ว่าด้วย...ความปกติแบบใหม่


เพิ่มเพื่อน    

 

                                                       (1)

                เห็นว่า...จำนวนตัวเลข ผู้ติดเชื้อ ไวรัส COVID-19 ของบ้านเรา อยู่ในระดับ เลขตัวเดียว ต่อเนื่องมาหลายวันแล้ว ถือเป็นตัวแสดงออกว่าน่าจะ เอาอยู่ อย่างชนิดน่าปลอดโปร่ง โล่งใจ กันตามสมควร หรือถึงจังหวะที่คงพอได้คลายล็อก ปลดล็อก กันไปได้มั่ง แต่ถึงกระนั้น...ไม่ว่าจะปลด จะคลาย กันไปในรูปไหน โอกาสที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะกลับมาเหมียนน์น์น์เดิม คงต้องใช้เวลาอีกซักพักใหญ่ๆ...

                                                        (2)

                จะไปเฉลิมฉลองชนแก้ว ชนขวด กันในร้านอาหาร ภัตตาคาร แบบเดิมๆ เนื่องในวาระโอกาสรอดชีวิตจาก COVID-19 อะไรทำนองนั้น...น่าจะลำบาก หรือน่าจะยังแทบเป็งปายม่ายล่าย เพราะไม่ใช่แต่เฉพาะทางร้าน ทางภัตตาคาร เขาจะต้องกำหนด ระยะห่างทางสังคม ให้นั่งห่างกันเป็นศอกๆ วาๆ ชนิดต้องปาแก้ว ปาขวด นั่นแหละถึงจะพอชนกันได้จริงๆ แต่โดยตัวของลูกค้า หรือผู้เข้าไปรับประทานอาหารเอง ก็คงไม่อยากจะไปเบียดเสียด ไปโอบหลัง โอบไหล่ใครต่อใครกันได้ง่ายๆ ยิ่งแต่ละคน แต่ละราย ยังต้องเอาผ้า เอาหน้ากาก มาสวมปิดจมูก ปิดปาก เวลาดื่ม เวลากิน ในแต่ละที ยังไม่รู้ว่าจะยัดเข้าไปตรงรูไหน ด้วยสีสัน บรรยากาศ ในลักษณะทำนองนี้ คงไม่น่าจะมีใครคิดเฮๆ ฮาๆ เหมือนเดิมๆ อีกต่อไป คืออย่างน้อย...ก็คงต้อง เกร็งๆ กันไปโดยตลอด หรือไปอีกซักพักใหญ่ๆ นั่นแหละทั่น...

                                                       (3)

                แม้แต่การเข้า ร้านตัดผม กันในช่วงนี้...คงหนีไม่พ้นที่ต้องอึดอัดไปด้วยกันทั้งคู่ ไม่ว่าคนตัด หรือคนให้ตัด เพราะต่างไม่มีโอกาสได้รับรู้ ว่าใครกันแน่...ติดเชื้อ-ไม่ติดเชื้อ ขณะที่คนตัดนั้นอาจต้องสวมชุด มนุษย์ต่างดาว มีทั้งหน้ากากพลาสติก หน้ากากผ้า หรือเผลอๆ แถมถุงมือเข้าไปอีกด้วย ส่วนคนถูกตัด หรือคนให้ตัด ถ้าต้องใส่หน้ากากยาง หน้ากากผ้า ระหว่างให้ตัด ก็ยังนึกภาพไม่ออก ว่ามันจะตัดกันได้ยังไง แบบไหน และรูปไหน เพราะโอกาสที่ปัตตาเลี่ยน หรือกรรไกร มันจะไถๆ ถากๆ เข้าไปโดนส่วนหนึ่ง ส่วนใด ของหน้ากาก ย่อมเป็นไปได้ไม่ยากซ์ซ์ซ์...

                                                      (4)

                และก็ด้วยเหตุนี้นี่เอง...ที่ อันตัวข้าพเจ้าเอง เลยต้องหันมา นิว นอร์มอล อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ แม้ว่าผมเผ้าด้านข้างและด้านหลังจะรกรุงรังอยู่พอสมควร ส่วนตรงกลางๆ กบาลนั้น...ไม่ถึงกับน่าหนักใจซักเท่าไหร่ เพราะไม่ว่าปล่อยเอาไว้กี่ปี กี่ชาติ มันคงไม่คิดจะ งอก ของมันต่อไปอีกแล้ว แต่ก็นั่นแหละ...การฝ่าภยันอันตรายจาก COVID-19 เพื่อเข้าไปให้ช่างตัดผมเล็มด้านหลัง ด้านข้าง ออกซะมั่ง ก็เป็นอะไรที่ออกจะ ลงทุน จนเกินไป ดังนั้น...ก็เลยต้องหันมา นิว นอร์มอล หรือหันมาสร้าง “ความปกติ แบบใหม่ ให้กับตัวเอง ด้วยการหากรรไกร มาตัดเอง ไถเอง จนทำให้ ความปกติแบบใหม่ ดูจะ ไม่ปกติ มากมายซักเท่าไหร่ คือมันไม่ราบเรียบ สละสลวย เหมือนอย่างที่ต้องวานให้ช่างตัดผม เขาตัดๆ เล็มๆ ตามความเป็นมืออาชีพ เหมือนก่อนๆ หรือต้องกลายเป็น ความปกติ แบบเป็นขั้นบันได แหว่งๆ วิ่นๆ ไปตามสภาพ...

