ทรัมป์ดื้อเปิดประเทศ ติดเชื้อเพิ่มตายยังพุ่ง


เพิ่มเพื่อน    

  ยอดสังเวยโควิด-19 รายวันของสหรัฐอเมริกากลับมาเพิ่มเกิน 2,000 ศพอีกครั้ง ยอดตายรวมพุ่งเกิน 70,000 ศพ แต่ "ทรัมป์" ยังเรียกร้องเปิดเศรษฐกิจประเทศ รัสเซียติดเชื้อเกินหมื่นรายติดต่อกัน 4 วัน ความนิยม "ปูติน" ต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี จีนแถลงตอบโต้รัฐมนตรีต่างประเทศอเมริกามโนไวรัสหลุดจากแล็บจีนโดยไม่มีหลักฐาน 

    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานสถานการณ์คืบหน้าการรับมือการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศ ซึ่งมาตรการจำกัดการเคลื่อนย้ายและใช้ข้อบังคับป้องกันการแพร่เชื้อส่งผลให้สถานการณ์ในหลายประเทศดีขึ้นและรัฐบาลต่างๆ ทยอยประกาศแผนผ่อนคลายมาตรการแล้ว แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพุธที่ 6 พฤษภาคม 2563 อ้างข้อมูลอย่างเป็นทางการแบบเรียลไทม์ของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ช่วงเย็นวันเดียวกันว่า ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตเพราะไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ก่อโรคโควิด-19 นี้แล้ว 257,818 ราย จากผู้ติดเชื้อ 3,680,376 ราย สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตมากที่สุด 71,078 ราย และมีผู้ติดเชื้อมากสุดในโลก 1,204,475 ราย 
    ข้อมูลที่รวบรวมในช่วง 24 ชั่วโมงถึง 20.30 น.วันอังคารตามเวลาท้องถิ่นเผยว่า สหรัฐอเมริกามีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 2,333 รายในวันเดียว ซึ่งมากกว่าวันก่อนหน้านั้น 2 เท่า หลังจากเมื่อวันจันทร์จำนวนผู้เสียชีวิตรายวันอยู่ที่ 1,015 ราย ต่ำที่สุดในรอบ 1 เดือน
     วันเดียวกันนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเรียกร้องมลรัฐต่างๆ รีบผ่อนคลายกฎข้อบังคับ โดยหวังว่าจะสามารถเปิดเศรษฐกิจได้อีกครั้งโดยเร็วที่สุด แม้เขายอมรับว่าจะต้องมีผู้คนบางส่วนได้รับผลกระทบอย่างมากก็ตาม
     มีสัญญาณด้วยว่า รัฐบาลของทรัมป์จะไม่พิจารณาว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นปัญหาสำคัญอันดับแรกอีกต่อไป โดยทำเนียบขาวเตรียมจะยุบคณะทำงานเฉพาะกิจฉุกเฉินรับมือการแพร่ระบาดของไวรัส ทั้งนี้ รองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งได้รับมอบหมายให้คุมคณะทำงานนี้กล่าวว่า  รัฐบาลจะเริ่มยุบคณะทำงานนี้ระหว่างวันที่ 25 พฤษภาคม หรือช่วงต้นเดือนมิถุนายน
    มลรัฐราวครึ่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกาเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์กันแล้ว ที่นครนิวยอร์กเมื่อคืนวันอังคาร ระบบรถไฟใต้ดินปิดให้บริการครั้งแรกในประวัติศาสตร์เพื่อทำการฆ่าเชื้อ ทั้งนี้ นิวยอร์กรัฐเดียวมีผู้เสียชีวิตมากเกิน 25,000 คน ใกล้เคียงกับยอดผู้เสียชีวิตของสเปนและฝรั่งเศส โดยยอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตของสองประเทศนั้นกำลังทรงตัวหรือลดลง 
