จากใจถึงใจ


เพิ่มเพื่อน    

 

                                                           (1)

                การเขียนอะไรต่อมิอะไรใน ไทยโพสต์ มาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน สัปดาห์ละ 6 วัน เป็นระยะเวลากว่า 2 ทศวรรษมาแล้ว คงต้องยอมรับว่า หลายครั้ง หลายครา ก็ก่อให้เกิดอาการ สะอึก กึกๆ กักๆ อยู่พอสมควรเหมือนกัน อาจเป็นเพราะตลอดช่วงระยะนับสิบๆ ปีที่ผ่านมา ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปในแบบ Work From Home แบบ Social Distancing อะไรประมาณนั้น...

                                                           (2)

                คือแทบไม่ได้มีการพบปะ เจอหน้า เจอตา ไม่ได้มีการประสานงาน ประสานงา อะไรต่อมิอะไรเอาเลยแม้แต่น้อย งานครบรอบวันเกิดของ ไทยโพสต์ ในแต่ละปี ตัวเราก็ดันไม่ได้คิดจะไปให้พรรคพวกเพื่อนฝูงเขาเห็นหน้า เห็นตา งานครบรอบวันตายของบิดา มารดาบังเกิดเกล้าของเรา เขาก็ไม่เคยไม่คิดจะโผล่หน้า โผล่ตา อีกด้วยเช่นกัน อาศัย ใจ หรืออาศัยความคิด ความอ่าน ความรู้สึกนึกคิดที่ค่อนข้างคล้ายๆ กัน เชื่อมโยง ผูกพัน ซึ่งกันและกันไปตามสภาพ โดยบางครั้ง บางครา ป๋าเปลว สีเงิน ท่านอาจโผล่มา ส่งใจ ให้พอเห็นๆ เอาไว้มั่ง ช่วงซัก 5 ปี 10 ปีที่แล้ว เป็นต้น...

                                                    (3)

                ดังนั้นข้อเขียน ความคิด ความเห็น ที่ถูกถ่ายทอดลงในหน้าหนังสือพิมพ์ หรือในเว็บไซต์ ในบางครั้ง เมื่อมันเกิดอาการสะดุด ตะกุกตะกักขึ้นมามั่ง ก็เลยไม่รู้จะไปประสานงาน หรือประสานงา เอากับใคร ไม่ว่าถ้อยคำ ข้อความ ที่เขียนไปอย่าง ก็อาจถูกปรับปรุง เปลี่ยนแปลง แก้ไข ไปเป็นอีกอย่าง ตามความรับรู้ ความเข้าใจ ของผู้ที่ทำหน้าที่พิสูจน์อักษร ผู้เป็นบรรณาธิกรณ์ หรือบรรณาธิการใดๆ ก็แล้วแต่ หรือบางครั้ง บางครา เขียนไปเต็ม 100 ท่านอาจหั่นมาลงเหลือแค่ 70-80 ตัดสิ่งเขียนๆ ไปเป็นย่อหน้า หรือ 2-3 ย่อหน้า ซะเฉยเลย แม้แต่ช่วงล่าสุด...ที่เขียนไปเหน็บๆ ให้ใครก็แล้วแต่ พอได้ รู้สึก ขึ้นมามั่ง แต่ยังไม่วายโดนหั่น โดนเฉือน ซะเฉยเลย...

                                                      (4)

                ด้วยเหตุนี้...ก็เลยยังคิดไม่ออก ว่าจะ โซเชียล ดิสแทนซิง กันต่อไป หรืออาจต้อง ฟิซซิเคิล ดิสแทนซิง กันแทนที่ เพราะตั้งแต่ครั้งที่คุณน้อง คทาธร นามสกุลอะไรก็จำไม่ได้ซะแล้ว ที่เคยร่วมงานกันมาก่อนตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหายังใส่กางเกงหูรูด ท่านจูงมือ ป๋าเปลว สีเงิน ชวนให้ไปเขียนอะไรต่อมิอะไรใน ไทยโพสต์ ก็ไม่รู้จะกี่สิบต่อกี่สิบปีมาแล้ว จนคุณน้อง คทาธร ท่านเผ่นจาก ไทยโพสต์ ไปอยู่ที่ไหนต่อที่ไหนก็มิอาจทราบชะตากรรมได้อีก หรือคุณน้อง อายุษ ประทีป ณ ถลาง คู่ขวัญ-คู่แฝดกับคุณน้อง คทาธร ก็หายหน้า-หายตาไปจาก ไทยโพสต์ แบบไม่คิดจะกลับอีกเช่นกัน แต่ยังพอได้เห็นหน้า-เห็นหลัง ในช่วงงานศพบิดาบังเกิดเกล้าอยู่บ้างหลัดๆ...

                                                       (5)

                การเขียนอะไรต่อมิอะไรใน ไทยโพสต์ เลยก่อให้เกิดความรู้สึกคล้ายๆ กับการ ปอกกล้วยเปลี่ยวในบ้านร้าง ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนอาจถึงเวลาต้องตัดสินใจว่าจะ โซเชียล ดิสแทนซิง หรือ ฟิซซิเคิล ดิสแทนซิง กันดี อีกทั้งเผอิญช่วงหลังๆ นี้...ด้วยความแก่ ความชรา ด้วยปัญหาด้านสุขภาพ ที่ต้องร่วงโรยไปตามวัย ตามสังขาร อีกทั้งยังต้องออกแรงปั่นต้นฉบับให้กับบางสำนัก แบบชนิดวันต่อวัน เช่นเดียวกับ ไทยโพสต์ อีกเหมือนกัน แม้จะเป็นคนละแบบ คนละสไตล์ คือหนักไปทางเรื่องโลก เรื่องต่างประเทศ แต่ก็ต้องใช้ พลังงาน อยู่ไม่น้อยเช่นกัน เรียกว่า...กว่าจะเสร็จในแต่ละเรื่อง แต่ละฉบับ ต้องเผาผลาญนิโคตินไปประมาณ 1 ซอง 2 ซอง เอาเลยถึงขั้นนั้น...

                                                      (6)

                ดังนั้น...สำหรับข้อเขียนวันนี้ อาทิตย์นี้ อาจถือเป็นการสื่อสารไปยังมิตรรัก แฟนเพลง ที่เคยผ่านหน้า ผ่านตา เคยได้อ่าน ได้สัมผัส กันมาบ้าง ซึ่งจะมีเหลือติดปลายนวมอยู่ซักกี่สิบ กี่ราย ก็มิอาจสรุปได้ ถึงความรู้สึกในบางแง่ บางมุม ต่อการทำ หน้าที่ ดังกล่าว ที่ค่อนข้างจะต่อเนื่อง ยาวนาน อยู่พอสมควร ส่วนจะ ดิสแทนซิง กันในตอนไหน เมื่อไหร่ เดี๋ยวก็คงรู้เอง...

                                     --------------------------------------------------- 


ไม่ได้คุยเรื่อง "หมอชาญชัย" ซะนาน วันนี้คุยกันลืมกันหน่อย ยังจำกันได้ใช้มั้ย?

ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.