                                                        (5)

                ยิ่งไปเห็นภาพ ความปกติแบบใหม่ ของพวกเด็กๆ ในเมืองจีน ที่แม้จะกลับไปเรียนหนังสือ หนังหา ได้เป็นปกติเหมือนเดิม หรือเหมือนเมื่อครั้งก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส แต่การที่ผู้ปกครอง หรือใครก็ไม่รู้ ต้องไปหา หมวก ที่ดีไซน์ขึ้นมาเป็นการเฉพาะ ให้พวกเด็กๆ สวมใส่ คือเป็นหมวกที่มีหางยาวๆ แผ่ออกจากด้านข้าง คล้ายหมวกของ เปาบุ้นจิ้น อะไรทำนองนั้น ทั้งนั้น ทั้งนี้...ก็เพื่อให้หางยาวๆ นั่นแหละ เป็นตัวสร้าง ระยะห่างทางสังคม ระหว่างพวกเด็กๆ ด้วยกัน อันนี้...มันก็เลยทำให้ ความปกติแบบใหม่ จึงยิ่งเป็นอะไรที่ผิดแผก แตกต่าง ไปจากความปกติแบบเดิมๆ ยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

                                                      (6)

                ด้วยเหตุนี้...อย่างที่ใครต่อใคร เขาว่าๆ เอาไว้นั่นแหละว่า โลกนับจากนี้ต่อไป หรือนับจากการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จะไม่ใช่โลกแบบเดิม หรือเหมือนเดิม อีกต่อไปแล้ว แม้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างจะหวนกลับมาสู่ความเป็น ปกติ ไปแล้วก็ตาม แต่ความเป็นปกตินั้นๆ อาจเกิดความผิดแผก แตกต่าง หรือเกิดความเปลี่ยนแปลง ไปเป็น ความปกติแบบใหม่ ได้เสมอ และคงไม่ใช่แค่เรื่องความปกติในการเข้าไปกิน ไปดื่ม ในร้านอาหาร ภัตตาคาร หรือการเข้าไปตัดผม ตัดเผ้า ในร้านตัดผม อย่างที่ได้ยกตัวอย่างไปแล้ว แต่อาจเป็น ความปกติแบบใหม่ ในทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ หรือแม้แต่ทางสังคม หรือทางการใช้ชีวิตของผู้คนในแต่ละสังคมเอาเลยก็ไม่แน่!!! อันนี้นี่แหละ...ที่น่าคิด น่าสนใจ เอามากๆ ว่าจะเป็นไปในรูปไหน แบบไหน???

                                                       (7)

                การเมือง การปกครอง ที่เคยคิด เคยเชื่อกันตามปกติประมาณว่า มีแต่ระบอบ ประชาธิปไตย เท่านั้นที่ดีที่สุด หรือเลวน้อยที่สุด แต่ภายใต้ ความปกติแบบใหม่ มันจะถูกแปรรูป แปรร่าง ให้ออกไปในแนวไหน อย่างไร ก็ยากที่จะจินตนาการออกมาได้ชัดๆ ระบบเศรษฐกิจ ที่เคยเชื่อๆ กันไปตามปกติว่า มีแต่ ทุนนิยมเสรี เท่านั้น ที่อยู่ยั้งยืนยง คงทนถาวร อย่างถึงที่สุด เนื่องจากถือเป็นสิ่งที่สอดคล้อง ต้องกันกับ สัญชาตญาณความเป็นมนุษย์ จะถูก ความปกติแบบใหม่ ปรับเปลี่ยนไปในทิศไหน ทางไหน กันแน่ จะทำให้วิถีชีวิต หรือการใช้ชีวิตของผู้คนในแต่ละสังคม ที่ล้วนแต่หนักไปทาง ผู้บริโภคสากล ชนิดดุเดือด เลือดพล่าน ไปด้วยกันทั้งสิ้น จะต้องหันมารับรู้ เรียนรู้ ถึงความพอเพียง พอประมาณ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงและปฏิเสธ หรือไม่? อย่างไร? อันนี้นี่แหละ...ที่น่าลุ้น น่าติดตามเอามากๆ ยิ่งกว่าลุ้นตัวเลขผู้ป่วย ผู้ติดเชื้อ ไปเป็นวันๆ ซะอีก...

                                 ------------------------------------------------------

                                                                                  


"ธรรมศาสตร์" เดี๋ยวนี้ เปิดสอนคณะใหม่ๆ เก๋ไก๋จัง นอกจาก "คณะไสยศาสตร์สามสัส" แล้ว ยังเปิด "คณะสถุลศาสตร์การเมือง" ขึ้นมาอีกคณะ! บัณฑิตรุ่นแรกที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตา เห็นจะไม่มีใครเกินนางสาวปนัสยา หรือ "รุ้ง"

อำนาจแท้จริง "ประชาชน"
'อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ'
'พระผู้ไม่ทอดทิ้งประชาชน'
ประตูบานที่ ๓ 'ระบอบทักษิณ'
ด้วย 'รู้เช่น-เห็นชาติ' ธนาธร
ม็อบจะฆ่าพรรคฝ่ายค้าน