บทเรียนอันล้ำค่าจาก “COVID-19”


เพิ่มเพื่อน    

 

                                                    (1)

                ดูเหมือนว่า...จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อย เริ่มหันมามีมุมมองต่อพ่อเจ้าประคุณรุนช่อง ท่านเชื้อโคโรนา ไวรัส COVID-19 ในแง่บวกกันมั่งแล้ว ไม่ใช่เป็นอะไรที่น่าเกลียด น่ากลัว อำมหิต โหดร้ายล้วนๆ แบบก่อนๆ โดยเฉพาะในช่วง Earth Day หรือ วันคุ้มครองโลก ที่เพิ่งผ่านมา เพราะคงมิอาจปฏิเสธได้เลยว่า ด้วยคุณูปการของท่านเชื้อ COVID-19 แท้ๆ ที่ทำให้ โลกสวย ขึ้นมาเป็นกอง...

                                                          (2)

                และอันที่จริงก็ไม่ใช่แค่เฉพาะการมีส่วนช่วยเหลือ ช่วยกอบกู้ ฟื้นฟูธรรมชาติ ไม่ว่าบนบก ในท้องทะเล หรือสูงขึ้นไปถึงชั้นฟ้า ชั้นบรรยากาศเท่านั้น แต่แม้แต่ลึกลงไปถึงจิตสำนึก ทัศนคติ ของมวลมนุษย์ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดๆ ก็แล้วแต่ จะเป็นปุถุชนคนธรรมดา เศรษฐี ยาจก ไปจนถึงรัฐบาลแต่ละรัฐบาล ต่างก็ถูกเปลือยเปล่า หรือถูก กระชากหน้ากาก ให้เห็นเบื้องหลัง เบื้องลึก หรือเห็น โฉมหน้าที่แท้จริง กันไปไม่น้อย ใครที่เห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ ใครที่มีสติ ที่ไร้สติ ใครที่หงุดหงิด งุ่นง่าน เอาแต่ด่าว่า ด่าทอ ใครที่ใจนิ่ง ใจเย็น พร้อมยอมรับสภาพ พร้อมให้ความร่วมมือ ร่วมใจ เพื่อยังประโยชน์ให้แก่ตัวเองและผู้อื่น ไปจนถึงใครที่คิดจะเอาแต่เงินๆ-ทองๆ เอาแต่วัตถุ มองไม่เห็นคุณค่าของชีวิต ของเพื่อนมนุษย์ ฯลฯ ต่างถูกลอก ปอกเปลือก ออกมาให้เห็นกันแบบชัดๆ จะจะ...

                                                       (3)

                หรือพูดง่ายๆ ว่า...มาคราวนี้ ท่านเชื้อ COVID-19 ท่านได้ให้ บทเรียน อะไรต่อมิอะไรเอาไว้ชนิดเยอะแยะ ตาแป๊ะไก๋ ไม่ว่าจะในแง่การเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม หรือแม้แต่วิถีชีวิตแห่งความเป็นมนุษย์เอาเลยก็ว่าได้ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองเห็น มองไม่เห็น ก็แล้วแต่จะว่ากันไป อย่างเช่น การเมือง นั้น ดูเหมือนท่านจะบอกเอาไว้เป็นนัยๆ หรืออาจชัดเจน ตรงไป-ตรงมา ก็แล้วแต่จะคิด ว่าเอาเข้าจริงๆ แล้ว...มันคงไม่ได้เกี่ยวอะไรกับ ความเป็นประชาธิปไตย-ไม่เป็นประชาธิปไตย หรือ ความเป็นเผด็จการ-ไม่เป็นเผด็จการ ใดๆ ก็แล้วแต่ เพราะไม่ว่าจะประชาธิปไตยหรือเผด็จการก็ตาม ล้วนแต่โดนท่านโดดงาบหัว งาบปอด ชนิดเดี้ยงแล้วก็เดี้ยงอีก แต่อยู่ที่ใคร หรือผู้รับผิดชอบรายใดที่มี คุณธรรม หรือมีความรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้คนพลเมืองแต่ละประเทศ มากหรือน้อยไปกว่ากันนั่นแล...

                                                     (4)

                ยิ่งเป็นเรื่อง เศรษฐกิจ ท่านยิ่งให้ข้อคิด ให้คำถามและคำตอบเอาไว้เยอะแยะยิ่งขึ้นไปอีก โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่โลกทั้งโลกหันมาเดินตามกันต้อยๆ จนแทบกลายเป็น ความเชื่อ หรือ ความยึดมั่น-ศรัทธา กันไปแล้วว่า มีแต่เศรษฐกิจแบบที่เรียกๆ กันว่า ทุนนิยมเสรี เท่านั้น ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิต สอดคล้องกับความเป็นจริงในสังคมมนุษย์อย่างมิอาจปฏิเสธไปเป็นอื่น ชนิดโลกทั้งโลก...เลยหนีไม่พ้นต้องหันมาเป็น ทุนนิยม ไปทั่วทั้งหมด ทั้งที่บรรดานักคิด นักปราชญ์ จำนวนไม่น้อย เคยแสดงความเห็นต่าง หรือปฏิเสธกันมาโดยตลอด หรือกระทั่งนักการศาสนา อย่าง ท่านทะไล ลามะ เป็นต้น ที่ได้ย้ำเอาไว้ชัด และย้ำมาโดยตลอดว่า ระบบเศรษฐกิจชนิดนี้ ไม่เพียงแต่ ไม่สมเหตุสมผล ยังเป็นอะไรที่ ขัดแย้งกับธรรมชาติ จนยังไงๆ...ก็มิอาจดำรงอยู่ได้ในท้ายที่สุด มีแต่ต้องหักโค่น หรือต้องพังพินาศลงไปในวันหนึ่ง วันใด เมื่อระดับความขัดแย้งที่ว่าขึ้นสู่จุดสูงสุด...

