เรียนออนไลน์ป่วน! วันแรกเว็บล่มตั้งแต่เช้าครู-นร.เจอปัญหาอื้อ/สะท้อนความเหลื่อมล้ำ


เพิ่มเพื่อน    

  ประเดิมวันแรกเรียนออนไลน์วุ่น! เว็บล่มตั้งแต่เช้า  "ครู-นร." พบปัญหาอื้อ ทั้ง "อินเทอร์เน็ตไม่เสถียร-กล้อง-ไมค์" บางคนใช้งานไม่ได้ "บิ๊กตู่" แจงแค่ใช้เรียนช่วงแก้โควิด-19 เท่านั้น "รมว.ศธ." รับต้องปรับปรุงอีกหลายด้าน ยัน 1 ก.ค.เปิดเรียนที่ รร.แน่ เล็งชง ครม.ช่วยจ่ายค่าเน็ตแทนผู้ปกครอง "เด็ก พปชร." ชี้ปัญหาเรียนออนไลน์สะท้อนสังคมเหลื่อมล้ำ "ก้าวไกล" แนะ 12  มาตรการโรงเรียนปลอดภัยสู้โควิด 

    เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2563 ซึ่งเป็นวันแรกในการเริ่มออกอากาศการศึกษาทางไกลโทรทัศน์ระบบดิจิตอลในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) โดยความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ 
    โดยโรงเรียนต่างๆ ได้แจ้งกับทางผู้ปกครองให้จัดเตรียมและตรวจสอบความพร้อมของนักเรียนในเรื่องการเตรียมตัวในเรื่องการเรียนผ่านช่องทางในการรับชมที่สามารถเข้าได้ 2 ช่องทางคือ 1.โทรทัศน์ที่มีสัญญาณทางไกลผ่านดาวเทียมระบบ Ku-Band ช่อง 186 ถึง 200 ช่องทางที่ 2.โทรทัศน์ที่มีกล่องสัญญาณทีวีดิจิตอล ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ช่อง 153 อินเทอร์เน็ตเว็บไซต์ w ww.dltv.ac.th หรือพิมพ์ใน Google ว่า dltv6 สามารถชมรายการสดและรายการย้อนหลังได้ 4 แอปพลิเคชัน DLTV ดูในโทรศัพท์ ในการนี้ ทางด้านโรงเรียนได้มีการจัดเตรียมเอกสารแบบฝึกหัดให้ผู้ปกครองไปรับและระบุวันส่ง
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจังหวัดแพร่การเรียนทางไกลวันแรก นักเรียนได้เตรียมความพร้อมและเข้าไปเช็กชื่อตั้งแต่เวลา 08.00 น. และเริ่มเรียนเวลา 08.30-14.30 น. ตามตารางสอนภายใต้การกำกับดูแลของผู้ปกครอง ซึ่งหลังจากที่มีการเข้าไปรับชมไม่ถึง 10 นาที ก็ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ทั้งผู้ปกครองประสานทางด้านครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวัดเมธังกราวาส (เทศรัฐราษฎร์นุกูล) ต.ในเวียง อ.เมืองฯ จ.แพร่ ให้นักเรียนเข้าไปในยูทูบที่ส่งให้ในกลุ่มไลน์ผู้ปกครองแทน
    เช่นเดียวกับที่ จ.ขอนแก่น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 100/123 ต.ศิลา อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น น.ส.มาฆพร ก้านพลู ครู คศ.1 โรงเรียนกัลยาณวัตร จ.ขอนแก่น ได้จัดให้มีการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ในกลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศภาษาที่ 2 วิชาภาษาญี่ปุ่น ที่วันนี้เปิดทำการเรียนการสอนเป็นวันแรก เพิ่มเติมจากวิชาพื้นฐานที่กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดการศึกษาทางไกล ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยมีนักเรียนเข้ารับการเรียนในรายวิชาดังกล่าวเป็นจำนวนมาก
    น.ส.มาฆพรกล่าวว่า วันแรกของการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ ในวิชาภาษาญี่ปุ่น ตามแผนการเรียนภาษาอังกฤษ-ญี่ปุ่น ของโรงเรียนกัลยาณวัตร ซึ่งปัญหาที่พบคือนักเรียนที่จะต้องเข้าระบบการเรียนการสอนนั้น เมื่อเชื่อมต่อระบบแล้วหลุดไม่สามารถล็อกอินเข้ามาในห้องเรียนได้ ขณะที่บางคนกล้องไม่สามารถใช้งานได้ แต่ไมค์สามารถสื่อสารตอบโต้ได้ บางคนกล้องใช้งานได้ ไมค์ไม่สามารถใช้งานได้ 
