นายกฯดัตช์ทำตามกฎล็อกดาวน์ อดลาแม่ก่อนสิ้นใจ


เพิ่มเพื่อน    

สำนึกคนไม่เหมือนกัน นายกฯ เนเธอร์แลนด์ไม่ได้ไปดูใจมารดาวัยชราครั้งสุดท้าย เพราะต้องปฏิบัติตามมาตรการล็อกดาวน์ แต่ที่ปรึกษานายกฯ อังกฤษแบกหน้าแถลงข่าวปกป้องการฝ่าฝืนล็อกดาวน์พาลูก-เมียเดินทางข้ามประเทศ รัฐมนตรีร่วมรัฐบาลทนไม่ไหวลาออกเอง ส่วนเกาหลีใต้จำคุก 4 เดือนประชาชนฝ่าฝืนกฎ

แฟ้มภาพ นายกฯ มาร์ก รุตเทอ แถลงข่าวที่กรุงเฮกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2563

    เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายกฯ มาร์ก รุตเทอ แห่งเนเธอร์แลนด์ประกาศข่าวการเสียชีวิตของนางมีเคอ รุตเทอ-ดิลลิง มารดาอายุ 96 ปี ซึ่งสิ้นใจในบ้านพักที่กรุงเฮกเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม สื่อดัตช์รายงานกันว่า รุตเทอไม่ได้ไปเยี่ยมเพื่อดูใจมารดาครั้งสุดท้าย เนื่องจากต้องปฏิบัติตามมาตรการล็อกดาวน์ ที่รัฐบาลของเขาประกาศใช้มาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม มารดาของเขาไม่ได้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 แต่ในบ้านหลังนั้นเคยมีผู้ติดเชื้อ โฆษกของรุตเทอเปิดเผยกับเอเอฟพีว่า นายกรัฐมนตรีปฏิบัติตามคำสั่งทุกประการ

    ข่าวการอดพบหน้ามารดาครั้งสุดท้ายของนายกฯ ดัตช์ มีออกมาในช่วงเดียวกับที่การเมืองอังกฤษกำลังถกเถียงกันร้อนแรงกรณีที่ดอมินิก คัมมิงส์ ที่ปรึกษาคนสนิทของนายกฯ บอริส จอห์นสัน ฝ่าฝืนมาตรการล็อกดาวน์โดยเดินทางไกล 425 กิโลเมตร เพื่อพาภรรยาและลูกน้อยไปฝากเลี้ยงถึงบ้านพ่อแม่ที่เมืองเดอรัมเมื่อเดือนที่แล้ว แต่สำนักนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีส่วนใหญ่ยังคงปกป้องเขา

    เมื่อวันจันทร์ คัมมิงส์แถลงข่าวยืนกรานไม่ลาออก โดยอ้างว่าเขาทำตามกฎ เพราะหลังจากนายกฯติดเชื้อโควิด-19 ตัวเขาก็มีความเสี่ยงจากการติดเชื้อเช่นกันและภรรยาก็กำลังป่วย ทั้งคู่จึงต้องพาลูกน้อยไปฝากหลานสาววัย 17 ปีดูแลอยู่ที่บ้านพักตากอากาศของพ่อแม่ในเมืองเดอรัม แต่คำชี้แจงตอบข้อซักถามหลายประเด็นของคัมมิงส์ฟังไม่เป็นเหตุเป็นผลนัก

    ในวันอังคาร ดักลาส รอส รัฐมนตรีช่วยว่าการประจำสำนักงานสกอตแลนด์ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยบอกว่าเขาไม่สามารถหาเหตุผลชี้แจงประชาชนในเขตเลือกตั้งของเขาได้ว่าทำไมคัมมิงส์จึงยังอยู่ในตำแหน่ง

    "ผมมีประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ไม่สามารถไปบอกลาผู้เป็นที่รักได้ ครอบครัวที่ไม่สามารถไว้ทุกข์พร้อมกัน ผู้คนที่ไปเยี่ยมญาติที่ป่วยไม่ได้ เพราะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของรัฐบาล" เขาทวีตหลังประกาศลาออก "ผมไม่อาจบอกกับพวกเขาโดยสุจริตใจว่า พวกเขาทำผิด และที่ปรึกษาอาวุโสของรัฐบาลทำถูก"

    วันเดียวกันนั้น ที่เกาหลีใต้ ศาลแขวงอึยจองบูตัดสินลงโทษจำคุกหนุ่มแซ่คิม วัย 27 ปี เป็นเวลา 4 เดือน โทษฐานละเมิดกฎการกักกันโรคถึง 2 ครั้งเมื่อเดือนที่แล้ว เขาเป็นผู้ฝ่าฝืนคนแรกของประเทศที่ถูกตัดสินจำคุก นับแต่รัฐสภาเกาหลีใต้ผ่านกฎหมายเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ กำหนดโทษสูงสุดจำคุก 1 ปี หรือปรับ 8,000 ดอลลาร์ สำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการกักกันโรค.


"๘ กรกฎา" ไม่ใช่วัน "แดงเดือด"! แต่เป็น "วันส้มเดือด" หรือ "วันปลอกแตก" ก็ได้เหมือนกัน สุดแต่ใครพอใจเรียกแบบไหน

'การเมืองหน้ากาก' ไทย-สหรัฐฯ
'การเมือง' ที่ไม่มี 'วันพระ'
'การอยู่-การไป' ของสมคิด
หมอชาญชัย"เผยตาหมาก"
ภาพสะท้อน 'อนาคตไทย'
อาจารย์แหม่ม 'ผิดตรงไหน?'