เซ่นไวรัสโคโรนา เกิน250,000ศพ! EUพัฒนาวัคซีน


เพิ่มเพื่อน    

 ทั่วโลกสังเวยโควิด-19 เกิน 250,000 ศพแล้ว สถิติใหม่ชี้อังกฤษตายมากสุดในยุโรปแซงอิตาลี อียูนำหลายชาติระดมทุนภาครัฐเอกชนได้กว่า 8,000 ล้านดอลลาร์เพื่อพัฒนายา-วัคซีน แต่รัฐบาลทรัมป์ไม่ขอเอี่ยวด้วย ขณะกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกาเล็งกู้เงินเกือบ 3 ล้านล้านดอลลาร์ ด้านอนามัยโลกยันอเมริกาไม่เคยแสดงหลักฐานสนับสนุนทฤษฎีไวรัสหลุดจากแล็บจีน 

    แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ในหลายประเทศจะทุเลาลงเป็นลำดับแล้ว แต่จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในภาพรวมทั่วโลกยังเพิ่มพูนไม่หยุด ข้อมูลล่าสุดของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐอเมริกาเมื่อช่วงเย็นวันอังคารที่ 5 พฤษภาคม ขณะนี้ทั่วโลกมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมใกล้ถึง 3.6 ล้านรายแล้ว เสียชีวิตเกือบ 252,000 ราย
    สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อมากที่สุดเกิน 1.18 ล้านราย เสียชีวิตเกือบ 69,000 ราย แต่เอเอฟพีรายงานว่า เอกสารภายในของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) ประเมินว่า  จำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตในสหรัฐอเมริกาจะกลับมาเพิ่มขึ้นพรวดพราดอีกครั้งเริ่มตั้งแต่กลางเดือนนี้  ซึ่งจะยืนยันข้อวิตกของผู้เชี่ยวชาญหลายคนที่ว่า บางมลรัฐผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์เพื่อเปิดเศรษฐกิจเร็วเกินไป
    ตัวเลขที่ซีดีซีทำนายระบุว่า ยอดติดเชื้อรายวันจะเพิ่มมากกว่าปัจจุบัน 8 เท่า เป็นวันละ 200,000  รายตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน จากยอดรายวันขณะนี้ซึ่งเฉลี่ยที่ 25,000-30,000 ราย และยอดเสียชีวิตรายวันอาจสูงถึง 3,000 คน จากยอดตายเฉลี่ยปัจจุบันวันละ 1,500,-2,000 คน
    เมื่อวันอังคาร รอยเตอร์รายงานข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติของอังกฤษที่ชี้ว่า สหราชอาณาจักรมีผู้เสียชีวิตมากที่สุดในยุโรปแซงหน้าอิตาลีแล้ว โดยตัวเลขสถิติรายสัปดาห์เพิ่มยอดผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ในอังกฤษและเวลส์อีกมากกว่า 7,000 ราย ทำให้ยอดรวมผู้เสียชีวิตในสหราชอาณาจักรเป็น 32,313 ราย ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตของอิตาลีรวบรวมถึงวันจันทร์อยู่ที่ 29,079 ราย
    จำนวนผู้เสียชีวิตที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ยิ่งเพิ่มแรงกดดันทางการเมืองต่อนายกฯ บอริส จอห์นสัน ที่ถูกฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าเพิ่งประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เมื่อเดือนมีนาคม ซึ่งช้ากว่าชาติอื่นในยุโรปมาก และยังเริ่มโครงการตรวจเชื้อมวลชนช้าไป รวมถึงจัดหาอุปกรณ์ป้องกันให้แก่โรงพยาบาลได้ไม่เพียงพอ
    หลายประเทศที่สถานการณ์รุนแรงกว่าอังกฤษ ไม่ว่าอิตาลี, สเปน และฝรั่งเศสทยอยผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์แล้ว หลังจากจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตชะลอตัวลง แต่ยังคงมาตรการป้องกันและรักษาการเว้นระยะห่างทางสังคมไว้ สเปนและโปรตุเกสมีคำสั่งบังคับให้ประชาชนสวมหน้ากากอนามัยหรือปิดปากปิดจมูกเมื่อใช้ระบบขนส่งมวลชน ส่วนสโลวีเนีย, โปแลนด์ และฮังการีเป็นชาติล่าสุดของยุโรปที่เริ่มเปิดสถานที่สาธารณะและธุรกิจบางส่วน
    สถานการณ์ในรัสเซียกลับตรงกันข้าม โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เกินหลักหมื่นติดต่อกันหลายวัน เมื่อวันอังคารรัสเซียรายงานว่า มีผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 10,102 คนในช่วงเวลา 24 ชั่วโมง ใกล้เคียงกับยอด  10,581 คนของวันก่อน และทำให้ยอดติดเชื้อสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 155,370 คน และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 95 คน ยอดรวมเป็น 1,451 ศพ
