ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่โผล่ที่ย่านไทม์สแควร์ของนครนิวยอร์ก แสดงตัวเลข "นาฬิกาการเสียชีวิตเพราะทรัมป์" โดยแจ้งยอดคนตายเพราะโควิด-19 ในสหรัฐที่ควรป้องกันได้หากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ใช้มาตรการควบคุมที่เร็วกว่านี้ อีกด้านทรัมป์งอนนักข่าวทิ้งการแถลงปุบปับหลังโดนถามจี้เรื่องยอดคนตาย

รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า ป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่ติดตั้งบนดาดฟ้าอาคารหลังหนึ่งในย่านไทม์สแควร์เป็นฝีมือของยูจีน จาเร็กกี ผู้ผลิตภาพยนตร์มือรางวัลชาวนิวยอร์ก โดยตัวเลขบนป้าย "Trump Death Clock" เมื่อวันจันทร์ แจ้งยอดผู้เสียชีวิตไว้ที่มากกว่า 48,000 ราย จากจำนวนผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในสหรัฐทั้งหมดมากกว่า 80,000 ราย
จาเร็กกีโพสต์ชี้แจงทางแอพมีเดียมว่า "นาฬิกา" นี้เดินตามข้อสันนิษฐานที่ว่า 60% ของผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ในสหรัฐควรป้องกันได้หากรัฐบาลของทรัมป์บังคับใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและปิดสถาบันการศึกษาเร็วขึ้น 1 สัปดาห์ หรือตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคม แทนที่จะเป็นวันที่ 16 มีนาคม
เขาอธิบายว่า ตัวเลข 60% นี้เป็นประมาณการอย่างระมัดระวังแล้วตามการคำนวณของผู้เชี่ยวชาญที่อ้างอิงจากคำกล่าวเมื่อกลางเดือนเมษายนของแอนโธนี เฟาซี ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อของสหรัฐ ซึ่งทำหน้าที่ที่ปรึกษาด้านโควิด-19 ให้ทำเนียบขาว
เฟาซีซึ่งเป็นบุคคลที่ชาวอเมริกันไว้วางใจในการรับข้อมูลเกี่ยวกับการตอบสนองต่อโรคระบาดของรัฐบาลสหรัฐ เคยกล่าวไว้ว่า หากสหรัฐเริ่มมาตรการบรรเทาผลกระทบเร็วกว่านี้ ก็จะช่วยชีวิตคนได้
จาเร็กกีเขียนในโพสต์มีเดียมของเขาว่า หลายชีวิตที่สูญเสียไปแล้วโดยไม่จำเป็นเรียกร้องให้เราแสวงหาความเป็นผู้นำในยามวิกฤติที่มีความรับผิดชอบมากกว่านี้ เหมือนกับที่รายนามทหารผู้สละชีพถูกจารึกไว้บนอนุสรณ์สถานเพื่อเตือนให้เรานึกถึงความสูญเสียของสงคราม การแสดงจำนวนชีวิตที่สูญเสียไปเพราะการตอบสนองไวรัสโคโรนาที่ล่าช้าของประธานาธิบดีก็คือการทำหน้าที่สาธารณะที่สำคัญ
ข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ในสหรัฐเมื่อวันจันทร์ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หรือโควิด-19 แล้ว 1,347,936 ราย จากยอดผู้ติดเชื้อทั่วโลก 4,190,817 ราย และมีผู้เสียชีวิต 80,684 ราย จากผู้เสียชีวิตทั่วโลก 286,513 ราย
เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาวและถูกนักข่าวหญิงของสถานีซีบีเอสซักถามเกี่ยวกับการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ในสหรัฐ ซึ่งทำให้ทรัมป์ไม่พอใจและตัดบทจบการแถลงข่าวกะทันหัน
เว่ยเจี๋ย เจียง นักข่าวหญิงชาวอเมริกันเชื้อสายจีนรายนี้ตั้งคำถามกับประธานาธิบดีว่า ทำไมทรัมป์จึงยืนกรานว่าสหรัฐจัดการกับไวรัสโคโรนาได้ดีกว่าประเทศอื่นในเรื่องการตรวจหาเชื้อ "ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญนัก?" เธอถาม "ทำไมนี่จึงเป็นการแข่งขันระดับโลก ในเมื่อทุกๆ วันคนอเมริกันยังคงเสียชีวิต"
ทรัมป์หัวเสียทันทีกับคำถามนี้และย้อนว่า "พวกเขาก็เสียชีวิตกันทุกที่ในโลก และบางทีคุณน่าจะถามคำถามนี้กับจีน อย่ามาถามผม ไปถามจีนโน่น โอเค้?" จากนั้นทรัมป์ก็เรียกให้นักข่าวหญิงด้านหลังถามคำถามต่อ แต่เจียง ซึ่งมีเชื้อสายจีน ขอความกระจ่าง ที่อยู่ดีๆ ทรัมป์ก็ไล่ให้เธอไปถามจีน "ท่านคะ ทำไมท่านถึงพูดกับดิฉันแบบนี้โดยเฉพาะ" ทรัมป์ตอบว่า เขาพูดแบบนี้กับทุกคนที่ถามคำถามน่ารังเกียจเช่นนี้
สุดท้าย ทรัมป์ซึ่งไม่เคยปิดบังความเป็นอริกับสื่อ ก็หันไปเรียกนักข่าวคนอื่นตั้งคำถาม แต่นักข่าวหญิงที่รออยู่พยายามถามคำถามของเธอ ทรัมป์จึงยุติการแถลงข่าวแล้วเดินจากไปทันที.
|
ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802 |
| นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร' |
| อนาคต 'คนนินทาเมีย' |
| 'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ' |
| ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ |
| วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง" |
| "การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา. |