ยุติสงครามราคา โอเปกพลัสตกลงลดกำลังผลิตน้ำมัน 9.7 ล้านบาร์เรล/วัน


เพิ่มเพื่อน    

ยุติสงครามกดราคาน้ำมัน กลุ่มโอเปกภายใต้การนำของซาอุดีอาระเบียและกลุ่มพันธมิตรที่รัสเซียเป็นแกนนำทำความตกลงครั้งประวัติศาสตร์ ยอมลดกำลังการผลิตน้ำมันลงวันละ 9.7 ล้านบาร์เรล เพื่อพยุงราคาน้ำมันที่ตกต่ำตั้งแต่ต้นปีด้วยผลพวงจากวิกฤติโควิด-19

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันจันทร์ที่ 13 เมษายน 2563 กล่าวว่า ข้อตกลงนี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสของสหรัฐทะยานขึ้น 7.7% อยู่ที่ 24.52 ดอลลาร์/บาร์เรล ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียช่วงเช้าวันจันทร์ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนต์เพิ่มขึ้น 5.0% อยู่ที่ 33.08 ดอลลาร์/บาร์เรล

    ข้อตกลงที่กลุ่มนี้ ซึ่งเรียกรวมว่าโอเปกพลัส เห็นพ้องกันได้ผ่านการประชุมทางไกลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากฝ่ายโอเปกและฝ่ายรัสเซียประนีประนอมกันได้ และกำหนดตัวเลขการลดกำลังการผลิตน้ำมันไว้ที่วันละ 9.7 ล้านบาร์เรลในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน ตามการเปิดเผยของรัฐมนตรีพลังงานโรซิโอ นาห์เล ของเม็กซิโก ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์กันไว้ก่อนหน้านี้ที่ตัวเลข 10 ล้านบาร์เรล/วัน

    การเจรจาของกลุ่มโอเปกพลัสยืดเยื้อมาตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่แล้ว หลังจากเม็กซิโก ซึ่งกังวลว่าแผนการลดกำลังการผลิตนี้จะกระทบต่อแผนการกอบกู้บริษัทน้ำมันแห่งชาติ เปเม็กซ์ ที่หนี้สินรุงรัง คัดค้านข้อตกลงก่อนหน้านี้เมื่อวันศุกร์ และทำให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามกดดันอย่างหนัก

    โมฮัมหมัด บาร์คินโด เลขาธิการองค์การกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) จากกรุงเวียนนา กล่าวว่า ข้อตกลงลดกำลังการผลิตครั้งนี้เป็นข้อตกลง "ประวัติศาสตร์" ซึ่งเป็นการลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ที่สุดและยาวนานที่สุด โดยวางแผนไว้นาน 2 ปี

    ตามข้อตกลงนี้ กลุ่มโอเปกพลัสจะลดกำลังการผลิตลงอย่างฮวบฮาบทันทีในเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน แล้วจากนั้นจะเป็นการลดกำลังการผลิตแบบค่อยเป็นค่อยไปจนถึงเดือนเมษายน 2565 บาร์คินโดกล่าวด้วยว่า ข้อตกลงนี้จะกรุยทางสำหรับความเป็นพันธมิตระดับโลกด้วยการมีส่วนร่วมของกลุ่มจี 20

    เจ้าชายอับดูลาซิซ บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นประธานการประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับรัฐมนตรีจากรัสเซียและแอลจีเรีย ยืนยันเช่นกันว่า การหารือบรรลุฉันทมติกันได้

    ด้านประธานาธิบดีทรัมป์แสดงความยินดีกับข้อตกลงที่เป็นผลดีต่อทุกฝ่ายนี้ ซึ่งจะทำให้การผลิตน้ำมันกลับสู่ระดับที่สอดคล้องกับความมั่นคงในตลาดการเงินและพลังงานโลก และจะ "ช่วยรักษาการจ้างงานด้านพลังงานนับแสนตำแหน่งในสหรัฐ"

    ทรัมป์ยังขอบคุณประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย และเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเขาได้สนทนาทางโทรศัพท์ด้วยทั้งคู่ก่อนหน้านั้น

    ราคาน้ำมันตลาดโลกดิ่งฮวบมาตั้งแต่ต้นปีนี้ สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ทำให้ความต้องการน้ำมันลดลงราว 1 ใน 3 ภายหลังรัฐบาลประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้มาตรการล็อกดาวน์จำกัดการเคลื่อนย้ายของประชาชน ประเทศผู้ผลิตน้ำมันเป็นสินค้าส่งออกประสบปัญหางบประมาณตึงตัว อุตสาหกรรมน้ำมันจากชั้นหินดินดานของสหรัฐ (เชลออยล์) ซึ่งใช้ต้นทุนการผลิตสูงกว่าได้รับผลกระทบอย่างหนัก

    ยิ่งกว่านั้น รัสเซียและซาอุดีอาระเบียยังทำสงครามราคาน้ำมันกันไม่ลดละ ด้วยการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรักษาส่วนแบ่งของตนในตลาด และตัดราคาเชลออยล์ของสหรัฐ.


วันนี้ มีเรื่องน่าสนใจ ๒ เรื่อง เรื่องแรก ๔ ยอดกุมาร "อุตตม-สนธิรัตน์-สุวิทย์-กอบศักดิ์" ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค "พลังประชารัฐ"

ลิงในวิถีที่เหนือคณะก้าวหน้า
'เมย์เดย์..เมย์เดย์' คนเห็นผี!
'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"