โวยจัดระเบียบแจกอาหาร โฆษกฯแจงลดความเสี่ยง


เพิ่มเพื่อน    

 

"เก่ง-การุณ" ซัดรัฐบาลสิ้นคิด จัดระเบียบแจกอาหารไม่เห็นใจ ปชช. "โฆษก รบ." แจงทำเพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อโควิด-19 วอนนักการเมืองอย่าฉวยใช้สถานการณ์มาตำหนิ "เทวัญ" ยกโรงทานวัดระฆังโฆสิตารามฯ เป็นต้นแบบ "ปชป." เสนอ 3 แนวทางดูแลแรงงานนอกระบบ "พท." ชงตั้งวอร์รูมเยียวยา
    เมื่อวันที่ 23 เม.ย. นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีกระทรวงมหาดไทย (มท.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) ออกประกาศเรื่องการจัดระเบียบสำหรับผู้ที่จะมาแจกอาหารให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและผลกระทบจากมาตรการรัฐบาล ด้วยเกรงจะส่งผลให้เกิดปัญหาและอาจเกิดการแพร่เชื้อไวรัส รวมทั้งไม่เป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาลว่า การออกมาจัดระเบียบเรื่องการแจกอาหารให้ประชาชนของรัฐบาลถือว่าสิ้นคิดมาก เพราะบรรดาจิตอาสาที่ทำอาหารมาแจกประชาชน คนเหล่านี้มีเจตนาบริสุทธิ์มุ่งหมายที่จะช่วยเหลือเพื่อนร่วมชาติ รวมถึงประชาชนผู้มารับแจกอาหารก็ด้วยเช่นกัน มีเจตนาสุจริตเพียงเพื่อต้องการอาหารยังชีพในยามวิกฤติ  เป็นเรื่องดีๆ ในสังคมไทย คนเหล่านี้ไม่ได้มีเจตนาทางการเมืองทั้งผู้รับและผู้ให้ รวมไปถึงทุกคนสวมหน้ากากอนามัยและใช้เจลล้างมือเพื่อป้องกันตัวเองด้วย 
    นายการุณกล่าวว่า ในพื้นที่ดอนเมืองที่สำนักงานพรรคเพื่อไทยดำเนินการเรื่องการแจกอาหารให้ประชาชนไม่เคยมีปัญหา เพราะประชาชนทราบว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร และมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคอยจัดระเบียบและการรักษาสุขอนามัยของประชาชน ทั้งการล้างมือทุกคนหลังรับอาหาร ดังนั้นการออกระเบียบดังกล่าวมารัฐบาลไม่รับรู้ถึงความลำบากของพี่น้องประชาชนเลยหรือ  
    "เมื่อมีมาตรการออกมาทีมงานก็พร้อมจะดำเนินการตาม แต่อยากทราบว่าประชาชนหิวจะรอได้หรือไม่ เพราะกว่าจะแจกได้ต้องรอให้เขตอนุมัติมาก่อน รัฐจะมาอ้างว่าต้องการให้เป็นระเบียบนั้น อยากให้รัฐบาลโดยเฉพาะกรุงเทพฯ จัดส่งเจ้าหน้าที่มาจัดระเบียบเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ สถานที่ที่กำหนดไว้รองรับได้มากแค่ไหน ประชาชนนับพันมารอรับอาหารแจกจะทำอย่างไร คนที่ออกคำสั่งไม่เคยลำบาก  แต่ประชาชนกำลังลำบากมากไยถึงไม่เห็นใจประชาชน" นายการุณกล่าว
    ส.ส.พรรคเพื่อไทยรายนี้ระบุว่า การดำเนินคดีผู้ใจบุญที่แจกอาหารกล่องในหลายพื้นที่เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ควรทำเพียงดูแลและช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ทั้งผู้แจกอาหารและประชาชนที่มารับแจกอาหาร จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดของสังคมไทยในเวลานี้  
    ขณะที่นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า การออกประกาศจัดระเบียบสำหรับผู้ที่จะมาแจกอาหาร เพราะห่วงใยประชาชนไม่ต้องการให้เกิดการแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19  ในกรณีที่มีประชาชนมารวมตัวกันใกล้ๆ เป็นจำนวนมาก การที่มีผู้มีจิตศรัทธาและจิตอาสาทำอาหารออกมาแจกจ่ายประชาชน ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่มีการช่วยเหลือประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เพียงแต่การจัดระเบียบดังกล่าวเพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนที่เข้ามารับสิ่งของอยู่ใกล้ชิดกันเกินไป ทุกคนต้องเว้นระยะห่างทางสังคม (social distancing) เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19
    "ประกาศดังกล่าวไม่ถือว่าเป็นนโยบายสิ้นคิดอย่างที่มีนักการเมืองกล่าวหาแต่อย่างใด แต่เป็นวิธีช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของโควิดมากกว่า เชื่อว่าผู้มีจิตศรัทธาและจิตอาสาทั้งหลายเขาเข้าใจในเรื่องนี้ดีว่าทุกฝ่ายมีความหวังดีต่อพี่น้องประชาชน ไม่อยากเห็นนักการเมืองบางคนใช้สถานการณ์แบบนี้ออกมาตอบโต้หรือตำหนิในสิ่งที่ภาครัฐดำเนินการอยู่ เชื่อว่าทุกคนทุกฝ่ายได้ช่วยกันแก้ปัญหาโรคโควิด-19 ไปด้วยกันอยู่แล้วทุกวันนี้" นางนฤมลกล่าว
    โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลเข้าใจถึงความไม่สะดวกของทั้งผู้มีจิตศรัทธาและจิตอาสา รวมทั้งประชาชนที่รอรับอาหาร แต่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 รัฐบาลจำเป็นต้องมีกฎระเบียบในการแจกสิ่งของ หากเราไม่มีกฎระเบียบออกมาอาจจะสร้างปัญหาให้พี่น้องประชาชนภายหลังได้ อาจจะติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้น อย่ามองเพียงแค่ประเด็นทางการเมือง ขอให้ทุกฝ่ายช่วยกัน
    วันเดียวกัน นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่วัดระฆังโฆสิตารามฯ เพื่อติดตามการบริหารจัดการของโรงทาน ตามพระดำริของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่ทรงให้จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบความยากลำบากในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ทั้งนี้ วัดระฆังโฆสิตารามฯ เป็นวัดที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนแขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย มีประชาชนอาศัยอยู่บริเวณรอบวัดหลายร้อยครัวเรือน
    ทั้งนี้ นายเทวัญได้เยี่ยมชมการปฏิบัติงานของประชาชนจิตอาสาภายในโรงครัวของวัด ซึ่งมีการประกอบอาหารเพื่อแจกจ่ายแก่เจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานช่วยเหลือประชาชนในชุมชนวัดและพื้นที่ใกล้เคียง โดยนายเทวัญได้ถวายข้าวสารจำนวน 6 กระสอบแก่วัด เพื่อใช้ประกอบอาหารและแจกจ่ายประชาชนต่อไป
    "การเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงทานวัดระฆังโฆสิตารามฯ ทำให้ได้เห็นการบริหารจัดการที่ดี เป็นระบบและเป็นต้นแบบให้วัดอื่นที่มีการจัดตั้งโรงทาน เป็นไปตามมาตรฐานการป้องกันโรคของกระทรวงสาธารณสุข นอกจากจะเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวพุทธแล้ว ยังเป็นที่พึ่งของประชาชนทุกชาติ ศาสนา ไม่ใช่เพียงชาวพุทธเท่านั้น การได้เห็นผู้มีจิตกุศลนำสิ่งของมาร่วมบริจาคเพื่อให้วัดนำไปแจกจ่ายประชาชน แสดงให้เห็นถึงน้ำใจคนไทยที่ช่วยเหลือกัน" นายเทวัญกล่าว
     ด้านนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และประธาน ส.ส.ของพรรค  กล่าวถึงการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ว่า กลุ่มคนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างรุนแรงมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง คือแรงงานกลุ่มเปราะบาง ซึ่งมักจะทำงานในเศรษฐกิจนอกระบบ  ได้ค่าจ้างเป็นรายวันหรือเป็นครั้งคราว เป็นงานที่ใช้ทักษะไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้พื้นฐานการศึกษาที่สูง มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ยากลำบากตามชุมชนแออัด ยิ่งถ้าเป็นผู้พิการก็จะมีความยากลำบากมากยิ่งขึ้น
    นายองอาจกล่าวว่า แรงงานนอกระบบกลุ่มนี้เข้าไม่ถึงการเยียวยา 5,000 บาทต่อเดือนของรัฐบาลด้วยหลายสาเหตุ รัฐบาลจึงควรเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ได้แก่ 1.แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า จัดหาข้าวสารอาหารแห้งให้พอประทังชีวิตได้ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย 2.รัฐบาลควรใช้วิกฤติครั้งนี้วางแผนจัดระบบแรงงานนอกระบบให้เป็นหมวดหมู่ และ 3.ส่งเสริมยกระดับทักษะแรงงานกลุ่มนี้ให้สูงขึ้น สร้างทักษะใหม่ที่สอดคล้องกับงานในอนาคตที่เปลี่ยนแปลงไป 
    "ขอฝากให้รัฐบาลต้องเร่งเข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เยียวยาให้คนกลุ่มนี้มีชีวิตอยู่ได้ไม่อดตาย  และเร่งวางแผนแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้พบแสงสว่างในชีวิตหลังวิกฤติโควิด-19 อย่างมั่นคงขึ้นกว่าเดิม" รองหัวหน้าพรรค ปชป.กล่าว
    ส่วนนายนพดล ปัทมะ แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ขอเรียกร้องแทนประชาชนที่ตกงาน  ขาดรายได้และเดือดร้อนจากโควิด-19 ไม่มีเงินซื้ออาหาร นอนตามที่สาธารณะ มีข่าวคนฆ่าตัวตาย  อยากให้รัฐบาลเห็นใจและเจ็บปวดไปกับผู้ยากไร้ในช่วงเวลานี้ เสนอเปลี่ยนกระบวนทัศน์ใหม่ให้การเยียวยาเป็นแบบถ้วนหน้า และรวดเร็วมากกว่าที่ทำกันอยู่ 
    "ขอเสนอให้ตั้งวอร์รูมทำเรื่องเยียวยาโดยเฉพาะเพื่อให้การเยียวยารวดเร็วขึ้น ซึ่งฐานข้อมูลภาครัฐมีมากมาย ทั้งคนจน เกษตรกร ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ผู้ค้ารายย่อย เป็นต้น ต้องทำงานแข่งกับเวลา" นายนพดลกล่าว.
         


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.