'วิษณุ' แจงยิบคงพ.ร.ก.ฉุกเฉิน-หามาตรการอุดช่องโหว่หลังยกเลิก


เพิ่มเพื่อน    

30 พ.ค.63 -  นายวิษณุ เครืองามรองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีข่าวว่านายกรัฐมนตรี แต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการพิจารณาศึกษารองรับเพื่อรองรับกรณีหากมีการยกเลิกประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน 2548 ว่า  นายกฯ ไม่ได้ตั้งคณะกรรมการอะไร แต่มอบหมายให้ตน และ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เสนอนายกฯว่าจำเป็นต้องมีการพิจารณาจะใช้กฎหมายใดหรือออกมาตรการอะไรมารองรับหลังจากเลิกประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯเพราะในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อมีความละเอียดอ่อนหากเลิกประกาศใช้ไปแล้ว หากไม่มีสิ่งใดมารองรับจะเกิดปัญหาตามมา

“คิดว่าเมื่อถึงเวลาเกิดปัญหาแล้ว ก็สามารถประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินได้อีกครั้ง ตามมาตรา 5 ของพ.ร.ก.ที่บัญญัติว่ากรณีที่จำเป็นฉุกเฉินเร่งด่วน นายกรัฐมนตรีสามารถสั่งการเองได้ก่อน จากนั้นจึงไปขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีภายใน 3 วัน หากไม่ขอครม.ภายในกำหนดถือว่าประกาศสถานการณ์นั้นสิ้นสุดไป ขอย้ำว่า ตัวพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไม่สามารถยกเลิกได้ เพราะเป็นกฎหมายแม่ที่ยังคงอยู่ แต่เมื่อจะใช้บังคับต้องออกกฎหมายลูกคือ ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่นายกฯต้องขอความเห็นชอบจาก ครม. และหากยกเลิกประกาศใช้ไปแล้ว ต่อมาเกิดปัญหาแต่ไม่ถึงขั้นรุนแรงที่สุดก็ไม่ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯอีกก็ได้ แต่สามารถนำมาตรการอื่นมาใช้ได้ แต่ไม่ใช่กฎหมายความมั่นคง เพราะสามารถใช้พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 ที่ให้อำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการได้ แต่อาจเกิดความลักลั่นในบางกรณี ดังนั้นอาจจะออกมติครม.มาอุดช่องโหว่ในเรื่องตรงนี้ได้ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามมติครม.ส่วนมาตรการที่จะออกมารองรับนั้น ทางคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จากสถาบันการศึกษา และจากกระทรวงสาธารณสุข จะร่วมกันพิจารณาด้วย” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การหามาตรการรองรับจะต้องมีทีมงานขึ้นมาช่วยพิจารณาหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า การหารือเรื่องนี้มีอยู่แล้ว โดยฝ่ายของหมอจะเป็นคนพูด และในการประชุม ศบค. ชุดใหญ่ เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่า จะต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินฯไปถึงเมื่อใด ถ้าไปตอบก็จะเกิดการคาดหมายว่า จะประกาศใช้ต่อหรือจะยกเลิกเมื่อใด บางเรื่องคาดหมายยังไม่ได้ตอนนี้ เพราะต้องประเมินสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.และพิจารณาตามวงรอบ ยกตัวอย่าง เรื่องการปรับเวลาเคอร์ฟิวก็ใช้แนวทางนี้ในการพิจารณา

เมื่อถามว่า นายกฯระบุหรือไม่ว่า อะไรเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ในการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน นายวิษณุ กล่าวว่า เรื่องความปลอดภัยทางสาธารณสุขต้องเป็นที่วางใจได้ก่อน และให้ไปอ่านในข้อกำหนดฉบับที่จะออกมามีการระบุคำปรารภเอาไว้ว่าช่วงการผ่อนปรนระยะที่สามเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อเพราะในต่างประเทศมีการแพร่ระบาด และมีคนไทยเดินทางกลับจากต่างประเทศ และใกล้จะผ่อนคายอาจมีการลองดีลองของ ไม่กลัวหรือชะล่าใจ เช่น ไม่สวมหน้ากากอนามัย ไม่เว้นระยะห่างทางสังคม เดินทางข้ามจังหวัดโดยไม่ระมัดระวัง หรือกิจการที่ได้รับการผ่อนปรนไม่ทำตามข้อกำหนด ส่วนคนที่ฝ่าฝืนแม้ถูกจับหรือดำเนินการตามกฎหมาย แต่ก็เกิดการแพร่ระบาดของโรคได้ มีการติดเชื้อหลังเปิดภาคเรียนก็เป็นตัวชี้วัดสถานการณ์ได้ว่าการยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอาจทำได้ลำบาก