รัสเซียติดโควิดพุ่งพรวด สหรัฐตายทะลุ8หมื่นศพ


เพิ่มเพื่อน    

 อเมริกันสังเวยโควิด-19 ทะลุ 80,000 ศพ แต่ยอดดับรายวันต่ำกว่า 900 เป็นวันที่สอง  "โดนัลด์ ทรัมป์" บังคับทีมงานทำเนียบขาวสวมหน้ากากอนามัยหลังคนทำงานใกล้ชิดติดไวรัส ยอดติดเชื้อของรัสเซียขึ้นอันดับ 2 ของโลก ขณะจีนสั่งตรวจเชื้อประชากรทั้งเมืองอู่ฮั่น เกาหลีใต้พบผู้ติดเชื้อโยงนักเที่ยวราตรีเกิน 100 รายแล้ว 

     รายงานสำนักข่าวเอเอฟพีอ้างข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อวันอังคารที่ 12 พฤษภาคม 2563 ว่าสหรัฐอเมริการายงานจำนวนผู้เสียชีวิตในช่วง 24 ชั่วโมงถึงเวลา 20.30 น.ของวันจันทร์ (07.30 น.วันอังคารของไทย) ว่าอยู่ที่ 830 ราย ทำให้ยอดผู้สังเวยโควิด-19 ในสหรัฐอเมริกาเกิน  80,000 รายแล้ว ยอดตายนี้เพิ่มจากของวันอาทิตย์ซึ่งอยู่ที่ 776 ราย ต่ำที่สุดนับแต่เดือนมีนาคม และเป็นยอดเสียชีวิตรายวันต่ำกว่า 900 ศพวันที่ 2 ติดต่อกัน
     จำนวนผู้เสียชีวิตในสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการล่าสุดถึงช่วงเย็นวันอังคารของไทยอยู่ที่  80,684 ราย จากผู้ติดเชื้อสะสม 1,347,936 ราย ในขณะที่จำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกอยู่ที่ 286,613 ราย  ติดเชื้อสะสม 4,194,326 ราย 
     ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา หลายมลรัฐและหลายเมืองของสหรัฐอเมริกาเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์กักกันประชาชนแล้ว แม้จะมีคำเตือนว่ายังควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้ไม่ทั้งหมดก็ตาม  และมีผลการศึกษาของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐอเมริกา (ซีดีซี) เตือนว่า จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงในรัฐนิวยอร์กอาจมากกว่าตัวเลขทางการราว 30% หรืออาจสูงถึง 24,172 คน ระหว่างวันที่ 11 มีนาคม ถึง 2 พฤษภาคม ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตในช่วงเวลานั้นซึ่งยืนยันแล้วอยู่ที่ 13,831 คน  และยอดผู้เสียชีวิตในข่ายที่เป็นไปได้อีก 5,048 คน
     ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งปรารถนาจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจโดยเร็วก่อนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเดือนพฤศจิกายน แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ว่า สหรัฐอเมริกากำลังเพิ่มการทดสอบอย่างก้าวกระโดดและจำนวนผู้ติดเชื้อกำลังลดลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนกำลังต้องการให้เปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง
     เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเนียบขาวเข้าสู่ภาวะเฝ้าระวังเมื่อมีเจ้าหน้าที่ 2 รายติดเชื้อไวรัส รายหนึ่งเป็นผู้ช่วยของรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ซึ่งทรัมป์มอบหมายให้ดูแลคณะทำงานรับมือโควิด-19  ในการแถลงข่าวที่โรสการ์เดนของทำเนียบขาว ทรัมป์บอกว่าเขาจะจำกัดการติดต่อกับเพนซ์โดยใช้การโทรศัพท์ติดต่อแทน แต่ทรัมป์ย้ำว่าเพนซ์ไม่ติดเชื้อ
     เพื่อป้องกันไว้ก่อน ทรัมป์มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ที่ทำงานในทำเนียบขาวต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือคลุมปากและจมูกเมื่ออยู่ในทำเนียบขาว 
     แนวโน้มอัตราการติดเชื้อที่ชะลอตัวในหลายประเทศ ทำให้องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ)  ชมเชยความก้าวหน้าที่เป็นผลจากการใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่ไมเคิล ไรอัน ผู้อำนวยการโครงการฉุกเฉินของดับเบิลยูเอชโอ เตือนว่าแม้การผ่อนคลายอย่างเป็นขั้นเป็นตอนถือเป็นสัญญาณแห่งความหวัง  แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีการระแวดระวังถึงขีดสุดถึงความเป็นไปได้ของการแพร่ระบาดระลอกสอง หากรัฐบาลต่างๆ เลือกจะผ่อนคลายมาตรการอย่างมืดบอดโดยปราศจากการเพิ่มขีดความสามารถในการทดสอบและตามรอย 
     เมื่อวันจันทร์ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเพิ่งประกาศยกเลิกมาตรการ "ไม่ทำงาน" ที่บังคับใช้มานาน 6 สัปดาห์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด โดยจะเริ่มมีผลในวันอังคาร ยกเว้นกรุงมอสโกที่จะล็อกดาวน์ต่อไปถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม แต่ผ่อนปรนให้ลูกจ้างบริษัทในภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้างราว 5 แสนคนกลับเข้าทำงานได้ เจ้าหน้าที่ยังบังคับประชาชนสวมหน้ากากและถุงมือเมื่อใช้ระบบขนส่งสาธารณะหรือเข้าร้านค้า
     คำกล่าวของผู้นำรัสเซียมีออกมาก่อนหน้าการเปิดเผยยอดผู้ติดเชื้อรายวันที่มากเกิน 10,000 รายติดต่อกันมานานกว่าสัปดาห์แล้ว โดยในวันอังคารรัสเซียมีผู้ติดเชื้อเพิ่มอีก 10,899 คนใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และทำให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 232,243 ราย มากเป็นอันดับที่ 2 ของโลกแทนที่สเปน ซึ่งมีผู้ติดเชื้อ 227,436 ราย
     จีนแผ่นดินใหญ่กำลังวิตกการแพร่ระบาดระลอกสองในเมืองอู่ฮั่น ศูนย์กลางของการแพร่เชื้อที่เพิ่งเปิดเมืองเมื่อวันที่ 8 เมษายน หลังมาตรการล็อกดาวน์นาน 76 วัน โดยพบผู้ติดเชื้อแบบกลุ่มอีกวันละ  6 คนในหมู่อาคารที่พักอาศัยของอำเภอตงซีหูเมื่อวันอาทิตย์และวันจันทร์ สื่อทางการจีนรายงานเมื่อวันอังคารว่า ทางการอู่ฮั่นมีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นตรวจเชื้อประชากรทุกคนในเมืองนี้ ซึ่งมีราว 11 ล้านคนภายในเวลา 10 วัน เมืองนี้มีผู้เสียชีวิต 3,869 ราย จากผู้เสียชีวิต 4,637 รายทั่วประเทศ 
     ส่วนที่เกาหลีใต้ เจ้าหน้าที่รายงานเมื่อวันอังคารว่าพบผู้ติดเชื้อรายใหม่อีก 27 คน ทำให้ยอดติดเชื้อสะสมเพิ่มเป็น 10,936 คน นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ติดเชื้อ 102 คนโยงกับการแพร่เชื้อแบบกลุ่มที่เขตอีแทวอน ย่านท่องเที่ยวของกรุงโซล โดยส่วนใหญ่เป็นชายอายุระหว่าง 20-30 ปี
     การแพร่เชื้อกลุ่มใหญ่ที่พบนี้เกี่ยวโยงกับนักเที่ยวราตรีคนหนึ่งที่ตระเวนเที่ยวบาร์และไนต์คลับหลายแห่งเมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งรวมถึงบาร์เกย์ ที่ลูกค้าไม่ต้องการเปิดเผยตัวตนและทำให้การตามรอยทำได้ยากขึ้น ทางการเกาหลีใต้ประกาศเมื่อวันอังคารว่า พวกเขากำลังใช้ข้อมูลทางโทรศัพท์เพื่อติดตามนักเที่ยวเหล่านี้ โดยได้รายชื่อมาแล้ว 10,905 คนและได้ส่งข้อความให้พวกเขาเข้ารับการตรวจเชื้อไวรัส  แต่ก็ยังมีนักเที่ยวเกือบ 2,000 คนที่ติดต่อไม่ได้ และตำรวจหลายพันนายถูกส่งออกติดตามแล้ว.


 


เนี่ย.......... ด้วยตำแหน่ง "โฆษกรัฐบาล"! ถ้าจะตำหนิ "นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์" ก็ต้องตำหนิกันในเรื่องนี้แหละ คือเรื่องการใช้มาตรการควบคุมโควิดกับบุคคลต่างชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศช่วงนี้

'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'