'แล็บอู่ฮั่น'รับมีไวรัสโคโรนาค้างคาว 3 สายพันธุ์


เพิ่มเพื่อน    

ผู้อำนวยการสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โทษว่าทำไวรัสโควิด-19 หลุดจนแพร่ไปทั่วโลก ยอมรับว่าในแล็บมีไวรัสโคโรนามีชีวิตที่พบในค้างคาว 3 สายพันธุ์ แต่ไม่มีสายพันธุ์ไหนที่ตรงกับไวรัสโควิด-19

แฟ้มภาพ อาคารห้องปฏิบัติการทดลอง พี4 ที่สถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น ในเมืองอู่ฮั่นของจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งของโลกที่ศึกษาค้นคว้าวิจัยไวรัสที่เป็นเชื้ออันตรายในระดับ 4 (พี4)

    นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า SARS-CoV-2 หรือไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 ซึ่งพบติดเชื้อในมนุษย์ครั้งแรกที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ของจีน และขณะนี้ได้คร่าชีวิตผู้ป่วยแล้วมากกว่า 342,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 5.3 ล้านคนทั่วโลก มีต้นกำเนิดในค้างคาว และอาจแพร่เชื้อติดมนุษย์ผ่านสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดอื่น

    มีทฤษฎีสมคบคิดแพร่สะพัดทางออนไลน์มานานหลายเดือนเรื่องแล็บไวรัสในอู่ฮั่นทำให้ไวรัสนี้ปนเปื้อนสู่ภายนอก ทฤษฎีนี้เป็นข่าวครึกโครมในสื่อกระแสหลักเมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ และไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ จับประเด็นมากล่าวโทษจีนอย่างเป็นจริงเป็นจังช่วยหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอ้างว่ามีหลักฐานว่าไวรัสนี้หลุดออกมาจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม 2563 กล่าวว่า หวัง เยี่ยนอี้ ผู้อำนวยการสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่น เปิดเผยกับสถานีโทรทัศน์ซีจีทีเอ็นของทางการจีน ในบทสัมภาษณ์ที่ออกอากาศเมื่อคืนวันเสาร์ ตอบโต้ว่า คำกล่าวของทรัมป์และพวกที่บอกว่าไวรัสหลุดจากแล็บอู่ฮั่นนั้นเป็นการปั้นน้ำเป็นตัวโดยแท้

    ผู้อำนวยการหญิงรายนี้ยอมรับว่า ศูนย์นี้แยกและได้ไวรัสโคโรนาบางสายพันธุ์มาจากค้างคาว "ตอนนี้เรามีไวรัสที่มีชีวิตอยู่ 3 สายพันธุ์ แต่พวกมันมีความคล้ายคลึงกับ SARS-CoV-2 มากที่สุดแค่ 79.8%" เธอกล่าวในคำให้สัมภาษณ์ที่ถ่ายทำไว้เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม

    ทีมค้นคว้าวิจัยทีมหนึ่งของที่นี่ ซึ่งมีศาสตราจารย์จื้อ เจิ้งลี่ เป็นหัวหน้าทีม ทำการวิจัยไวรัสโคโรนาในค้างคาวมาตั้งแต่ปี 2547 โดยเน้นเรื่อง "การติดตามแหล่งกำเนิดของ SARS" ซึ่งเป็นไวรัสสายพันธุ์ที่ก่อโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง (ซาร์ส) เมื่อเกือบ 20 ปีก่อน "เรารู้ว่าจีโนมทั้งหมดของ SARS-CoV-2 คล้ายกับจีโนมของ SARS แค่ 80% ซึ่งแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด" หวังกล่าว และว่า การวิจัยที่ผ่านมาของศาสตราจารย์จื้อจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนักกับไวรัสจำพวกนี้ ซึ่งคล้ายกับไวรัส SARS น้อยมาก

    แล็บไวรัสอู่ฮั่นกล่าวว่า พวกเขาได้รับตัวอย่างไวรัสซึ่งเวลานั้นยังไม่รู้จัก เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม และได้จัดลำดับจีโนมของไวรัสเมื่อวันที่ 2 มกราคม แล้วส่งข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโรคนี้ต่อองค์การอนามัยโลกเมื่อวันที่ 11 มกราคม

    ในคำให้สัมภาษณ์ หวังอ้างว่า ก่อนที่แล็บจะได้รับตัวอย่างไวรัสนี้เมื่อเดือนธันวาคม ทีมวิจัยไม่เคยเจอ หรือวิจัย หรือเก็บไวรัสชนิดนี้ไว้ "ที่จริงก็เหมือนกับทุกคน เราไม่เคยรู้มาก่อนด้วยว่าไวรัสชนิดนี้มีอยู่" เธอกล่าว "แล้วมันจะหลุดรอดออกจากแล็บของเราได้อย่างไรในเมื่อเราไม่เคยมีมัน"

    องค์การอนามัยโลกเคยกล่าวไว้เช่นกันว่า รัฐบาลสหรัฐไม่ได้แสดงหลักฐานเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างที่เป็นในเชิงทฤษฎี

    จื้อเคยให้สัมภาษณ์กับวารสาร Scientific American ว่าลำดับจีโนมของ SARS-CoV-2 ไม่ตรงกับไวรัสโคโรนาค้างคาวสายพันธุ์ใดที่แล็บของเธอเคยรวบรวมและศึกษามาก่อน.


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'