TCASรอบ 4"เด็กลดฮวบฮาบ"ยอดสมัคร 6.1 หมื่น แต่รับ 1.2แสนที่นั่ง


เพิ่มเพื่อน    



25พ.ค.63- TCAS รอบ 4 เด็กลด พบสมัคร 6.1 หมื่น 50% จากทั้งนั่งเปิดรับ 1.2 แสนคน "พีระพงศ์"เผยนำปฎิทินรับสมัครและสอบTCAS ปี 64 ที่ต้องเลื่อนตามการเปิดเทอมปีนี้ ไปให้สทศ. พิจารณาแล้ว  

นายพีระพงศ์ ตริยเจริญ ผู้ช่วยเลขาธิการที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ผช.เลขาฯ ทปอ.) กล่าวว่า จากตัวเลขผู้สมัครระบบการคัดเลือกกลางบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา (TCAS) รอบ 4 แอดมิชชั่น ประจำปีการศึกษา 2563 พบว่า มีจำนวน 61,386 คน จากจำนวนที่นั่งที่เปิดรับ จำนวน 120,966 คน เมื่อเทียบกับจำนวนผู้สมัครระบบ TCAS รอบ 4 ปีการศึกษา 2562 ซึ่งมีจำนวน 69,440 คน เป็นจำนวนผู้สมัครลดน้อยลงเล็กน้อยจากปีที่ผ่านมา ซึ่งก็ถือเป็นไปตามที่คาดการณ์ของ ทปอ.ว่า เด็กมีจำนวนลดลงทุกปี แต่จะลดลงมากเพียงใด ต้องรอผลสรุปสุดท้ายการการสมัครทุกรอบก่อน

สำหรับการรับสมัครทีแคสรอบนี้ ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหา ขณะนี้เข้าสู่กระบวนการประมวลผล โดยมีทีมประมวลผล 8 ทีม ซึ่งเป็นอิสระต่อกัน และการประมวลผลต้องตรงกันทั้ง 8 ทีม จึงจะสามารถประกาศผล ซึ่งขอให้มั่นใจได้ว่า การประมวลผลไม่มีข้อผิดพลาดแน่นอน ส่วนกรณีที่มีผู้สมัครบางคนระบุว่า สมัครแล้วแต่คนใกล้ชิดในครอบครัวเข้ามาแก้ไขการเลือกคณะนั้น ทปอ.ไม่สามารถช่วยอะไรได้ เพราะแจ้งผู้สมัครมาตลอดว่า หมายเลขบัตรประชาชน รหัสเข้าระบบ อีเมล์ หมายเลขโทรศัพท์มือถือ เป็นสมบัติส่วนตัว ไม่ควรให้คนอื่นทราบ แม้แต่คนในครอบครัว  ต้องเก็บให้ดี ซึ่งปัญหาเช่นนี้เกิดขึ้นทุกปี แต่ ทปอ.ไม่สามารถช่วยเหลืออะไร เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงหรือเป็นข้ออ้างอยากเปลี่ยนใจภายหลัง
 
นายพีระพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณี TCAS รอบ 3 ซึ่งพบปัญหาการดึงคะแนนผิดพลาดนั้น เนื่องจากการกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ในรอบ 3 เป็นอิสระของมหาวิทยาลัย และที่ผ่านมา ทปอ.ก็ได้มีการติดตามสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่ากรณีที่เกิดขึ้น สิ่งที่ทำทุกปีรวมทั้งปีหน้า คือ การสื่อสารไปทุกคณะและทุกมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการกำหนดเกณฑ์การรับรอบ 3  โดยประการแรก  เกณฑ์คุณสมบัติ ต้องไม่มาก  หากกำหนดเกณฑ์มากเกินไป สุดท้ายก็ไม่ได้นักศึกษา เพราะเด็กตกคุณสมบัติหมดตั้งแต่ต้น ทำให้บางสาขาไม่ได้เด็กเลย แล้วจะมากล่าวหาว่าเป็นเพราะระบบทำให้ไม่ได้เด็ก ซึ่งเป็นจุดที่ ทปอ.เห็นตั้งแต่ปีที่แล้ว และปีนี้ยังคงมีอีก ดังนั้นปีหน้า ก็ต้องย้ำเตือนไปที่มหาวิทยาลัยให้ตั้งเกณฑ์ตามความเป็นจริง ไม่วางเกณฑ์สูงเกินไป ประการที่สอง  สูตรการคำนวนควรให้เหมาะสมสอดคล้องกับเกณฑ์ ไม่ซับซ้อน และประการที่สาม มหาวิทยาลัย ควรมีโปรแกรมเมอร์ในการคำนวนคะแนน มากกว่า 1 ทีม เพื่อนำผลการคำนวนมายืนยันให้ตรงกันก่อนประกาศผล

“สำหรับกรณีการเลื่อนวันสอบวัดผลที่จะนำมาใช้ในระบบTCAS รวมทั้งการเลื่อนวันรับสมัคร TCAS ปีการศึกษา 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการเลื่อนวันเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2563 เป็นวันที่ 1 ก.ค. 2563 จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้น ทปอ.ได้เสนอร่างปฏิทินการสอบต่างๆ ให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) แล้ว ซึ่ง สทศ. จะต้องนำเข้าหารือในคณะกรรมการบริหาร สทศ.ก่อน จึงจะสามารถประกาศได้อย่างเป็นทางการ ซึ่งต้องรอให้ สทศ.เป็นผู้ดำเนินการประกาศให้สาธารณชนทราบต่อไป”ผช.เลขาฯ ทปอ.กล่าว


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'