    เยอรมนีซึ่งมีผู้ติดเชื้อสะสม 167,007 ราย และเสียชีวิตเพียง 6,340 ราย เมื่อวันพุธรัฐบาลประกาศแผนเปิดประเทศอีกครั้ง โดยคาดว่าจะเริ่มกลับมาทำกิจกรรมตามปกติได้เกือบสมบูรณ์ภายในเดือนนี้  รวมถึงการเปิดโรงเรียนและเริ่มการแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกาเป็นลีกแรกของ 5 ลีกใหญ่ในยุโรป
     รัสเซียเป็นอีกประเทศของยุโรปที่สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เมื่อวันพุธรัสเซียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่  10,559 รายในช่วง 24 ชั่วโมง เป็นยอดเพิ่มรายวันเกิน 10,000 รายติดต่อกันเป็นวันที่ 4 โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 165,929 ราย เสียชีวิต 1,437 ราย ถือเป็นอัตราการตายที่ต่ำเมื่อเปรียบเทียบกับหลายชาติในยุโรป
     รัฐบาลรัสเซียใช้มาตรการหยุดงานเพื่อกักกันโรคถึงวันที่ 11 พฤษภาคม แต่เจ้าหน้าที่เผยว่าการยกเลิกหรือขยายมาตรการขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละภูมิภาค ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน มีกำหนดประชุมคณะรัฐมนตรีหารือเรื่องการผ่อนคลายล็อกดาวน์ต่อไปในวันพุธ 
     ข่าวรอยเตอร์รายงานด้วยว่า ผลสำรวจของเลวาดา-เซ็นเตอร์วันเดียวกันเผยว่า คะแนนนิยมในตัวปูตินลดลงเหลือ 59% เมื่อเดือนเมษายน จาก 63% ของเดือนก่อนหน้านั้น เป็นระดับต่ำที่สุดในรอบมากกว่า 2 ทศวรรษ แต่การสำรวจทำโดยการสอบถามทางโทรศัพท์ ซึ่งต่างจากครั้งก่อนๆ ทำให้ตัวเลขอาจเบี่ยงเบน
     เกาหลีใต้อนุญาตพนักงานกลับเข้าทำงานในสำนักงานได้ตามปกติแล้วในวันพุธ รวมถึงพิพิธภัณฑ์และห้องสมุดสามารถเปิดได้ตามปกติ แต่ประชาชนยังต้องปฏิบัติตามกฎการเว้นระยะห่างทางสังคม เกาหลีใต้ซึ่งเคยมีสถานการณ์หนักรองจากจีนในช่วงต้นปี มีผู้ติดเชื้อสะสมเพียง 10,806 ราย และเสียชีวิต 255 ราย
    เมืองอู่ฮั่น ในมณฑลหูเป่ย์ของจีน ก็กลับเข้าสู่สภาพปกติแล้ว โรงเรียนกลับมาเปิดการเรียนการสอนเป็นครั้งแรก เมืองภาคกลางของจีนแห่งนี้เป็นศูนย์กลางการระบาดของไวรัสโคโรนาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าไวรัสนี้กระโดดจากสัตว์มาติดมนุษย์ก่อนจะแพร่กระจายไปทั่วโลก
    ประเด็นแหล่งกำเนิดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่กำลังสร้างความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกา หลังจากช่วงหลายสัปดาห์มานี้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐอเมริกซึ่งรวมถึงทรัมป์ พยายามตอกย้ำว่าไวรัสนี้หลุดออกมาจากห้องแล็บไวรัสวิทยาในเมืองอู่ฮั่นของจีน เมื่อวันอาทิตย์ ไมค์ ปอมเปโอ  รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ได้อ้างว่ามีหลักฐานมากมายที่ยืนยันเรื่องนี้
     ที่กรุงปักกิ่ง วันพุธ หัว ชุนอิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน แถลงตอบโต้ว่าปอมเปโอไม่มีหลักฐานใดๆ มาพิสูจน์คำกล่าวอ้างของเขา เรื่องนี้ควรเป็นหน้าที่ของนักวิทยศาสตร์และผู้ประกอบวิชาชีพทางการแพทย์ ไม่ใช่นักการเมืองที่โกหกเพื่อประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศ 
     "นายปอมเปโอพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่เขาไม่สามารถแสดงหลักฐานใดๆ เลย เขาจะแสดงได้อย่างไรในเมื้อเขาไม่มีหลักฐานเลย" โฆษกหญิงของจีนกล่าว.