เวียดนามคุมโควิดอยู่ เริ่มผ่อนมาตรการเว้นระยะห่าง


เพิ่มเพื่อน    

รัฐบาลเวียดนามเริ่มผ่อนคลายมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 แล้วเมื่อวันพฤหัสบดี หลังจากไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ติดต่อกัน 6 วัน ผู้เชี่ยวชาญชี้การตอบสนองอย่างเด็ดขาดใช้ได้ผล

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน 2563 กล่าวว่า แม้เวียดนามจะมีพรมแดนติดกับจีนยาวเหยียดและมีช่องโหว่ แต่ข้อมูลอย่างเป็นทางการของเวียดนามระบุว่า ในประเทศมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพียง 268 ราย โดยไม่มีผู้เสียชีวิตแม้แต่รายเดียว และถึงแม้จำนวนการตรวจเชื้อจะค่อนข้างต่ำ อีกทั้งผู้เชี่ยวชาญหลายคนเตือนว่า ตัวเลขที่แถลงจากกระทรวงสาธารณสุขของเวียดนามคือข้อมูลเพียงแหล่งเดียว แต่พวกเขาก็ยอมรับว่ามีเหตุผลน้อยมากที่จะไม่เชื่อข้อมูลนี้

    เวียดนามเป็นประเทศแรกๆ ที่ห้ามเที่ยวบินทั้งขาเข้าและขาออกจากจีนแผ่นดินใหญ่ และเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อตรวจพบผู้ติดเชื้อเพียงแค่ 10 กว่าราย ทางการก็สั่งให้กักกันโรคชาวบ้าน 10,000 คน ในหมู่บ้านหลายแห่งใกล้กับกรุงฮานอย นอกจากนี้ยังมีการติดตามผู้ที่สัมผัสติดต่อกับผู้ติดเชื้อกันอย่างแข็งขัน

    ชาวกรุงฮานอยวัย 72 ปี เผยกับเอเอฟพีว่า ตัวเขาและกลุ่มคนในชุมชนมีหน้าที่ตรวจตราสมาชิกที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาลว่า การต่อสู้กับโรคระบาดก็เหมือนกับการต่อสู้กับข้าศึกศัตรู

    ทาเกชิ คาไซ ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคแปซิฟิกตะวันตกขององค์การอนามัยโลก กล่าวไว้เมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่า หัวใจของความสำเร็จของเวียดนามคือการโน้มน้าวประชาชนให้ความร่วมมือ โดยเขาเชื่อว่ามีประชาชนราว 80,000 คนที่ถูกกักกันโรค

    ถึงเวลานี้แทบไม่มีเที่ยวบินระหว่างประเทศเข้ามาในเวียดนาม และทั้งประเทศอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์บางส่วนมาตั้งแต่ต้นเดือนเมษายน ท้องถนนในกรุงฮานอยที่ปกติจะคลาคล่ำด้วยรถจักรยานยนต์, นักท่องเที่ยวและพ่อค้าแม่ค้า เกือบอยู่ในสภาพร้าง

    เห็นได้ชัดว่าการควบคุมที่เข้มงวดของเวียดนามได้ผล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา หลังจากไม่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน รัฐบาลเวียดนามก็ประกาศว่าจะอนุญาตให้ร้านค้าและบริการกลับมาเปิดได้อีกครั้ง และในวันพฤหัสบดี เริ่มมีร้านอาหารในกรุงฮานอยไม่กี่ร้านกลับมาเปิดบริการ แม้ว่าตามท้องถนนจะยังค่อนข้างเงียบ

    ชาวเวียดนามยังปฏิบัติตามคำสั่งล็อกดาวน์ของรัฐบาล ซึ่งต่างจากในยุโรปและสหรัฐ ที่รัฐบาลท้องถิ่นต้องพยายามร้องขอให้ประชาชนอยู่บ้านและเจอการประท้วงต่อต้าน ชาวเวียดนามหลายหมื่นคน รวมถึงพลเมืองที่กลับมาจากต่างแดนถูกส่งเข้ากักกันโรคในค่ายคล้ายค่ายทหารทั่วประเทศ

    คาร์ล เทเยอร์ ศาสตราจารย์กิตติคุณจากมหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเวียดนาม กล่าวว่า แม้ตัวเลขของเวียดนามควรได้รับการพิจารณาอย่างระมัดระวัง เพราะรัฐบาลสามารถลงโทษผู้ที่โต้แย้งได้ แต่ก็มีคนกลับจากต่างแดนจำนวนมาก คนมีโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตกันมากมายจึงปกปิดกันไม่ได้.


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร