รัสเซียติดเชื้อพุ่ง อันดับ2ของโลก เอเชียผวาซํ้ารอย


เพิ่มเพื่อน    

  รัสเซียติดเชื้อโควิด-19 เป็นสถิติใหม่รายวัน ยอดรวมแซงอิตาลี-อังกฤษ ขึ้นอันดับ 3 ของโลกแล้วเมื่อวันจันทร์ ก่อนหน้า "วลาดิมีร์ ปูติน" แถลงทบทวนล็อกดาวน์ ขณะสหรัฐติดเชื้อรายวันต่ำกว่า 1,000 เป็นครั้งแรกนับแต่เดือนมีนาคม หลายชาติผ่อนคลายมาตรการเพิ่ม

     สำนักข่าวเอเอฟพีและรอยเตอร์อ้างข้อมูลอย่างเป็นทางการในเว็บไซต์ของรัฐบาลรัสเซียเมื่อวันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2563 ว่ารัสเซียตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เพิ่มภายใน 24 ชั่วโมง อีก 11,656 คน และทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในประเทศเพิ่มเป็น 221,344 ราย นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตอีก 94 ราย ยอดรวมเพิ่มเป็น 2,009 ราย ผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเกินครึ่งอยู่ในกรุงมอสโก ที่เป็นศูนย์กลางการระบาดของประเทศ 
     รัสเซียอ้างว่าจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นมากเป็นหลักหมื่นติดต่อกันหลายวัน เป็นเพราะการตรวจเชื้อประชาชนจำนวนมากขึ้น โดยขณะนี้ตรวจเชื้อไปแล้ว 5.6 ล้านราย อย่างไรก็ดี จำนวนผู้เสียชีวิตที่น้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงเช่นกันก็ก่อคำถามถึงวิธีการบันทึกข้อมูลการเสียชีวิต 
    การเปิดเผยตัวเลขนี้มีออกมาไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน จะแถลงต่อประชาชนในวันเดียวกันเกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ โดยคาดว่าปูตินจะแถลงผลการตัดสินใจทบทวนมาตรการล็อกดาวน์ที่จะเริ่มผ่อนคลายในวันอังคารนี้
    จำนวนผู้ติดเชื้อล่าสุดของรัสเซียมากแซงหน้าอิตาลีและสหราชอาณาจักรแล้ว และมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจากสหรัฐและสเปน 
    โดยข้อมูลแบบเรียลไทม์ที่มหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์รวบรวมไว้อย่างเป็นทางการถึงช่วงเย็นวันจันทร์ตามเวลาไทย จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลกอยู่ที่ 4,118,783 ราย สหรัฐมากที่สุด 1,329,799 ราย, สเปน 224,350 ราย, รัสเซีย 221,344 ราย, สหราชอาณาจักร 220,449 ราย, อิตาลี 219,070 ราย, ฝรั่งเศส 177,094 ราย, เยอรมนี 171,879 ราย, บราซิล 162,699 ราย, ตุรกี 138,657 ราย และอิหร่าน 107,603 ราย
     ส่วนผู้เสียชีวิตทั่วโลก 282,947 ราย สหรัฐมากที่สุดใน 10 อันดับแรกที่ 79,528 ราย, สหราชอาณาจักร 31,930 ราย, อิตาลี 30,560 ราย, สเปน 26,621 ราย, ฝรั่งเศส 26,383 ราย, บราซิล 11,123 ราย, เบลเยียม 8,707 ราย, เยอรมนี 7,569 ราย, อิหร่าน 6,640 ราย และเนเธอร์แลนด์ 5,459 ราย 
     ข้อมูลของจอห์นฮอปกินส์เผยด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตในสหรัฐช่วง 24 ชั่วโมงถึง 20.30 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น มีเพียง 776 คน น้อยที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยยอดผู้เสียชีวิตรายวันมักอยู่ระหว่าง 1,000-2,500 รายในช่วงหลายสัปดาห์มานี้
