่ระบาดโควิด ถือว่าน้อยมากและไม่น่าจะเพียงพอ” เรื่องนี้มีข้อดีด้านจิตวิทยาอย่างที่ว่า ไม่ใช่เรื่องตัวเลขจะมากหรือน้อย ดังนั้น ส.ส. ส.ว. ต้องรู้จักเสียสละหักเงินเดือนละกี่บาทก็ว่ากันไป ประชาชนทุกสาขาอาชีพคนรวยคนจนเขาก็ช่วยบริจาคกันอยู่แล้ว อย่าลืมพระบรมราโชวาทเมื่อวันจันทร์ที่ว่า "ต้องสละความสุขส่วนตัวเพื่อส่วนรวม” ...o

       ที่ประชุม ครม.เคาะแล้ว ร่าง พ.ร.บ.การโอนงบกลาง  8 หมื่น-1 แสนล้านบาท ซึ่งจะต้องนำเสนอเข้าสภาผู้แทนราษฎร และเคาะ พ.ร.ก. 3 ฉบับ คือ พ.ร.ก.ให้อำนาจ ธปท.สามารถออกสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟต์โลน) พ.ร.ก.ให้อำนาจ ธปท.สามารถเข้าไปซื้อตราสารหนี้เอกชนคุณภาพดีที่ครบกำหนดชำระวงเงิน 9 แสนล้าน และ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อเยียวยาและช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบวงเงิน 1 ล้านล้านบาท เป็นมาตรการชุดใหญ่ที่จะช่วยพยุงให้เศรษฐกิจไทยไม่สาหัสจนเกินไป ...0


เสาร์นี้...เป็นเสาร์สุดท้าย "เดือนพฤษภา."นักสถิติศาสตร์การบ้าน-การเมืองบอกว่า "พฤษภา.กับตุลา." เป็นเดือน "ชง" ของประเทศ

"ความต่างระหว่างคนกับสัตว์"
ทุกด้าน "สถานการณ์" เป็นต่อ
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "ประยุทธ์"
อันตรายกว่า 'สารอันตราย'
"ฝันดี-ฝันร้าย"ของไทยวันนี้
"โลกเปลี่ยนไป-ไทยเปลี่ยนรวย"