    "อีกหนึ่งปัญหาที่พบคือระบบอินเทอร์เน็ตที่ไม่ค่อยเสถียร จึงแก้ไขด้วยการใช้กูเกิลคลาสรูม เพื่อให้นักเรียนที่เรียนไม่ทัน สามารถกลับมาดูเพาเวอร์พอยต์ที่สอนได้อีกครั้ง ทั้งนี้ การจัดการเรียนการสอนออนไลน์ที่จะได้ประสิทธิภาพหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับตัวเด็กด้วยว่าให้ความสนใจมากน้อยแค่ไหน อาจารย์เองก็ต้องมีการพูดคุยกับเด็กตลอดเวลา เพื่อจะเป็นการกระตุ้นตัวเด็กด้วย เพราะวิชาภาษาต่างประเทศภาษาที่ 2 เป็นวิชาที่ต้องทำความเข้าใจให้มาก จึงจะสามารถเข้าใจได้" ครู คศ.1 โรงเรียนกัลยาณวัตร จ.ขอนแก่น ระบุ 
เรียนออนไลน์แค่ทดลอง
    ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ชี้แจงการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์เป็นการแก้ปัญหาในช่วงรอการเปิดเรียนในเดือน ก.ค.นี้ เมื่อสถานการณ์โควิด-19 ดีขึ้น ก็จะกลับมาเรียนในห้องเรียนตามปกติ 
    นางนฤมลกล่าวว่า สำหรับปัญหาต่างๆ เช่น การเข้าไม่ถึงระบบ ค่าใช้จ่ายด้านอุปกรณ์ ภาระการดูแลของผู้ปกครอง และความรับผิดชอบของผู้เรียนที่จะต้องมีวินัยติดตามการเรียนด้วยตนเองนั้น รัฐบาลจะได้นำมาพิจารณาและแก้ปัญหาอย่างละเอียดรอบคอบ โดยเบื้องต้นจะมุ่งไปที่การลดเวลาเรียนในห้องเรียน ความพร้อมของผู้ปกครอง รวมทั้งการลดภาระการส่งเด็กไปโรงเรียน ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจรอีกทางหนึ่งด้วย 
    "นายกฯ ได้มอบหมายหน่วยงานด้านการศึกษาเร่งทำการชี้แจง ทำความเข้าใจต่อข้อกังวลของประชาชนและผู้ปกครอง ซึ่งต้องขอความร่วมมือช่วยกันผ่านช่วงนี้ไปก่อน จนกว่าสถานการณ์โควิด-19 ยุติลง" โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
    วันเดียวกัน นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านนักเรียนโรงเรียนวัดศรีมหาโพธิ ณ อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง เพื่อติดตามการเรียนการสอนผ่านโทรทัศน์ในวันแรก โดยนายณัฏฐพลกล่าวว่า เราได้เห็นการปล่อยสัญญาณจริง แล้วก็พบว่าเราคงต้องไปหาทางปรับปรุงในหลายๆ เรื่อง ในส่วนของอุปกรณ์ความพร้อมในแต่ละพื้นที่ ส่วนสัญญาณสาระต่างๆ ไม่ได้มีปัญหาอะไร เด็กๆ ก็มีความเข้าใจดีพอสมควรในทุกๆ ชั้นเรียน อาจจะมีเด็กบางกลุ่มที่มองว่าสาระอาจจะเร็วไปหรือช้าไป อันนี้คุณครูก็ต้องเข้ามาปรับจูนความเหมาะสม ในการที่จะให้เด็กๆ ทำข้อสอบ แบบฝึกหัด แสดงความสามารถของเด็กๆ หลังจากที่ได้ดูสาระทางโทรทัศน์แล้ว 
    "ผมยังยืนยันครับว่าในวันที่ 1 ก.ค.นี้ การเรียนการสอนน่าจะเกิดขึ้นได้ที่โรงเรียน โดยมีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยของสาธารณสุข หากพวกเราคนไทยทั้งประเทศสามารถรักษาความปลอดภัย เฝ้าระวังซึ่งกันและกัน เราก็น่าจะผ่านจุดนี้ไปได้" นายณัฏฐพลกล่าว
    ถามถึงปัญหาระบบออนไลน์ในการเรียนการสอนวันแรกล่มจะแก้ปัญหาอย่างไร รมว.ศธ.กล่าวว่า การล่มของเว็บไซต์แปลว่า มีคนเข้าไปสนใจมาก ก็ต้องเตรียมความพร้อมในอนาคตเท่านั้นเอง การเตรียมคลาวด์หรือว่าเตรียมเซิร์ฟเวอร์ไว้เพิ่มเติมก็น่าจะเป็นทางออกที่ทำได้ งบประมาณเรามี ในการที่จะทำตรงนั้นก็เป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมความพร้อม 45 วัน ที่เราจะเจอปัญหาต่างๆ และหาแนวทางแก้ไข
