สังเวยCOVIDทะลุ2แสน เบลเยียมแชมป์อัตราดับ


เพิ่มเพื่อน    

 ยอดสังเวยไวรัสโคโรนาทั่วโลกเกิน 200,000 ศพแล้ว ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมจ่อทะลุ 3 ล้าน  "อู่ฮั่น" ไม่มีคนป่วยโควิด-19 นอนโรงพยาบาลอีก สเปนตายเพิ่มน้อยสุดใน 1 เดือน รัฐบาลให้เด็กเล็กออกนอกบ้านได้ครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ ซาอุฯ ผ่อนคลายล็อกดาวน์ เว้นนครเมกกะยังเคอร์ฟิว 24  ชั่วโมง 

    โรคโควิด-19 ที่พบผู้ติดเชื้อในจีนครั้งแรกเมื่อปลายปีที่แล้วและคร่าชีวิตผู้ป่วยรายแรกในเดือนมกราคม ถึงขณะนี้ได้คร่าชีวิตชาวโลกมากกว่า 200,000 คนแล้วนับข้อมูลถึงวันเสาร์ที่ 25 เมษายน  2563 โดยจำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดในวันอาทิตย์เพิ่มเป็นเกือบ 204,000 ราย มียอดผู้ติดเชื้อสะสมใน 210  ประเทศและดินแดนมากกว่า 2,934,000 ราย
    สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตมากที่สุดในโลก มีผู้ติดเชื้อแล้วอย่างน้อย  939,000 ราย เสียชีวิตเกือบ 53,934 รายตามข้อมูลที่รวบรวมโดยมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ถึงช่วงเย็นวันอาทิตย์ตามเวลาไทย โดยเมื่อคืนวันเสาร์อเมริกามีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 2,494 ศพภายใน 24 ชั่วโมง  ยอดนี้เพิ่มจาก 1,258 ศพเมื่อวันศุกร์ ซึ่งเป็นยอดตายรายวันต่ำที่สุดของสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 3 สัปดาห์  อิตาลีมีผู้เสียชีวิตมากรองลงมาที่ 26,384 ศพ, สเปน 23,190 ศพ, ฝรั่งเศส 22,614 ศพ และสหราชอาณาจักรเป็นชาติที่ 5 ที่มีผู้เสียชีวิตเกิน 2 หมื่นราย โดยยอดล่าสุดของวันเสาร์อยู่ที่ 20,319 ศพ
    รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า นับแต่จีนรายงานอย่างเป็นทางการว่ามีผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนาที่ก่อโรคปอดอักเสบครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่นเมื่อวันที่ 10 มกราคม ผ่านไปนาน 91 วันโรคนี้จึงคร่าชีวิตผู้ป่วยเกิน 100,000 คน แต่ใช้เวลาอีกเพียง 16 วันก็คร่าชีวิตผู้ป่วยเพิ่มเป็น 200,000 คน ในขณะที่ตลอดทั้งปีนั้นประเมินกันว่าจะมีชาวโลกเสียชีวิตประมาณ 400,000 คน
    การเปรียบเทียบประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด 20 ชาติ พบว่าเบลเยียมมีอัตราการเสียชีวิตมากที่สุดเมื่อเทียบกับสัดส่วนประชากร ที่ 6 ศพต่อประชากร 10,000 คน ส่วนของสเปนอยู่ที่ 4.9 ศพ  และอเมริกาอยู่ที่ 1.6 ศพต่อประชากร 10,000 คน
    ผู้เสียชีวิตของอเมริกา, สเปน และอิตาลีรวมกันมีมากกว่าครึ่งหนึ่งของทั้งโลก โดยอัตราการเสียชีวิตของอเมริกาอยู่ที่ประมาณ 8% ส่วนอิตาลีและสเปนนั้นอัตราผู้ติดเชื้อที่เสียชีวิตมีมากกว่า 10%  อย่างไรก็ดี อัตราโดยรวมนี้ยังถือว่าต่ำหากพิจารณาว่ายังมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่ได้รับรายงาน เนื่องจากผู้ที่มีอาการก็ไม่ได้รับการตรวจเชื้อครบทุกราย และหลายประเทศไม่ได้รวมผู้เสียชีวิตที่พบในบ้านพักคนชราหรือสถานที่อื่นๆ นอกโรงพยาบาล
    เมื่อวันอาทิตย์ ทางการจีนรายงานว่ามีผู้ติดเชื้อรายใหม่เพียง 11 รายเมื่อวันเสาร์ ลดลงจาก 12  รายของวันศุกร์ และไม่มีผู้เสียชีวิต ที่นครอู่อั่นของมณฑลหูเป่ย์ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางการระบาด คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติแถลงว่า ถึงวันอาทิตย์อู่ฮั่นไม่มีผู้ป่วยโควิด-19 รักษาอยู่ในโรงพยาบาลอีกแล้วแม้แต่รายเดียว 
