ตั้งตัวแทน ศธ. 37 คน ประสานเอกชน ติดตามความคืบหน้าโครงการโรงเรียนร่วมพัฒนา 


เพิ่มเพื่อน    


27เม.ย.63-นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในการประชุมโรงเรียนร่วมพัฒนา (Partnership School) ที่ประชุมได้ชี้แจงแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และต่อยอดการทำงานของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่จะขับเคลื่อนการศึกษาของประเทศ ซึ่งหลายเรื่องตรงกับปัญหา อุปสรรคของการศึกษาไทยในปัจจุบันที่ภาคเอกชนเสนอ ดังนั้นถือว่า ศธ.เดินมาถูกทาง เพราะเรามีแนวทางที่จะเข้าไปแก้ปัญหาที่ภาคเอกชนเห็น เช่น เรื่องระเบียบ ประกาศ ศธ. ต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคในการดำเนินงาน ซึ่งเราก็มีแนวคิดที่จะปรับปรุงแก้ไขอยู่แล้ว ทั้งนี้ตนยังได้มอบหมายให้มีตัวแทนจาก ศธ. จำนวน 37 คน ทำหน้าที่ประสานงานกับภาคเอกชน เพื่อรับทราบความคืบหน้าการดำเนินงานในโครงการนี้ที่ขับเคลื่อนมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะทการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาวของภาคเอกชนแต่ละแห่ง และนำกลับมาเสนอตนในวันที่ 15 พฤษภาคม เพื่อที่ตนจะนำกลับมาดูว่าภาครัฐสามารถสนับสนุน หรือให้ความยืดหยุ่นในเรื่องใดได้บ้างอย่างไร

นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีการเสนอแนวคิด Public Private Partnership For School ด้วย ซึ่งแนวคิดดังกล่าวจะมุ่งเน้นให้โรงเรียนเป็นนิติบุคคล โดยที่มีภาคเอกชนที่มีความเข้าใจในระบบการศึกษาเข้ามาร่วมสร้าง ทั้งนี้ในส่วนของข้อจำกัดต่างๆ ตนได้สร้างความมั่นใจให้ที่ประชุมรับทราบว่า ศธ. เชื่อมั่นในภาคเอกชนที่จะเข้ามาร่วมโครงการ ว่า ทุกฝ่ายมีความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาการศึกษา เฉพาะหากมีข้อเสนอใดที่มองว่าเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาไทย ศธ.จะผลักดันให้มีการขับเคลื่อนอย่างแน่นอน สำหรับเรื่องการขยายความร่วมมือนั้น เราพบว่าขณะนี้มีภาคเอกชนหลายแห่งที่มีความสนใจที่จะเข้าร่วม แต่ตนมองว่าการขอการสนับสนุน หรือ ชักชวนให้ภาคเอกชนมาเข้าร่วม ควรจะสร้างโครงการนี้ให้เห็นภาพชัดก่อน ว่า เราจะสร้างประโยชน์ทางการศึกษาได้อย่างเต็มที่อย่างไร ทั้งนี้ตนเชื่อว่าหากเราสร้างโครงการนี้ให้เห็นภาพชัดเจนว่า สามารถสร้างประโยชน์ให้กับการศึกษาได้ ไม่ว่าจะมีการเปลี่ยนรัฐมนตรีอีกกี่คน ก็สามารถขับเคลื่อนได้ เพราะเป็นโครงการที่เป็นประโยชน์จึงไม่มีใครต้องการที่จะเปลี่ยน