    นายณัฏฐพลให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า ตามที่ตนได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการทดลองการเรียนการสอนทางไกลผ่านทีวีดิจิตอล ทีวีดาวเทียม เว็บไซต์ และแอปพลิเคชัน ทำให้พบว่านักเรียนใช้สมาร์ทโฟนในการเชื่อมต่อ ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้น ดังนั้น ศธ.จะไปหารือกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองในการจ่ายค่าบริการอินเทอร์เน็ต โดยจะนำเรื่องนี้ให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในสัปดาห์หน้า
พปชร.ชี้สะท้อนเหลื่อมล้ำ
    ด้าน น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตรชัย ส.ส.สระบุรี พรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการสื่อสาร โทรคมนาคม ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (กมธ.ดีอีเอส) กล่าวว่า เสียงสะท้อนของประชาชนต่อเรื่องนี้ พบมีปัญหาและอุปสรรคอยู่หลายเรื่อง หลายครอบครัวที่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ ไม่มีอุปกรณ์ในการรองรับการเรียนออนไลน์ เช่น โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต หรือแม้กระทั่งโทรทัศน์ เพราะบางครอบครัวนั้นมีลูกหลายคน พ่อแม่ต้องออกไปทำงาน ทำให้ดูแลเรื่องการเรียนในระบบออนไลน์ไม่ได้
     "กรณียายและหลานต้องแคะกระปุกจูงมือกันไปหาซื้อสมาร์ทโฟนราคาถูก เพื่อให้หลานได้เรียนผ่านออนไลน์ เพราะกลัวจะเรียนไม่ทันเพื่อนๆ เห็นแล้วก็สะท้อนถึงความเหลื่อมล้ำในเรื่องนี้ บางครอบครัวกว่าจะหาเงินได้แต่ละบาทต้องทำงานหนักมาก ดังนั้นเราต้องมาดูว่าการบริหารจัดการต่างๆ ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือยัง และเราควรต้องวางแผนในการจัดการเรื่องต่างๆ เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึง รวมทั้งเป็นการวางโครงสร้างทางระบบโทรคมนาคมเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดในด้านอื่นๆ ในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคตด้วย" ส.ส.พปชร.รายนี้ระบุ
    ส่วน น.ส.สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา โฆษกพรรคก้าวไกลและคณะทำงานด้านการศึกษาพรรคก้าวไกล กล่าวว่า จากการติดตามการเรียนออนไลน์วันแรก พบล่มไม่สามารถเข้าได้ตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งแนวทางการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ว่าแนวทางที่ออกมาดูเหมือนมุ่งเน้นไปที่การเรียนแบบออนไลน์และทางไกลมากกว่าการเตรียมความพร้อมเพื่อให้มีการเรียนการสอนในโรงเรียนอย่างปลอดภัย ซึ่งตนขอเห็นแย้งและเสนอว่า แนวทางที่ควรเป็นคือการเปิดเทอมให้ได้เร็วที่สุด โดยเตรียมความพร้อมให้เด็กสามารถกลับมาเรียนในโรงเรียนได้ เรื่องนี้ถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลโดยตรง 
