ญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งแรกในรอบ4ปีครึ่ง


เพิ่มเพื่อน    

เศรษฐกิจญี่ปุ่นเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิคครั้งแรกนับแต่ปี 2558 หลังจากจีดีพีไตรมาสแรกของปีนี้หดตัวลงอีก 0.9% จากไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว เท่ากับเป็นการหดตัวติดต่อกัน 2 ไตรมาส ขณะที่นักวิเคราะห์เตือน ผลกระทบจากโควิด-19 จะชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 2

แหล่งท่องเที่ยวในนครโอซากาของญี่ปุ่นเงียบเหงา รัฐบาลญี่ปุ่นผ่อนปรนภาวะฉุกเฉินเกือบทั่วประเทศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังยกเว้นเมืองที่ประชากรหนาแน่นเช่นนครโอซากาและกรุงโตเกียว

    รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์กล่าวว่า ข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2563 เผยให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่นไตรมาสแรกของปีนี้ขับเน้นผลกระทบในวงกว้างจากโรคระบาดโควิด-19 ขณะที่ตัวเลขการส่งออกของญี่ปุ่นลดลง 6% จากไตรมาสก่อน ซึ่งต่ำสุดนับแต่ภัยพิบัติแผ่นดินไหวและสึนามิเมื่อเดือนมีนาคม 2554 โดยจีดีพีไตรมาสแรกของญี่ปุ่นหดตัว 3.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งยังน้อยกว่าค่ากลางที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 4.6% และน้อยกว่าการหดตัว 7.3% ของไตรมาส 4 ปีที่แล้ว

    หากเทียบแบบไตรมาสต่อไตรมาส จีดีพีของญี่ปุ่นไตรมาสแรกปีนี้หดตัวลง 0.9% จากไตรมาสก่อน และต่อเนื่องจากการหดตัว 1.9% ของเดือนตุลาคม-ธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลพวงจากพายุไต้ฝุ่นและการขึ้นภาษีการขายโดยที่ยังไม่เผชิญกับผลกระทบจากโรคระบาด

    ตัวเลขจีดีพีที่การหดตัว 2 ไตรมาสติดต่อกัน ในทางเทคนิคถือเป็นภาวะเศรษฐกิจถดถอย โดยครั้งสุดท้ายที่ญี่ปุ่นประสบภาวะเศรษฐกิจถดถอยคือช่วงครึ่งหลังของปี 2558 นักวิเคราะห์บางรายคาดคะเนด้วยว่าภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่นซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 3 ของโลก จะเลวร้ายลงอีกเมื่อผลกระทบจากไวรัสโคโรนาชัดเจนขึ้น

    สถานการณ์โควิด-19 ในญี่ปุ่นไม่รุนแรงเท่ากับประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ โดยมีผู้ติดเชื้อสะสมถึงวันจันทร์เพียง 16,285 ราย และเสียชีวิต 744 ราย แต่ทางการญี่ปุ่นกังวลว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะพุ่งสูงขึ้นโดยเฉพาะในเมืองที่ประชากรหนาแน่นเช่นกรุงโตเกียว และได้ขอให้ประชาชนอยู่ในเคหสถานและขอให้ธุรกิจร้านค้าปิดกิจการชั่วคราว

    สัปดาห์ที่แล้ว นายกฯ ชินโซ อาเบะ เพิ่งยกเลิกภาวะฉุกเฉินในพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศ 39 จังหวัดจาก 47 จังหวัด โดยยังยกเว้นกรุงโตเกียวและนครโอซากา รัฐบาลของเขายังประกาศแผนกระตุ้นเศรษฐกิจราว 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงการแจกเงินให้พลเมืองคนละ 100,000 เยน (เกือบ 30,000 บาท).