                                                      (5)

                และสิ่งที่นักคิด นักปราชญ์ รวมไปถึงนักการศาสนา ฯลฯ ทั้งหลาย ได้เคยพูดๆ เอาไว้...ก็ได้ถูกทำให้เป็นเรื่อง เป็นราว เป็น ข้อเท็จจริงอันมิอาจปฏิเสธได้ ด้วยบารมีของท่านเชื้อ COVID-19 รายนี้นี่เอง เรียกว่า...เล่นเอาตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของแทบทุกประเทศ ตกจากหอ คอย่น กันไปเป็นแถบๆ สิ่งที่เรียกว่า ห่วงโซ่อุปทาน ที่เกิดจากการไหลไป-ไหลมาของ ทุน เพื่อที่จะหาทางทำเงิน ทำกำไร ให้สูงสุด หรือให้มากๆ เข้าไว้ ต่างถูกฉีกขาดออกมาเป็นชิ้นๆ และยากซ์ซ์ซ์ที่จะรื้อฟื้นให้หวนคืนกลับมาใหม่ได้ดังเดิม อันเนื่องมาจากทัศนะด้าน “ความมั่นคง” ของแต่ละประเทศ หรือทำให้เศรษฐกิจ ทุนนิยมเสรี ทั้งหลาย ชักเป็นอะไรที่ไม่ได้สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือไม่ได้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คนในสังคมนั้นๆ อีกด้วย...

                                                        (6)

                และก็แน่นอนนั่นแหละว่า...สำหรับมนุษย์ปุถุชน คนธรรมดา ในแต่ละราย การล้มตายกันชนิดระเนระนาดของผู้คนนับเป็นหมื่นๆ แสนๆ การเจ็บไข้ได้ป่วยอีกนับเป็นล้านๆ ก็น่าจะพอช่วยตอกย้ำให้เห็นถึง สัจธรรม แห่งความเป็นไปของสรรพสิ่ง ที่มีแต่ต้อง เกิดๆ-ดับๆ หาความมั่นคง ความแน่นอน อะไรแทบไม่ได้ ประเภทที่เคยฝันหวาน ฝันกลางวัน แบบ Homo Deus จินตนาการกันไปถึงขั้น กะจะยกระดับพัฒนา ความเป็นมนุษย์ ไปสู่ ความเป็นอมตะ ให้จงได้ เพียงแค่เจอกับการออกอาวุธของท่านเชื้อ COVID-19 ไม่กี่ดอกเท่านั้น ก็เล่นเอา เทคโนโลยีทางการแพทย์ ที่สุดแสนมหัศจรรย์ ถึงกับ ไปไม่เป็น หรือถึงขั้นจำบ้านเลขที่ไม่ได้ หาทางกลับเข้ามุมไม่เจอ อะไรประมาณนั้น...

                                                     (7)

                สรุปรวมความแล้ว...ไม่ว่าท่านเชื้อ COVID-19 ท่านจะมีที่มา-ที่ไป มีต้นตอ ต้นกำเนิด มาจากไหน อย่างไร? หรือไม่ว่าท่านจะน่าเกลียด น่ากลัว อำมหิต โหดร้าย ฯลฯ ไปถึงขั้นไหน แต่สิ่งที่ท่านได้ ฝากไว้ให้เป็นบทเรียน นั้น ต้องถือเป็น ธรรมะ ล้วนๆ และบรรดาผู้ใฝ่ใจในธรรม หรือยึดมั่นในธรรมทั้งหลาย พึงหยิบเอาไปใคร่ครวญ พิจารณา แยกแยะรายละเอียดกันให้ชัดๆ เผลอๆ อาจพอได้มองเห็นถึง...แนวทางการเมือง-เศรษฐกิจ-และวิถีทางสังคม ที่เหมาะสม สอดคล้อง กับความเป็นไปของมวลมนุษย์และสิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติ จนอาจก่อให้เกิด ทฤษฎีใหม่ หรือ ธงผืนใหม่ ขึ้นมาได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...

                          -------------------------------------------------------------------

 

                                                                           


เชื่ออะไรผมอย่างได้มั้ย? คือผมจะบอกว่า..... เห็นความ "ดิบ-กระแดะ-ด้าน" ของนักเรียน-นักศึกษาใต้ปฏิบัติการล้างสมองของสามสัสแล้ว ไม่ต้องห่วงกันไปหรอกว่า เมื่อพวกนี้โตขึ้น จะเป็นผู้เข้ามากำหนดอนาคตประเทศ

ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?
เป้าหมายเดิม 'ยุทธวิธีเปลี่ยน'
นี่แหละที่ 'สามสัส' ต้องการ