     สถานการณ์ที่ดีขึ้นทำให้หลายประเทศผ่อนคลายมาตรการควบคุมอย่างเป็นขั้นเป็นตอน โดยยังคงรักษาการป้องกันเช่นการเว้นระยะห่างทางสังคมและบังคับให้สวมหน้ากากหรือปิดปากปิดจมูกเมื่ออยู่ในที่สาธารณะ กรณีของกรุงมอสโกซึ่งนายกเทศมนตรีจะอนุญาตให้อุตสาหกรรมและสถานที่ก่อสร้างกลับมาเริ่มงานได้อีกในวันอังคาร มีข้อบังคับให้ประชาชนสวมทั้งหน้ากากและถุงมือ
     ยูเครนและจอร์เจียเพื่อนบ้านของรัสเซียก็เริ่มผ่อนคลายข้อบังคับแล้วเมื่อวันจันทร์ ส่วนคาซัคสถานยกเลิกภาวะฉุกเฉินแล้ว ฝรั่งเศสกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งเช่นกันเมื่อวันจันทร์ โดยรัฐบาลอนุญาตให้ประชาชนออกเคหสถานได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 8 สัปดาห์และโรงเรียนร้านค้ากลับมาเปิดอีกครั้ง เมื่อวันอาทิตย์ฝรั่งเศสมีผู้เสียชีวิตรายวันเพียง 70 คน ต่ำที่สุดนับแต่ต้นเดือนเมษายน 
     สเปน ซึ่งยอดเสียชีวิตรายวันเหลือไม่ถึง 200 คน ผ่อนคลายล็อกดาวน์ทั่วประเทศ ยกเว้นกรุงมาดริดและเมืองบาร์เซโลนา ส่วนเยอรมนีเตรียมแผนเปิดร้านค้า ร้านอาหาร โรงเรียน ตามแผนค่อยๆ กลับคืนสู่ภาวะปกติ แต่รัฐบาลอาจต้องทบทวนเนื่องจากอัตราการแพร่เชื้อกลับมาสูงขึ้นอีก รัฐบาลอังกฤษของนายกฯ บอริส จอห์นสัน ก็ยังไม่วางใจสถานการณ์ เขากล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่ายังเร็วไปที่อังกฤษจะยกเลิกการล็อกดาวน์ที่ใช้มานานเกือบ 7 สัปดาห์ แต่เขาหวังว่าจะสามารถเปิดเผยแผนผ่อนคลายอย่างมีเงื่อนไขภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า 
     ในเอเชียก็กำลังมีความวิตกว่าไวรัสโคโรนาจะกลับมาระบาดระลอกที่ 2 โดยเฉพาะที่จีนและเกาหลีใต้ ของจีนพบผู้ติดเชื้อที่เมืองอู่ฮั่นรายแรกในรอบมากกว่า 1 เดือนเมื่อวันอาทิตย์ และเมื่อวันจันทร์ทางการจีนเผยว่า มีผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 5 รายแล้วในเมืองอู่ฮั่นที่เป็นศูนย์กลางการแพร่เชื้อแห่งแรกของโลกเมื่อต้นปีนี้ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าผู้ติดเชื้อทุกคนอยู่ในอาคารที่พักอาศัยเดียวกันและเป็นผู้สูงอายุทั้งหมด อย่างไรก็ดี พื้นที่อื่นของจีนส่วนใหญ่กลับสู่สภาพปกติแล้ว และเมื่อวันจันทร์ ดิสนีย์แลนด์เซี่ยงไฮ้กลับมาเปิดบริการอีกครั้งในรอบ 3 เดือน ปัจจุบันจีนมีผู้ติดเชื้อสะสม 84,010 ราย เสียชีวิต 4,637 ราย
     ขณะที่เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากสุดในรอบกว่า 1 เดือนโดยโยงกับนักเที่ยวราตรีรายหนึ่งที่ตระเวนเที่ยวหลายแห่งเมื่อต้นเดือนนี้ และทำให้กรุงโซลสั่งปิดสถานบันเทิงบาร์ไนต์คลับทั้งหมดตั้งแต่วันเสาร์ไปไม่มีกำหนด แต่เจ้าหน้าที่กล่าวว่า เป็นไปได้ที่ต้นตอการแพร่เชื้อจะมีหลายคน โดยนายกฯ ชุง เซคยุน กล่าวว่าเจ้าหน้าที่กำลังติดตามประชาชนหลายพันคนที่เคยไปเที่ยวสถานที่เหล่านั้น
     สำหรับภูมิภาคอาเซียน ฟิลิปปินส์มีผู้ติดเชื้อเกิน 11,000 รายแล้ว โดยติดเชื้อเพิ่มอีก 292 คนเมื่อวันจันทร์ ยอดรวมเป็น 10,086 คน เสียชีวิตเพิ่ม 7 คน รวมเป็น 726 ศพ, อินโดนีเซียมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 233 คนเมื่อวันจันทร์ ยอดรวมเป็น 14,265 คน เสียชีวิตอีก 18 คน ยอดรวมเป็น 991 คน, มาเลเซียมีผู้ติดเชื้ออีก 70 คน ยอดรวมเป็น 6,726 คน เสียชีวิตเพิ่ม 1 คน รวมเป็น 109 คน และสิงคโปร์พบผู้ติดเชื้ออีก 486 คน ยอดรวมเป็น 23,822 คน เสียชีวิต 20 คนเท่าเดิม.