บันทึกหน้า 4


เพิ่มเพื่อน    

 

        สถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือ โควิด-19 ในที่สุดผู้ติดเชื้อทั่วโลกใน 213 ประเทศและดินแดนก็มียอดรวมทะลุ 5 ล้านคนจนได้ ในขณะที่ผู้เสียชีวิตก็เกิน 3.2 แสนรายไปแล้ว แม้จะเทียบไม่ได้กับผู้เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 แต่ผลกระทบของ ไวรัสมรณะ ครานี้กลับจะทิ้งบาดแผลทางเศรษฐกิจอย่างยาวนานแน่ ตราบใดที่ยังไม่มี วัคซีน ที่ได้ผลชะงัด...๐

ต้องไม่ลืมว่า โควิด-19 นั้นส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลากหลายทั่วโลก อย่างของไทยที่ชัดเจนคือธุรกิจท่องเที่ยวและการบิน ซึ่งถึงขนาดทำให้ เจ้าจำปี หรือการบินไทยที่ปัญหาหมักหมมมานาน จนในที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ตัดสินใจเลิกอุ้ม โดยให้เข้าสู่แผนฟื้นฟูตามกฎหมายล้มละลาย งานนี้คงต้องบอกว่าเป็น อานิสงส์ที่ชัดเจนอย่างมากของการเป็น นายกฯ ทหาร ที่กล้าทำ กล้าตัดสินใจ เพราะหากเป็นนายกฯ ที่มาจาก ส.ส.หรือพลเรือน ก็บอกได้คำเดียวว่า ขยะก็ยังซุกใต้พรม อยู่เหมือนเดิมเป็นแน่แท้...๐

ไม่ต่างจากการแก้ไขปัญหา โควิด-19 ที่พี่ไทยนั้นถือเป็นประเทศแรกนอกประเทศจีน ต้นตอของไวรัสที่ติดเชื้อ แต่ทุกวันนี้รายชื่อประเทศไทยยังไม่ถึง 50 อันดับประเทศและดินแดนทั่วโลกในจำนวนผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตด้วยซ้ำ แต่ดูเหมือน นักการเมือง ฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น กลับไม่เคยมองด้านดี โดยเฉพาะ "โทรโข่ง พรรคเพื่อไทยอย่าง อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ที่คิดได้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ นั่งเก้าอี้อยู่ได้ถึงทุกวันนี้เพราะแอบหลังโควิด...๐

สภาพของพรรคฝ่ายค้านยามนี้ ปุถุชน ที่มีสติสัมปชัญญะต่างก็เห็นว่า มือไม่พายแล้วยังเอาเท้าราน้ำ อีก ยิ่งได้ โฆษก ที่เล่นแต่การเมืองในยามวิกฤติที่เราควรร่วมมือร่วมใจกันออกมาตอดเล็กตอดน้อย ก็บอกได้คำเดียวว่ามีแต่สาละวันเตี้ยลงๆ นะจ๊ะ เพราะขนาดผู้นำฝ่ายค้านอย่าง สมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย สังคมและโลกก็แทบจะลืมหน้าลืมบทบาทกันไปแล้ว ยิ่งได้ โฆษก ที่ไม่ส่งเสริม แต่กลับทำให้ความศรัทธาเสื่อมทรุด ก็เลยทำให้กองเชียร์เริ่มจะหันหลังไปทุกที นี่ ถ้าไม่มีบุญบารมีของ นายเหลี่ยม-นายหญิง คงต้องเซย์กูดบายกันไปนานแล้ว...๐

ในที่สุด องค์ 2 ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ หญิงคนแรกและคนเดียวของประเทศ ก็โพสต์เฟซบุ๊กในเรื่องโควิด-19 อีกครั้ง หลังจากฉากที่ 1 ได้โพสต์เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ว่าด้วยการใช้เวลายามว่างในการออกกำลังกายดูแลตัวเอง ล่าสุดก็ โพสต์เรื่องการใช้เวลาในการเรียนรู้คอร์สต่างๆ รวมทั้งเสนอให้ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจเริ่มคิดถึงการดำเนินการหลังยุคโควิด-19 แล้ว แหม! บรรดาลูกหาบที่ต้องนอนซังเตในคดีจีทูเจี๊ยะอยากฝากถามกันเหลือเกินว่า มีเวลาว่างคิดถึงพวกเขาบ้างไหมที่ต้องมาใช้ชีวิตยามแก่เฒ่า โรครุมเร้าในห้องขัง...๐

