ศธ.ย้ำเด็กได้ไปรร.1ก.ค.นี้แน่


เพิ่มเพื่อน    

 "ศบค.-ศธ." ย้ำปรับเปลี่ยนเปิด-ปิดภาคเรียนใหม่  ภาคเรียนที่ 1/2563 เปิดวันที่ 1 ก.ค.-13 พ.ย. ส่วนภาคเรียนที่ 2/2563 เปิดวันที่ 1 ธ.ค.-9 เม.ย.64 ส่วนจะเรียนผ่านออนไลน์ ที่บ้านหรือที่โรงเรียน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ 

    ที่ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล “โควิด-19” ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. แถลงว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ปรับเปลี่ยนเปิด-ปิดภาคเรียนใหม่ ปีการศึกษา 2563 โดยภาคเรียนที่ 1/2563 เปิดวันที่ 1 กรกฎาคม-13 พฤศจิกายน 2563 ส่วนภาคเรียนที่ 2/2563 เปิดวันที่ 1 ธันวาคม-9 เมษายน 2564 โดยรองปลัด ศธ.จะแถลงรายละเอียดถึงเรื่องดังกล่าวต่อไป
    ด้านนางลักขณา ตัณฑวุฑโฒ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เผยว่า ตามที่ ศธ.ได้เลื่อนเปิดภาคเรียนเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้น ศธ.มีความเข้าใจถึงความกังวลของผู้ปกครองเกี่ยวกับผลกระทบกับการเรียนการสอน โดยได้จัดทำแนวทางในการจัดการเรียนการสอนทุกระดับชั้น ทั้งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.), สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) รวมถึงเตรียมทักษะที่สำคัญให้กับผู้เรียน ทั้งภาษาอังกฤษ ดิจิทัลและโคดดิ้ง ซึ่งจำเป็นต่อสถานการณ์ปัจจุบัน 
    เธอกล่าวว่า นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ มีนโยบายให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษา ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นวันที่ 1 กรกฎาคมเปิดเทอมแน่นอน ส่วนจะเรียนผ่านออนไลน์ ที่บ้านหรือที่โรงเรียน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ โดยจะปรับใช้สิ่งที่มีให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขณะเดียวกัน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง  กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้ช่องศึกษาทางไกล 17 ช่อง 
    "การตัดสินใจจัดการเรียนการสอนต่างๆ จะอยู่บนพื้นฐานการสำรวจความต้องการของครู นักเรียน ผู้ปกครอง ปรับตารางเรียนตามความเหมาะสม โดยคำนึงถึงการให้ความรู้ตามช่วงวัย บุคลาลากรทางได้ศึกษา ให้ได้รับผลกระทบน้อยที่สุด"
        นางลักขณาเผยว่า การเลื่อนเปิดเทอมส่วนหนึ่งเป็นการตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้า อีกส่วนหนึ่งเป็นการยกระดับการศึกษาไทย โดยออกแบบการเรียนการสอนให้สอดคล้องกันพื้นที่ทั้งออนไซต์ ออนแอร์ และออนไลน์ แต่หากสถานการณ์ปลอดภัยก็ไปเรียนที่โรงเรียนตาม ขณะเดียวกัน ศธ.ยังกระจายอำนาจให้สำนักงานเขตพื้นที่ (สพท.) สถานศึกษา ต้องมาพูดคุยกัน เพื่อจัดการศึกษาให้เหมาะกับบริบท ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาพัก แบ่งการเรียนการสอนออกเป็น 2 เทอม แต่ละเทอมมีเวลาพักในเทอมที่ 1/2563 จำนวน 17 วัน และในภาคเรียนที่ 2/2563 จำนวน 37 วัน รวมทั้งสิ้น 54 วัน
    ทั้งนี้ ศธ.จะเริ่มทดสอบระบบการเรียนออนไลน์ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม รูปแบบการเรียนการสอน ครู โรงเรียนผู้ปกครองต้องมาช่วยกันออกแบบให้เหมาะสม การเตรียมความพร้อมของ สพฐ. แบ่งเป็น 4 ระยะ 
    โดยระยะที่ 1 การเตรียมความพร้อม เริ่มตั้งแต่ 7 เมษายน- 17 พฤษภาคม 2563 ได้สำรวจความพร้อมในด้านอุปกรณ์การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของนักเรียน ผู้ปกครอง ครู และระบบการบริหารจัดการการเรียนการสอน รวมถึงขออนุมัติใช้ช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลจาก กสทช. เพื่อจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พร้อมขออนุมัติเผยแพร่การเรียนการสอนจากห้องเรียนต้นทาง ในระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของสถานีวิทยุโทรทัศน์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม (DLTV) จากมูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดทำสื่อวีดิทัศน์การสอน เป็นต้น
