สพฐ.ทำโพลสำรวจความคิดเห็นข้าราชการ ผลเห็นด้วย97% ควรมีกลไกวิธีการบริหารงานบุคคลในสังกัดได้โดยตรง 


เพิ่มเพื่อน    

28พ.ค.63-นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ในที่ประชุมผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)หรือ Office of the Basic Education Commission : OBEC ได้มีการรายงานการจัดทำ OBEC โพลขึ้น เพื่อสอบถามความคิดเห็นเรื่องการปรับโครงสร้างของ สพฐ. โดยการให้มีอ.ก.ค.ศ. สพฐ.และ อ.ก.ค.ศ. จังหวัด โดยเป็นการเก็บข้อมูลจากกลุ่มประชากรตัวอย่าง ได้แก่ ข้าราชการส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค ทั้งข้าราชการครู และบุคลากรของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา และมีผู้เข้าร่ว ตอบแบบสอบถามทั้งสิ้น 10,258 คน ผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 12-16 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งคำถามจำนวน 5 ข้อ ดังนี้ 1.สพฐ. ควรมีกลไกลวิธีการบริหารงานบุคคลของข้าราชการในสังกัดได้โดยตรงเพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เห็นด้วยร้อยละ 97.7 2. สพฐ. ควรมีองค์คณะบุคคลเพื่อดูแลการย้ายข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาใน สพฐ. ภายในจังหวัด และการย้ายข้ามเขตพื้นที่ เห็นด้วยร้อยละ 95.7 3.ควรมี อ.ก.ค.ศ.สพฐ.ส่วนกลาง เพื่อกำกับ ดูแล ควบคุม และบริหารงานบุคคลที่อยู่นอกเหนืออำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. สพฐ. จังหวัดและกทม.เห็นด้วยร้อยละ 92.5


นายอำนาจ กล่าวต่อว่า ข้อ 4. อ.ก.ค.ศ. สพฐ. จังหวัดและกทม.ควรมีผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ทุกแห่งในเขตจังหวัดร่วมเป็นอนุกรรมการเห็นด้วยร้อยละ 96.0 และสุดท้าย 5.สพฐ.ควรมี อ.ก.ค.ศ. สพฐ. และ อ.ก.ค.ศ. สพฐ. จังหวัดและกทม. เพื่อดูแลควบคุมการบริหารบุคคลของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาในสังกัด สพฐ. เห็นด้วย ร้อยละ 95.0 ทั้งนี้การจัดทำโพลดังกล่าว ทำขึ้นเพื่อให้เกิดการบริหารองค์ที่มีประสิทธิภาพในอนาคต โดย สพฐ.จะนำข้อมูลในส่วนนี้นำไปสู่การปรับโครงสร้างและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป


“นอกจากนี้ที่ประชุมได้หารือถึงการดำเนินกาาสอบคัดเลือกครูและบุคลากรทางการศึกษา สังกัดสพฐ. โดยเฉพาะการจัดสอบสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเป็นข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายสำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติกร (สพร.) ไปจัดทำแผนการดำเนินงานทั้งระบบ เช่น การจัดตั้งคณะกรรมการดูแลเรื่องความโปร่งใสและการทุจริต รวมถึงติดตามบุคคลที่แอบอ้างตัวเป็นติวเตอร์ หรือสร้างข้อมูลที่เป็นเท็จในการทำงาน เพื่อที่จะให้การสอบคัดเลือกมีความโปร่งใสมากที่สุด โดย สพฐ. จะมีคณะกรรมการกลางเพื่อคอยติดตามเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพื่อให้การสอบคัดเลือกเกิดความยุติธรรมที่สุด ขณะเดียวกัน สพฐ.ได้เสนอเรื่องไปยังศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) พิจารณาอนุมัติในการจัดสอบคัดเลือกครูและบุคลากรทางการศึกษาสังกัด สพฐ. เช่น การสอบครูผู้ช่วย การสอบคัดเลือกผอ.และรองผอ.สถานศึกษา เป็นต้น”เลขาฯ กพฐ.