หันมาดูข่าวดีเรื่องโควิดกันบ้าง เมื่อ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. แถลงสถานการณ์การแพร่ระบาดว่ามีผู้ป่วยรายใหม่ 1 ราย แล้วผู้ที่อยู่ในระหว่างการรักษาในโรงพยาบาลต่ำกว่าร้อยเป็นครั้งแรก โดยมีเพียง 90 รายเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีข้อมูลว่า พี่ไทย ยังเป็นประเทศที่เมื่อเทียบกับจำนวนประชากร 1 ล้านคนที่มีการตรวจเชื้อมากกว่า ญี่ปุ่น และ เวียดนาม ที่ใครมักนำ 2 ประเทศมากระแหนะกระแหนประเทศบ้านเกิดตัวเองอีก...๐ หมอทวีศิลป์ ยังรายงานตัวเลขที่น่าสนใจอีกตัว นั่นคือ บริษัท Yougov จากอังกฤษ ได้เผยแพร่ผลสำรวจพฤติกรรมการป้องกันโรคโควิด-19 ของประชาชนใน 6 ประเทศอาเซียน จำนวน 12,999 ตัวอย่าง พบว่า ไทย มีพฤติกรรมสวมหน้ากากและล้างมือมากที่สุดในอาเซียน ซึ่ง หากสำรวจทั่วโลกจริงๆ ไทยอาจอยู่ในท็อปไฟว์ ก็เป็นได้...๐

หันมาเรื่องเศรษฐกิจกันบ้าง เมื่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ครั้งที่ 3/2563 มีมติ 4 ต่อ 3 เสียงลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีก 0.25% จาก 0.75% เป็น 0.50% ต่อปีโดยให้มีผลทันที ซึ่งถือว่าต่ำเตี้ยเรี่ยดินมากที่สุดในประวัติศาสตร์ทางการเงินก็เป็นได้ แต่คำถามชาวบ้านร้านถิ่นเขาก็ยังมึนงงกันอยู่ เพราะในทางปฏิบัตินั้นบรรดาธนาคารพาณิชย์มิได้สนใจอัตราดอกเบี้ยนโยบายแต่ประการใด เพราะก็ยังคิดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ หรือดอกเบี้ยบัตรเครดิตแบบฉันไม่แคร์อยู่ คนที่จะได้ดอกเบี้ยแบบใกล้เคียงดอกเบี้ยมาตรฐานนั้น บอกเลยว่าไม่มีนะจ๊ะในความเป็นจริง...๐

ทิ้งท้ายด้วยข่าวร้องเรียนอีกแล้วกับ การบริการของ ขสมก.ที่เคอร์ฟิวก็ขยายเวลาไปแล้ว กรมการขนส่งทางบกก็ออกประกาศให้ขนส่งสาธารณะให้ได้รับการยกเว้น แต่ในทางปฏิบัติบรรดารถเมล์ทั้งหลาย โดยเฉพาะในเส้นคลองเตยนั้น คันสุดท้ายก็ยังคงเป็นเวลา 19.30-20.00 น.ตามเดิม แล้วอย่างนี้จะขยายเคอร์ฟิวทำไม หรือ ขสมก.ลืมไปว่าเงินเดือนทุกวันนี้ได้รับจากภาษีประชาชนจ๊ะ...๐.

...ท.ศักดิ์


โรงเรียนเปิดเทอมเมื่อวาน (๑ ก.ค.๖๓) ท่านเห็นอะไร? ทุกคนจะบอก..... เห็นเด็กนักเรียนไปโรงเรียน เห็นรถติด เห็นเด็กอนุบาลร้องไห้ เห็นผู้ปกครองอุ้มลูก-จูงหลานไปส่งโรงเรียน

อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'
การเมืองเรื่อง 'คิดกันไปเอง'
ว่าด้วยเรื่อง"ลูกหลานจัญไร"
วิบากแห่งกรรม ๑๓ ปี
สำนึกรักจาก ผบ.และอดีต ผบ.ทบ.
มรดก ๘๘ ปีคณะราษฎร