    ระยะที่ 2 การทดลองจัดการเรียนการสอนทางไกล เริ่ม 18 พฤษภาคม-30 มิถุนายน จะทดลองจัดการเรียนการสอนทางไกล ในระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ผ่านช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัล DLTV ในระดับปฐมวัย เน้นกิจกรรมเตรียมความพร้อมเด็ก และระดับประถมศึกษาถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ผ่านช่องรายการโทรทัศน์ในระบบดิจิทัลและระบบออนไลน์โดยครูต้นแบบ
    ระยะที่ 3 การจัดการเรียนการสอน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563-30 เมษายน 2564 ได้วางแผนไว้สำหรับ 2 สถานการณ์ นั่นคือสถานการณ์ที่ 1 กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ยังไม่คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนระดับปฐมวัยถึงระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ด้วยระบบทางไกลผ่าน DLTV และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ด้วยวีดิทัศน์การสอนโดยครูต้นแบบและระบบออนไลน์ และสถานการณ์ที่ 2 กรณีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คลี่คลาย จะจัดการเรียนการสอนปกติในโรงเรียน โดยให้เว้นระยะห่างทางสังคม และมีแผนเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ โดยจะต้องได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน
    และระยะที่ 4 การทดสอบและการศึกษาต่อ วันที่ 1 เมษายน- 15 พฤษภาคม 2564 จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการทดสอบและคัดเลือกเข้าศึกษาต่อ นั่นคือกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกี่ยวกับระบบคัดเลือกเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา และสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เกี่ยวกับการทดสอบ O-net ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
    นางลักขณากล่าวว่า ปฏิทินการรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 รับสมัครระหว่างวันที่ 3-12 พฤษภาคม 2563 การสอบ/คัดเลือก ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันที่ 6 มิถุนายน 2563 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในวันที่ 7 มิถุนายน 2563 และจับฉลาก (ถ้ามี) ในวันที่ 12 มิถุนายน 2563 การประกาศผลสอบ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันที่ 10 มิถุนายน 2563 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในวันที่ 11 มิถุนายน 2563
    การจัดหาสถานศึกษาและการรับรายงานตัว/มอบตัวของนักเรียนทุกคน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ในวันที่ 12-13 มิถุนายน 2563 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในวันที่ 14-15 มิถุนายน 2563 เพราะฉะนั้นวันที่ 16 มิถุนายน เด็กทุกคนต้องมีที่เรียน
    ขณะที่ สอศ.ได้เตรียมการสำหรับผู้เรียนทุกระดับ 4 รูปแบบ 1.ผ่านเอกสารตำราเรียน ผ่านช่องทางออนไลน์ ตามความเหมาะสมของสถานศึกษา 2.จัดทางไกลผ่าน DLTV 3.ผ่านออนไลน์ผ่านโปรแกรมต่างๆ และรูปแบบที่ 4 จัดการเรียนผ่านการสอนสด ไลฟ์สด ส่วนภาคปฏิบัติก็ต้องจัดระเบียบ หมุนรอบเรียน 
    สังกัด สช. มี 3 รูปแบบ สถานที่ปลอดภัยให้มาเรียนปกติ แต่ต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิด-19 ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดกรณีพื้นที่ยังไม่ปลอดภัยให้เรียนผ่อนออนไลน์ และ DLTV กศน.มอบให้ศูนย์เทคโนโลยีทางการศึกษาผลิตรายงานที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ตลอดชีวิต เป้าหมายให้ประชาชนได้เข้าถึง 
    "ดังนั้นสรุปคือ วันที่ 1 กรกฎาคม เปิดเทอมแน่นอน พื้นที่ปลอดภัยให้มาเรียนที่โรงเรียนตามปกติ พื้นที่เสี่ยงเรียนผ่านช่องทางออนไลน์ สำหรับผู้ปกครองที่กังวล ศธ.มีการติดตามความคืบหน้า และจะเริ่มทดลองวันที่ 18 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายน หากผู้ปกครองมีปัญหาขอให้สะท้อน ศธ.ยินดีปรับปรุงแก้ไข ระบบการศึกษาที่ดี ไม่ควรทำให้เด็กมีความรู้ความสามารถเท่านั้น แต่ความส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต" รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการกล่าว.


 


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