'แมทธิว ดีน'ห่วงคนหายจากโควิค-19 โดนสังคมรังเกียจ


เพิ่มเพื่อน    

 

          รายการโหนกระแส  ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.20 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 เปิดใจสัมภาษณ์นักแสดงหนุ่ม แมทธิว ดีน  คนแรกๆ ในวงการบันเทิงที่ออกมายอมรับว่าติดโควิค-19

พอได้ยินใช่ไหมว่าตอนนี้คนที่หายจากโควิค ถูกสังคมรังเกียจ?

          "ได้ยินมาครับ แม้กระทั่งคนยังไม่ติด แต่มีข่าวลือก็พูดกันไปเรื่อย โดนบูลลี่ไป ก็น่าสงสารมาก กับการบูลลี่ไม่ให้เข้าหมู่บ้าน หรือละแวกที่คนอยู่ ผมก็เข้าใจนะเอาจริงๆ โควิคมันน่ากลัว คนที่เป็นก็มีความทรมาน ความเครียด ลำบาก แต่คนหายแล้วก็คือหาย ไม่มีติดอีก ไม่งั้นคุณหมอไม่ให้กลับ แม้กลับบ้านไปแล้ว คุณหมอก็สั่งให้ใส่หน้ากากอีก 2-3 สัปดาห์ ยิ่งมีเด็กผู้ใหญ่ในบ้านก็ให้ล้างมือกันไป ใส่แมสก์ใส่หน้ากาก"

ความรู้สึกวันแรกที่ติด ทำไมถึงออกมาประกาศ?

          "วันแรกที่ติดมันช็อกที่สุดในชีวิต เพราะก่อนหน้านั้นไม่คิดว่าตัวเองติดหรอก ในบ้าน คนรอบข้างก็ไม่คิดว่าผมติด เพราะตอนนั้นคนไทยเป็นไม่ถึง 100 คน คนทั่วประเทศมี 70 ล้านคน ผมจะเป็น 1 ใน 70 ล้านเลยเหรอ ตอนแรกตรวจไม่เจอ ไข้หวัดใหญ่ไม่เจอ หมอกบอกให้ทำใจนะ คุณมีโอกาสเป็นโควิคนะ เพราะเรื่องเดียวที่ทำให้อาการทรุดได้แบบนี้ อาการมันแย่ จน 13 มี.ค. ได้โทรศัพท์จากคุณหมอว่าติดโควิคนะ ผมก็โอ้โห ทำยังไงดี

 

 

          เดียก็อยู่ที่บ้าน ผมก็โทรหาเดีย เขาจะมาหา แต่ผมบอกว่าไม่ต้องมา ผมนอนอยู่อีกบ้านนึง ระหว่างนั้นจะทำไรดี  ผมนึกถึงว่าที่ผ่านมาเราเจอคนเยอะมาก เราทำงานที่ช่อง 3 ไปหลายที่มาก เราต้องให้คนพวกนี้เขารับรู้ว่าเราติด เผื่อเขาอาจจะโดนไปด้วย เผื่อเขาต้องไปป้องกัน เผื่อเขาเจอลูกเจอผู้ใหญ่ สิ่งแรกคือจะบอกคนรอบข้างเรายังไงดีให้เร็วที่สุด”

พอประกาศมันกลายเป็นสร้างแรงกระเพื่อมให้คนไทยว่าเรื่องนี้มาถึงตัวเราแล้วนะ?

          "มันเป็นเรื่องจริงแล้ว แม้แต่ตัวผมเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อ รู้ว่ามีแต่มันดูไกลตัวเหลือเกิน ผมทำงานช่วงนั้นก็ไม่ค่อยใส่หน้ากาก พกเจลไป เราใส่หน้ากากจะทำงานลำบาก ก็ใช้ชีวิตไป แล้วบังเอิญแจ็คพอตโดนเข้าไป โดนแล้วยังไง ก็ต้องให้ทุกคนรู้จะได้ไม่โดนเหมือนเรา ตอนนั้นจิตตกไหม  มันลงไปด้วยความเครียด กังวล ด้วยความที่เราไม่รู้ว่าสเต็ปต่อไปจะเป็นยังไง เราจะไปรพ.ไหน เราจะได้กลับบ้านเจอลูกอีกทีเมื่อไหร่ ยังไม่เครียดสุดๆ แต่มันกังวล มันตื่นเต้นไปหมด คนก็โทรมาเป็นร้อยๆ สาย รับบ้างไม่รับบ้าง ไม่รู้จะพูดยังไง”

คุณรักษานานมาก?

          "จริงๆ การรักษา 20-30 วันเป็นเรื่องปกติของโควิค สิ่งที่เจอคือตัวเป็นหรือซากเราก็ไม่รู้ แต่ในเมื่อเจอแล้ว คุณหมอก็ต้องสมมติว่าเป็นตัวเป็น ก็ยังออกไม่ได้ เผื่อมีแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์ แล้วคุณไปแพร่ให้คนอื่นมันก็เสี่ยง ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี ก็นอนรอไป อาการตอนแรกที่อยู่รพ.ราชวิถี  มีการดูแลอย่างดี จากสองวันแรกมีไข้แล้วหาย แล้วกลับมาใหม่กินยา 10 วันอาการก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ที่เหลือ 15 วันก็นอนรอ ทีนี้อาจมีปัญหาเรื่องปอดนิดหน่อย เบาๆ แต่ไม่ได้ย่ำแย่"

 

 

ตอนแรกเชื้อลงปอด?