    อู่ฮั่นมีผู้ติดเชื้อไวรัสนี้ 46,452 ราย จากยอดรวมทั่วจีนแผ่นดินใหญ่ 82,827 ราย หรือราว 56%  และมีผู้เสียชีวิต 3,869 ราย จากผู้เสียชีวิตทั้งประเทศ 4,632 ราย หรือ 84% ทางการจีนเริ่มสั่งล็อกดาวน์เมืองอู่ฮั่นและมณฑลหูเป่ย์นานกว่า 2 เดือนตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม และยกเลิกการล็อกดาวน์อู่ฮั่นเมื่อต้นเดือนนี้ แต่ปัจจุบันศูนย์รวมการระแวดระวังของจีนย้ายไปยังมณฑลเฮย์หลงเจียง ซึ่งอยู่ติดชายแดนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและมีผู้ติดเชื้อที่เดินทางเข้ามาจากรัสเซียจำนวนมาก
    สเปนก็มีแนวโน้มที่ดีเช่นกัน โดยกระทรวงสาธารณสุขแถลงเมื่อวันอาทิตย์ว่า จำนวนผู้เสียชีวิตรายวันลดลงเหลือ 288 ศพ เป็นยอดต่ำที่สุดนับแต่วันที่ 20 มีนาคม และลดลงจาก 378 ศพของเมื่อวันเสาร์  ข่าวนี้ประกาศออกมาในวันเดียวกับที่คำสั่งผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เด็กเล็กเริ่มมีผลบังคับใช้ 
    รัฐบาลสเปนใช้มาตรการเข้มงวดกับประชากรเกือบ 47 ล้านคนที่ได้รับคำสั่งให้อยู่แต่ในเคหสถานมาตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม โดยอนุญาตให้ผู้ใหญ่ออกไปซื้ออาหาร, ยา, พาสุนัขเดินเล่นได้ช่วงสั้นๆ หรือหากป่วยฉุกเฉิน แต่เด็กๆ จะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกนอกบ้านอย่างสิ้นเชิง การผ่อนคลายมาตรการในวันอาทิตย์จะปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 14 ปีออกนอกบ้านได้เป็นครั้งแรกในรอบ 6 สัปดาห์ แต่จำกัดแค่วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 1 ชั่วโมง ระหว่างเวลา 09.00-21.00 น.โดยต้องมีผู้ปกครองดูแล 1 ราย และห้ามไปไกลบ้านเกินระยะ 1 กิโลเมตร คำประกาศของนายกฯ เปโดร ซานเชซ เมื่อวันเสาร์ยังเผยด้วยว่า  ชาวสเปนทุกคนจะได้รับอนุญาตให้ออกไปเดินหรือออกกำลังกายนอกบ้านได้ตั้งแต่สุดสัปดาห์หน้า และวันอังคารนี้เขาจะประกาศแผนยกเลิกการล็อกดาวน์ที่จะมีผลช่วงครึ่งหลังของเดือนพฤษภาคม
    เอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ด้วยว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียจะผ่อนคลายมาตรการเคอร์ฟิว 24  ชั่วโมงลงบางส่วน โดยยังยกเว้นนครเมกกะและพื้นที่ที่มีการระบาดหนักที่ยังห้ามประชาชนออกนอกบ้านตลอดเวลา ส่วนพื้นที่อื่นนั้นจะยกเว้นเคอร์ฟิวระหว่างเวลา 09.00-17.00 น.และร้านค้าจะได้รับอนุญาตให้เปิดกิจการได้จนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม รายงานของกระทรวงสาธารณสุขซาอุฯ เมื่อวันเสาร์เผยว่า ซาอุฯ มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 16,299 ราย เสียชีวิต 136 ราย
    ในภูมิภาคอาเซียน สิงคโปร์มีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 931 รายเมื่อวันอาทิตย์ ยอดผู้ติดเชื้อสะสมเป็น  13,624 ราย ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่มีใบอนุญาตทำงานถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งพักอาศัยในหอพักแรงงานที่อยู่กันอย่างแออัด ส่วนผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 12 ราย 
    ขณะที่อินโดนีเซียเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในอาเซียน 743 ศพ เพิ่มขึ้น 23 ศพ จากผู้ติดเชื้อ 8,882 ราย เพิ่มขึ้น 275 ราย, ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อสะสม 7,579 ราย เพิ่มขึ้น 285 ราย เสียชีวิต  494 ราย เพิ่มจากวันก่อน 7 ราย, มาเลเซียติดเชื้อ 5,742 ราย เสียชีวิต 98 ราย และเมียนมามีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 ราย รวมเป็น 146 ราย เสียชีวิต 5 ราย