บราซิลติดโควิดเกิน 5 แสน สหรัฐส่งยาต้านมาลาเรียให้ 2 ล้านโดส


เพิ่มเพื่อน    

จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ของบราซิลเกิน 500,000 รายแล้ว ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ไม่สะทกสะท้านยังคงพบปะผู้สนับสนุนที่ชุมนุมต่อต้านการล็อกดาวน์เมื่อวันอาทิตย์ ขณะสหรัฐส่งยาต้านมาลาเรียที่อนามัยโลกไม่แนะนำให้ใช้กับผู้ป่วยโควิด มายังบราซิล 2 ล้านโดส

ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ขึ้นขี่ม้าระหว่างออกมาพบปะผู้ชุมนุมที่ด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงบราซิเลียเมื่อวันอาทิตย์

    ข้อมูลอย่างเป็นทางการของกระทรวงสาธารณสุขบราซิลถึงวันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม บราซิลมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่แล้ว 514,849 ราย มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ ขณะที่รัสเซียที่อยู่อันดับ 3 นั้นมีผู้ติดเชื้อ 418,878 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตในบราซิลอยู่ที่ 29,314 ราย มากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ, สหราชอาณาจักร และอิตาลี

    ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำขวาจัดของบราซิล ยังคงแสดงท่าทีคัดค้านการใช้มาตรการล็อกดาวน์ของรัฐต่างๆ ที่เขาระบุว่าไม่คุ้มกับความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยในวันอาทิตย์ เขาได้เข้าร่วมการชุมนุมกับผู้สนับสนุนที่กรุงบราซิเลียอีกครั้ง โดยไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย แม้คราวนี้เขาจะไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวผู้สนับสนุนโดยมีองครักษ์คอยกันไว้ แต่เขาอุ้มเด็ก 2 คนมานั่งบนบ่า และปีนขึ้นหลังม้าเอาใจฝูงชนที่พากันร้องตะโกนว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เป็นเรื่องปรัมปรา

    รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า วิกฤติด้านสาธารณสุขของบราซิลถูกหลอมรวมเข้ากับวิกฤติการเมือง ขณะที่ผู้นำขวาจัดรายนี้เปิดศึกอย่างเปิดเผยกับรัฐบาลท้องถิ่นของรัฐต่างๆ ที่ยืนกรานใช้มาตรการล็อกดาวน์ ยิ่งโบลโซนาโรเผชิญการสอบสวนตามคำสั่งศาลกรณีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบซึ่งอาจนำไปสู่การถอดถอนเขา การชุมนุมของฝ่ายสนับสนุนเขาก็เข้มข้นมากขึ้น

    ที่นครเซาเปาลู ผู้สนับสนุนโบลโซนาโรปะทะกับผู้ชุมนุมสนับสนุนประชาธิปไตยที่มีกันราว 500 คน ส่วนใหญ่สวมชุดดำและสวมหน้ากากอนามัย พวกเขาร้องตะโกนต่อต้านฟาสซิสต์และเรียกร้องประชาธิปไตย และเผชิญหน้ากับผู้สนับสนุนโบลโซนาโรที่มีจำนวนน้อยกว่า ตำรวจปราบจลาจลไม่สามารถขัดขวางการเผชิญหน้ากัน และต้องใช้แก๊สน้ำตายิงขับไล่การตะลุมบอนกันระหว่างสองฝ่าย

    วันเดียวกันนี้ โบลโซนาโร ซึ่งมีอีกฉายาว่า "ทรัมป์แห่งโลกเขตร้อน" ยังได้รับความช่วยเหลือจากโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวจริง ด้วยการส่งยาต้านมาลาเรีย ไฮดรอกซีคลอโรควิน (เอชซีคิว) 2 ล้านโดส มาให้บราซิลใช้ต่อสู้กับโควิด-19 ทำเนียบขาวของสหรัฐเผยด้วยว่า กำลังจัดส่งเครื่องช่วยหายใจอีก 1,000 เครื่องมาให้บราซิล

    ประธานาธิบดีทรัมป์ของสหรัฐซึ่งเป็นแฟนตัวยงของเอชซีคิว ก็รับประทานยาชนิดนี้ด้วย ส่วนโบลโซนาโรมีคำสั่งให้กระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้แพทย์ใช้ยานี้รักษาผู้ป่วย และยังไล่รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข 2 คนก่อนหน้านั้นที่คัดค้านแนวคิดนี้

    ปกติแล้ว เอชซีคิวใช้ในการรักษาผู้ป่วยมาลาเรียและอาการผิดปกติของออโตอิมมูนหรือภูมิต้านตนเอง แต่การทดลองภายใต้การควบคุมแบบสุ่มจนถึงขณะนี้ไม่พบหลักฐานว่าเอชซีคิวสามารถรักษาหรือป้องกันโควิด-19 ได้ สัปดาห์ที่แล้ว องค์การอนามัยโลกยังระงับการทดลองใช้เอชซีคิวรักษาโควิด-19 เป็นการชั่วคราว เนื่องจากความวิตกกังวลมากขึ้นถึงอันตรายข้างเคียงในผู้ป่วย ซึ่งรวมถึงภาวะหัวใจเต้นผิดปกติ

    ถึงวันจันทร์ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสสะสม 1,790,191 ราย จากผู้ติดเชื้อทั่วโลก 6,194,508 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 104,383 ราย ขณะที่ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตรวมกัน 372,501 ราย สถานการณ์ในสหรัฐเริ่มทุเลาลงแล้ว และรัฐต่างๆ กำลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ แต่ขณะนี้สหรัฐเผชิญกับวิกฤติสถานการณ์วุ่นวายจากการชุมนุมประท้วงก่อจลาจลแทน

    ในภูมิภาคอเมริกาใต้ ซึ่งมีผู้ติดเชื้อรวมกันมากกว่า 1 ล้านรายแล้ว นอกจากบราซิลที่ยังมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง การแพร่ระบาดในชิลีและเปรูก็ยังน่าเป็นห่วง เปรูมีผู้ติดเชื้อรายใหม่เมื่อวันอาทิตย์ 8,800 คน มากเป็นสถิติรายวันสูงสุดของประเทศ โดยยอดผู้ติดเชื้อรวมอยู่ที่ 164,470 ราย มากเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคและอันดับ 10 ของโลก และมีผู้เสียชีวิต 4,506 ราย ส่วนชิลีมีผู้ติดเชื้อใกล้หลักแสนแล้ว โดยอยู่ที่ 99,688 รายในวันอาทิตย์ เสียชีวิต 1,054 ราย.


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"