รำลึก 4 ปี บรรหาร 'วราวุธ' ยันสานงานต่อ ไม่ให้เสียชื่อมังกรการเมือง


เพิ่มเพื่อน    

23 เม.ย. 63 - ที่จังหวัดสุพรรณบุรี นายวราวุธ ศิลปอาชา  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร นำนายสรชัด สุจิตต์ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส. สุพรรณบุรีพรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมวางพวงหรีด ที่บริเวณอนุสาวรีย์บรรหาร ศิลปอาชา เพื่อรำลึกครบรอบ 4 ปีการจากไปของนายบรรหาร ศิลปอาชานายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ร่วมกับ นายนิมิต วันไชยธนวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี และชาวจังหวัดสุพรรณบุรี

นายวราวุธ กล่าวว่า วันนี้ครบรอบ 4 ปีที่นายบรรหาร ได้จากพวกเราทุกคนไป ได้มีการแสดงความเคารพจากทุกคนทุกภาคส่วน ในส่วนของจังหวัดสุพรรณบุรีนำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด ประชาชนชาวสุพรรณบุรี ในส่วนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนำโดยปลัดกระทรวง ที่มาแสดงความเคารพในฐานะที่นายบรรหารเป็นอดีตผู้บังคับบัญชา โดยการวางพวงดอกไม้ ต่อหน้าอนุสาวรีย์นายบรรหาร และในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา นำโดยเลขาธิการพรรค ทั้งนี้ไม่ได้มีการเชิญ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 แต่เป็นการสอบถามและมารวมตัวกัน โดยพร้อมเพรียง แต่ในขณะทำความเคารพนั้นก็ได้เว้นระยะห่าง 1-1.5 เมตร ทุกคนสวมใส่หน้ากากอนามัย ทำความสะอาดด้วยเจลล้างมือ ตรวจวัดอุณหภูมิเป็นการคัดกรองทุกจุด

"พรรคชาติไทยพัฒนาทำงานมาตลอด และปีนี้เป็นปีที่4 หลังจากที่พ่อบรรหารไม่อยู่ ตระกูลศิลปอาชา ยังมุ่งหน้าทำงานการเมือง ให้กับชาวสุพรรณบุรี  และคนกทม. คนทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ในฐานะที่พรรคชาติไทยพัฒนาได้รับมอบหมายให้ทำงานในกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์  เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม ภัยแล้ง การเกษตร พรรคชาติไทยพัฒนาจะมุ่งมั่นสานฝันของนายบรรหาร เพื่อให้พรรคชาติไทยพัฒนามีความยั่งยืนและเป็นสถาบันการเมืองทำงานกับประชาชน ทุกภาค ทุกจังหวัด ช่วยแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ ไม่ให้เสียชื่อเป็นพรรคของมังกรการเมือง" นายวราวุธกล่าว

ทั้งนี้ น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา ได้โพสต์เฟสบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า "วันนี้พ่อจากไปครบ 4 ปีแล้ว 3 ปีที่ผ่านมาครอบครัวและคนรักพ่อร่วมทำบุญให้พ่อที่วัดป่าเลไลก์ สุพรรณ ปีนี้สถานการณ์ไม่สะดวกจึงไม่ได้จัดงานทำบุญ แต่ก็ใส่บาตร  ซึ่งเป็นกิจที่ทำเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว ในบ้านนี้ทุกอย่างที่พ่อเคยใช้ในช่วงดำรงชีวิตอยู่ ยังเก็บไว้เหมือนเดิม เหมือนในนาทีสุดท้ายที่พ่อล้ม..

บนโต๊ะทำงานยังมียาเช้าที่พ่อจัดเตรียมไว้ทาน มีใบสั่งงานที่พ่อเขียนค้าง มีเสื้อผ้าที่พ่อเตรียมไว้ใส่...

เรามีชีวิตมีตัวตนจนถึงทุกวันนี้ก็เพราะพ่อกับแม่ เราเป็นลูกคนโตเกิดมาช่วงพ่อและแม่ยังต้องสร้างเนื้อสร้างตัว

พ่อทำงานหนักมาก เกิดในตลาดสุพรรณ เคยเย็บผ้า(แต่เจ้าของร้านไม่จ้าง ว่าพ่อฝีมือไม่ดี) เคยแบกลังนํ้าอัดลมใส่รถถีบส่งตามร้าน พ่อบอกว่าตอนขึ้นสะพานต้องลงจากรถถีบแล้วเข็นเอาเพราะมันหนัก ถีบรถไม่ไหว เย็นๆก็ต้องไปเก็บขวดเปล่า ที่คนทานแล้วทิ้งไว้ตามใต้อัฒจันทร์สนามกีฬา...

พ่อตั้งตัวได้ก็ด้วยอาศัยวิริยะอุตสาหะเริ่มทำงานรับเหมาก่อสร้างเรื่อยมาจนถึงทำโรงงานเคมีภัณฑ์

ประวัติพ่อยืดยาวมาก เล่าไม่ไหว...

สิ่งที่พ่อทิ้งไว้ให้ ทำให้เราได้มีโอกาสเอื้อเฟื้อต่อชีวิตอื่นในทุกวันนี้...รักและระลึกถึงพ่อเสมอ บุญกุศลใดที่เราสามคน แม่ นา และท็อปได้ทำ ขออานิสงส์นั้นส่งให้่พ่อได้อยู่ในภพภูมิที่สูงยิ่งขึ้นไปและมีความสุขสงบนะคะ..."


ย่ำเท้าอยู่กับเรื่อง "ล่มชาติ-ล่มสถาบัน" มันช่างไร้สาระ "ถ่วงความเจริญบ้านเมืองเสียจริงๆ"

'กราบเดียว' จันทร์ส่องหล้า
กระจกสภา 'ชุมพล จุลใส'
อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'