มาเลเซียคลายล็อกดาวน์ บังคับแรงงานต่างชาติตรวจโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

มาเลเซียบังคับแรงงานต่างชาติทุกคนในประเทศต้องตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่โดยให้นายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่าย ขณะรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการปิดธุรกิจและจำกัดการเคลื่อนย้ายของประชาชนที่ใช้มานาน 6 สัปดาห์แล้ว

ชาวมาเลเซียโดยสารรถประจำทางในกรุงกัวลาลัมเปอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม รัฐบาลมาเลเซียเริ่มใช้มาตรการควบคุมการเคลื่อนย้ายแบบมีเงื่อนไขระยะใหม่เพื่อเริ่มฟื้นเศรษฐกิจของประเทศ

    รายงานรอยเตอร์กล่าวว่า อิสมาอิล ซาบรี ยาคอบ รัฐมนตรีอาวุโสฝ่ายความมั่นคงของมาเลเซีย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม 2563 ว่าแรงงานชาวต่างชาติจากทุกภาคส่วนจะถูกบังคับให้ต้องตรวจคัดกรองโรคโควิด-19 โดยนายจ้างจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย หลังจากมีรายงานพบแรงงานต่างชาติหลายคนในสถานที่ก่อสร้างแห่งหนึ่งที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ติดเชื้อไวรัสนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

    คำประกาศนี้มีออกมาภายหลังทางการมาเลเซียควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีใบอนุญาตนับพันคนเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ และทำให้องค์การสหประชาชาติและกลุ่มสิทธิวิพากษ์วิจารณ์ อิสมาอิล ซาบรีกล่าวปกป้องการปฏิบัติการจับกุมนี้ และว่าแรงงานทุกคนที่ถูกควบคุมตัวโดนตรวจเชื้อแล้วแต่ไม่พบว่ามีใครติดไวรัสโคโรนา

    แรงงานข้ามชาติเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของไวรัสนี้ ที่สิงคโปร์มีแรงงานชาวต่างชาตินับหมื่นรายที่ติดเชื้อจากหอพักแรงงานข้ามชาติหลายแห่งในประเทศ

    มาเลเซียมีแรงงานต่างชาติที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายประมาณ 2 ล้านคน แต่เจ้าหน้าที่กล่าวกันว่า ยังมีแรงงานเถื่อนอีกมากมายที่ทำงานอย่างผิดกฎหมาย แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ในมาเลเซียมาจากอินโดนีเซีย, บังกลาเทศ, อินเดีย และเนปาล

    เมื่อวันจันทร์ มาเลเซียเริ่มผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เริ่มบังคับใช้เมื่อวันที่ 18 มีนาคม โดยธุรกิจส่วนใหญ่ได้รับอนุญาตให้เปิดทำการได้อีกครั้ง ยกเว้นกิจการที่ผู้คนต้องติดต่อสัมผัสใกล้ชิด เช่นโรงภาพยนตร์ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดได้ ท้องถนนในกรุงกัวลาลัมเปอร์ช่วงชั่วโมงเร่งด่วนเช้าวันจันทร์กลับมาคึกคัก ชาวมาเลเซียพากันมาวิ่งออกกำลังกายนอกบ้านเป็นครั้งแรกในรอบหลายสัปดาห์ พนักงานเริ่มกลับเข้าทำงานในสำนักงาน แต่ยังต้องรักษาการเว้นระยะห่างทางสังคม

    รัฐบาลประเมินว่าโรคระบาดครั้งนี้สร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจราว 63,000 ล้านริงกิต (ราว 477,750 ล้านบาท) และปกป้องการตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการในครั้งนี้ แม้ว่าจะยังพบผู้ติดเชื้อรายใหม่จำนวนมากก็ตาม

    มาเลเซียเคยเป็นประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อสูงที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายน แต่ขณะนี้มาเลเซียเพิ่งมีผู้ติดเชื้อราว 6,300 ราย เสียชีวิตอย่างน้อย 105 ราย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 122 คน สูงที่สุดนับแต่วันที่ 14 เมษายน

    ยังมี 9 รัฐ จาก 13 รัฐ ที่รัฐบาลท้องถิ่นยังเลือกชะลอการผ่อนคลายมาตรการเนื่องจากกลัวการระบาดรอบที่สอง เช่นรัฐซาบาห์บนเกาะบอร์เนียว ตัดสินใจคงมาตรการชัตดาวน์ต่อไปถึงวันที่ 12 พฤษภาคม.