    เมื่อวันจันทร์ สหภาพยุโรป (อียู) ร่วมกับอังกฤษ, นอร์เวย์ และซาอุดีอาระเบียจัดการประชุมทางไกลระดมทุนเพื่อสนับสนุนองค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) ในการค้นคว้า วิจัย พัฒนา ผลิต และแจกจ่ายวัคซีนและยารักษาโควิด-19 มีผู้นำของหลายสิบประเทศที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ อาทิ ญี่ปุ่น,  แคนาดา และแอฟริกาใต้ แต่จีนส่งเอกอัครราชทูตประจำอียูเป็นตัวแทน ขณะที่สหรัฐอเมริกาไม่เข้าร่วม  โดยรัฐบาลต่างๆ และเอกชนซึ่งรวมถึงมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ และมหาเศรษฐีหลายรายรับปากให้เงินสนับสนุนรวมกันแล้ว 8,100 ล้านดอลลาร์
    กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาออกแถลงการณ์ชี้แจงสาเหตุที่ไม่เข้าร่วมกิจกรรมระดมทุนครั้งนี้ว่า เป็นเพราะตนกำลังเป็นผู้นำของโลกในการต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 และได้ทุ่มเทเงินไปแล้วมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ โดยร่วมมือกับบริษัทยาหลายแห่งของสหรัฐอเมริกาในการพัฒนาวัคซีน
    สภาคองเกรสและรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้จัดสรรงบประมาณเกือบ 3 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุนธุรกิจและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการชัตดาวน์ ซึ่งทำให้ชาวอเมริกันตกงานแล้วมากกว่า 30 ล้านคน และเมื่อวันจันทร์กระทรวงการคลังประกาศว่า เตรียมกู้ยืมเงินผ่านการออกตราสารหนี้ 3 ล้านล้านดอลลาร์ ในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน เพื่อนำเงินมาสนับสนุนโครงการบรรเทาผลกระทบจากการระบาดของไวรัส 
    ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยขู่ไว้ว่ารัฐบาลของเขาจะหาทางให้จีนชดใช้ค่าเสียหาย ในฐานะที่จีนเป็นต้นตอการระบาดของโควิด-19 ซึ่งรวมถึงการขึ้นภาษีศุลกากร หลายสัปดาห์มานี้ทรัมป์และสมาชิกระดับสูงในรัฐบาลของเขาพยายามโยนความผิดว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หลุดมาจากห้องแล็บไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่นของจีน และเมื่อวันอาทิตย์ ไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ อ้างซ้ำอีกว่ามีหลักฐานมากมายที่ยืนยันว่าไวรัสนี้ออกมาจากแล็บจีน
    คำกล่าวหาของสหรัฐอเมริกาถูกดับเบิลยูเอชโอปฏิเสธอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการบริการโครงการฉุกเฉินของดับเบิลยูเอชโอ กล่าวว่า รัฐบาลสหรัฐอเมริกาไม่ได้แสดงหลักฐาน หรือข้อมูลที่สนับสนุนคำกล่าวอ้างที่มาจากการคาดเดาเกี่ยวกับต้นกำเนิดของไวรัส จากมุมมองของดับเบิลยูเอชโอ คำกล่าวอ้างของสหรัฐอเมริกาจึงเป็นเพียงทฤษฎี
    แม้แต่ ดร.แอนโธนี เฟาซี นักระบาดวิทยาชั้นนำซึ่งเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ก็ให้สัมภาษณ์กับเนชันแนลจีโอกราฟิกเมื่อวันจันทร์ แสดงความเชื่อมั่นว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่วิวัฒนาการมาจากสัตว์ แล้วกระโดดข้ามสายพันธุ์มาติดเชื้อในมนุษย์ โดยไม่ได้เป็นเชื้อที่ผ่านการตัดต่อทางพันธุกรรมและสร้างโดยมนุษย์.


ไม่ใช่เรื่องเด็กๆ นะ ใส่หรือไม่ใส่ชุดนักเรียนเนี่ย....มันเรื่องของผู้ใหญ่เฮงซวยปั่นหัวเด็กต่างหาก มีคนบอกว่าอย่าไปห้ามเลย เพราะยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ

'ท่านสส.ครับ...โปรดฟังสักนิด'
เหตุจาก 'เลือดนอง' กลางจอ
สืบสายโลหิต 'ม็อบ ๓ นิ้ว'
ก็มันยาว "ก่อนจะเป็นศพ"
'แค้นอาฆาต' ของคนคด
ประจักษ์ชัดแล้วว่า 'ล้มล้าง'