    โฆษกพรรคก้าวไกลยังเสนอทางออกเรื่องนี้ว่า ควรเปิดโรงเรียนเป็นทางเลือกหลัก และเชื่อว่าในวันที่ 1 มิ.ย. จะสามารถเปิดเรียนได้หากตั้งใจจริงและทำตามมาตรการ 12 ข้อ คือ 1.มาตรการคัดกรองเด็กก่อนเข้าโรงเรียน เช่น การตรวจวัดอุณหภูมิ การมีจุดล้างมือหน้าโรงเรียน 2.การงดกิจกรรมเข้าแถวหน้าเสาธง หรือกิจกรรมการนำเอาเด็กมารวมกลุ่มกัน เช่น วิชาลูกเสือ เป็นต้น 3.มีการจัดเวรทำความสะอาด เครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น โต๊ะเรียน พื้นที่ที่มือสัมผัสบ่อยๆ เช่น ราวบันได ราวระเบียง ลูกบิดประตู ขอบประตู ขอบหน้าต่าง ฯลฯ ด้วยน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน 4.การจัดโต๊ะเรียนให้อยู่ห่างกัน หากยังมีระยะห่างกันไม่มากพอ ก็อาจจะทำอุปกรณ์ฉากกั้นระหว่างโต๊ะเรียน ซึ่งฉากกั้นนี้ นอกจากจะเพื่อความปลอดภัยแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ที่คอยเตือนใจให้นักเรียนเว้นระยะห่างกันได้ดีอีกด้วย
    5.กำหนดกติกาต่างๆ ให้กับนักเรียนทราบ เช่น การใส่หน้ากากอนามัยในโรงเรียน การเล่นกับเพื่อนในช่วงพักกลางวัน การรณรงค์การเว้นระยะห่างระหว่างกันภายในโรงเรียน การกำหนดจุดยืนเข้าคิวที่มีการมาร์กจุดให้ยืนห่างๆ กันภายในโรงเรียน การไม่ใช้อุปกรณ์ร่วมกัน การรับประทานอาหารโดยใช้ช้อนกลาง ฯลฯ 6. ปรับรูปแบบการเรียนการสอนและกิจกรรมการเรียนรู้ในวิชาต่างๆ ให้มีการรักษาระยะห่างระหว่างกัน งดการนำเด็กมารวมกลุ่ม 7.จัดคาบเรียน เพื่อลดการเวียนสอนของครู เพื่อป้องกันไม่ให้ครูมีการเวียนพบปะกับเด็กจำนวนหลายห้อง เพื่อลดความเสี่ยง 8. การจัดทำจุดอ่างล้างมือบริเวณหน้าห้องเรียน 9.มีมาตรการในการตรวจคัดกรองครูด้วยเช่นกัน 10.หากพบว่าเด็กคนใดป่วย ควรให้เด็กคนนั้นพักรักษาตัวจนกว่าจะหาย 11.ทำความเข้าใจกับผู้ปกครองว่าพยายามให้เด็กเว้นระยะห่างจากปู่ย่าตายาย หรือผู้สูงอายุภายในบ้าน และงดที่จะใช้อุปกรณ์ต่างๆ ร่วมกัน และ 12.เด็กทุกคนจะต้องมีรายงานกลับมาส่งครูทุกวัน (เด็กเล็กให้พ่อแม่ผู้ปกครองเป็นผู้กรอก) เหมือนกับสมุดจดการบ้าน เพื่อรายงานว่าที่บ้านมีผู้ป่วยหรือไม่ หรือมีบุคคลภายนอกมาพักอาศัยรวมกันหรือไม่ 
    ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรค พท. กล่าวว่า ต้องยอมรับความจริงว่าผู้ปกครองนักเรียนส่วนใหญ่ย่ำแย่ไม่พร้อมในการสนับสนุนการเรียนออนไลน์ของเด็กนักเรียน ลำพังผู้ปกครองจะประคับประคองชีวิตให้ครอบครัวพออยู่พอกินยังลำบาก ดังนั้นนโยบายการเรียนออนไลน์จึงเสมือนกับการผลักภาระให้ผู้ปกครองรับภาระมากขึ้นโดยปริยาย
    "อยากจะเรียนว่า หลายครอบครัวจำนวนมากหวังให้ลูกฝากท้องไว้กับโครงการอาหารกลางวันที่โรงเรียน ดังนั้นสิ่งที่สังคมควรฉุกคิดช่วยกันพิจารณาว่าทำอย่างไรเปิดเทอมที่จะถึงนี้โครงการอาหารกลางวันถึงจะมีคุณภาพ เด็กๆ ได้รับประทานอาหารครบหมู่ การเรียนถึงจะมีคุณภาพ ผู้ที่มีฐานะพอจะแบ่งปันให้ลูก หลานของเราได้มีอาหารกินอิ่มท้องในช่วงโรงเรียนเปิด ขอได้โปรดทบทวนนโยบายการเรียนออนไลน์ เพราะผู้ปกครองในชนบทจำนวนมากยังไม่พร้อม" ส.ส.พรรค พท.รายนี้ระบุ.
 


ช่วงนี้ทั้งหมู่บ้านพูดกันไม่หยุด เพราะ ยายคำ ที่เคยไม่มีเงินติดตัว ขายผักได้วันต่อวัน บางเดือนยังไม่พอใช้ กลับกลายเป็นคนมีเงินใช้สม่ำเสมอ ไม่ต้องไปยืมใคร ชาวบ้านเริ่มแห่ไปถาม ว่า “ยายไปได้ตังจากไหน” ยายคำไม่ได้อวด แค่พูดเรียบๆ “ยายไม่ได้รวย แค่ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ดูบอลที่ชอบ แล้วลองเล่นตามที่เขาแนะนำ” จากคนที่ไม่มีเงินเก็บ วันนี้กลับมีเงินใช้ทุกวัน เพราะเริ่มต้นจาก ฟุตบอลออนไลน์ ที่สมัครง่าย เล่นเป็นเร็ว 👉 https://www.vf238gg.com/register?referralCode=zjg3802

นายกฯ 'วงศ์ชินวัตร'
อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.