          "ตอนแรกคิดว่าน่าจะหายองด้วยการไม่กินยาเพราะเราแข็งแรง ออกกำลังกายอยู่แล้ว แต่พอไข้กลับมาก็เห็นว่ามันลงปอดจริงๆ ก็ต้องกินยา พอกินยาครบคอร์สก็ต้องเอกซเรย์เพิ่มเติม หมอบอกว่าดีขึ้นเรื่อยๆ จากที่เห็นอยู่ในปอดก็ค่อยๆ จาง ตอนนี้คุณหมอบอกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ผมรู้สึกเองว่าอาจจะยังไม่ร้อย เรายังไม่กล้าออกกำลังกายหนักเท่าเมื่อก่อน เรายังเผื่อไว้นิดนึงเผื่อจะทรุด แต่คุณหมอบอกว่าร้อยเปอร์เซ็นต์"

คุณไม่เป็นอีกแล้ว?

          "จากที่คุณหมอบอก ทางเราหายแล้ว เรามีภูมิแล้ว ถ้ามันมาหาเราใหม่ ร่างกายเราจะมีภูมิพร้อมสู้กับมัน เราจะไม่ทรุดแล้ว แต่เฉพาะช่วงนี้นะ พอสักพักมันเปลี่ยนกลายพันธุ์ ถ้าเป็นอย่างนั้น ผมมีโอกาสเป็นใหม่ แต่ช่วงนี้คงยัง"

ถ้าเชื้อที่มีอยู่มาเจอคุณ มันเสร็จคุณ แต่ถ้ากลายพันธุ์คุณอาจโดนอีก?

          "ใช่ครับ ทุกคนมีโอกาสเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นก็ต้องระวังตัว ผมไปไหนก็ต้องใส่หน้ากาก เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำ เข้าใจว่าตัวเลขในบ้านเรามันดีเนื่องจากมีการระมัดระวัง คุณหมอเก่ง คนไทยมีวินัยดีมากๆ ใส่หน้ากาก ล้างมือ แต่อย่าชะล่าใจ อย่าปล่อยให้เป็นสิ่งที่เราลืมไป เพราะมันมีโอกาสเป็น พอเป็นแล้วมันไม่สนุก มันเป็นนาน มันเหนื่อย เสี่ยงกับชีวิต ยิ่งคนอายุมากมันน่ากลัว ช่วงที่เครียดกังวลที่สุดไม่ได้กลัวเรื่องสภาพร่างกายตัวเองเท่าไหร่ แต่กลัวคนที่บ้าน คนรอบข้าง"

 

 

ลีเดียบอกก่อนหน้านี้มีคนป่วยคนนึงอยู่ตรงข้าม ยังได้ยินเสียง อีกวันเขาเสียชีวิต จิตตกกันมาก ให้กำลังใจยังไง?

          "ก็พยายามให้กันเองนี่แหละ เดียเขาสไตล์ผู้หญิง เขาเครียดมาก ยิ่งเป็นคนชอบถามคำถามเยอะ คุณหมอก็ตอบได้บ้าง ตอบไม่ได้บ้าง แต่ถ้าเขาเครียดเขาก็ยิ่งจิตตก ผมก็คอยเสริมให้เขาแข็งแรง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้มีกำลังใจตลอดคือลูกและที่บ้านเขารอเราอยู่ เราต้องสู้เพื่อเขา ต้องไม่แย่ไปกว่านั้นเพื่อกลับไปกอดเขา มันเป็นสิ่งที่สำคัญ และกำลังใจจากทุกๆ คน รวมทั้งพี่หนุ่มด้วย ที่โทรมาอยู่เรื่อยๆ รวมทั้งคนรู้จักและไม่รู้จัก รู้สึกดีมากกับตรงนั้น มีแรงสู้ ฮึดขึ้นเยอะเลย"

ล่าสุดไปบริจาคพลาสม่ากับภรรยา?

          "เป็นสิ่งที่ตั้งใจทำอยู่แล้ว ผมกับสภากาชาดไทยคุยกันอยู่เรื่อยๆ เขาก็คุยตั้งแต่อยู่ รพ. ว่าถ้าเกิดออกมาแล้วหายดี สัก 2 อาทิตย์ อยากให้มาบริจาคพลาสม่าเพื่อนำไปช่วยคนอื่นที่ป่วยจากโควิค-19 ด้วย ซึ่งก็มีความยินดี และก็ดีมากนะ สิ่งที่องค์การบริหารที่เกี่ยวกับพลาสม่าสภากาชาดไทย ไม่ได้เกี่ยวกับโควิค-19 อย่างเดียวนะ สามารถบริจาคพลาสม่าเพื่อช่วยในหลายๆ โรคด้วย ฉะนั้นการเป็นโควิค-19 แล้วเป็นโรคใหม่ พลาสม่ามีคุณค่ามาก ซึ่งมันมหัศจรรย์มาก"

วันนี้คนหายจากโควิด ยืนยันว่าอยู่ร่วมกันได้?

          "เข้าใจยังไงก็กลัว แต่ต้องเห็นถึงจิตใจของมนุษย์  ผมโชคดีอยู่ในบ้านที่มีความเข้าใจ และได้รับข้อมูลจริงจากเราและแพทย์ ก็เปิดใจก่อนออกมา บอกตรงๆ เรากลัวเกรงใจคนในบ้านมากกว่า กลับไป 3 สัปดาห์ยังไม่ถอดหน้ากาก กินข้าวนอกบ้านต้องถอดหน้ากากกิน จะกินน้ำทีต้องเดินออกไปนอกบ้านเพราะมีความเกรงใจ ก็เป็นสิ่งที่ทุกคนควรทำในช่วงแรก แต่ถ้าเขาได้รับความเข้าใจจากคนในหมู่บ้านหรือคนในครอบครัวจะทำให้จิตใจเขาแข็งแรงขึ้นมา"