บราซิลติดไวรัสเกิน100,000คน ปธน.ปลุกม็อบต้านล็อกดาวน์


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ขึ้นเวทีปราศรัยต่อต้านมาตรการควบคุมการแพร่เชื้อโควิด-19 ของหลายรัฐ ระบุการล็อกดาวน์บังคับคนอยู่บ้านทำลายเศรษฐกิจของประเทศ ขณะยอดติดเชื้อในบราซิลเกิน 100,000 คนแล้ว เสียชีวิตมากกว่า 7,000 คน

ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านสภาคองเกรสและศาลสูงสุด ด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดีเมื่อวันอาทิตย์

    "การทำลายการจ้างงานของผู้ว่าการรัฐบางคนเป็นเรื่องที่ไม่รับผิดชอบและยอมรับไม่ได้ พวกเราจะต้องชดใช้ราคาแพงในอนาคต" เอเอฟพีอ้างคำกล่าวของผู้นำขวาจัดของบราซิล ที่ปราศรัยที่ด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงบราซิเลีย โดยมีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กด้วยเมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 พฤษภาคม 2563

    โบลโซนาโรขัดแย้งกับผู้ว่าการรัฐต่างๆ หลายครั้ง โดยเขายืนกรานว่ามาตรการควบคุมอย่างเข้มงวดที่ผู้ว่าการรัฐเหล่านั้นบังคับใช้เป็นปฏิกิริยารุนแรงเกินเหตุและกำลังทำร้ายเศรษฐกิจของประเทศ

    ข้อมูลจากกระทรวงสาธารณสุขบราซิลวันเดียวกันนั้น มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ยืนยันแล้ว 101,147 ราย เพิ่มขึ้น 4,588 รายจากวันก่อน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่มใน 24 ชั่วโมงถึง 275 คน ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมเป็น 7,025 คน

    ผู้เชี่ยวชาญหลายคนเชื่อว่า จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในบราซิลสูงกว่าตัวเลขของทางการ 12-15 เท่า เนื่องจากการตรวจเชื้อที่ไม่ทั่วถึงในประเทศที่มีประชากรถึง 210 ล้านคนแห่งนี้ ทำให้มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่ไม่ได้รับการตรวจยืนยัน

    การชุมนุมประท้วงที่กรุงบราซิเลียครั้งนี้มีผู้สนับสนุนโบลโซนาโรมาฟังปราศรัยมากกว่าการชุมนุมหลายครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้ประท้วงหลายคนชูป้ายข้อความต่อต้านผู้ที่วิจารณ์เขา เช่น โรดริโก มายา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และแซร์จีโอ โมโร อดีตรัฐมนตรียุติธรรมที่ลาออกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว หลายคนเรียกร้องให้กองทัพเข้าแทรกแซง

    "ประชาชนอยู่ข้างเรา และกองทัพก็อยู่ข้างเดียวกับกฎหมาย, กฎระเบียบ, เสรีภาพ และประชาธิปไตย" โบลโซนาโรกล่าวปลุกผู้สนับสนุน

    หนังสือพิมพ์เอสตาดู เด เซาเปาลู ซึ่งเป็นหนึ่งในสื่อสิ่งพิมพ์ฉบับใหญ่ที่สุดของบราซิล รายงานในเว็บไซต์ของพวกเขาว่า ช่างภาพคนหนึ่งและคนขับรถโดนกลุ่มผู้ประท้วงผลักและเตะ

    ผู้เชี่ยวชาญคาดคะเนกันว่า การแพร่ระบาดในประเทศใหญ่สุดของภูมิภาคลาตินอเมริกาแห่งนี้จะรุนแรงกว่าปัจจุบันมาก โดยเชื่อว่าสถานการณ์จะยังไม่ถึงจุดสูงสุดอีกหลายสัปดาห์

    สัปดาห์ที่แล้ว นครรีโอเดจาเนโรประกาศขยายคำสั่งให้ประชาชนอยู่ในเคหสถานต่อไปจนถึงวันที่ 11 พฤษภาคม โดยไม่นำพาเสียงเรียกร้องของโบลโซนาที่ต้องการให้รัฐบาลท้องถิ่นอนุญาตให้ประชาชนกลับเข้าทำงานได้.


จัดหนักจัดเต็มทั่วหน้า ไม่มีคำว่าสองมาตรฐาน อ่านบทความอาจารย์แก้วสรร อติโพธิ ใน www.thaipost.net วานนี้ มองเห็นหลายๆ เรื่องในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต ได้ชัดเจนขึ้น

"ทักษิณ" ท้ารบ "จตุพร"
หมาเยี่ยวรดภูเขาทอง
บาปหนาของคณะราษฎร
'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'