โรงหนังยืนยันไม่ขึ้นค่าตั๋วชี้ที่นั่งหดเหลือ25%


เพิ่มเพื่อน    

 

2 มิ.ย.2563 นางสาวพิมสิริ ทองร่มโพธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้ประกาศมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 3 ทำให้ธุรกิจโรงภาพยนตร์กลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หลังจากบริษัทได้ปิดให้บริการชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563  หรือประมาณ 75 วัน ซึ่งทำให้บริษัทไม่มีรายได้ โดยการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งก็ไม่สามารถจำหน่ายตั๋วได้เต็มที่ เนื่องจากยังคงอยู่ในมาตรการเว้นระยะห่าง จึงต้องจัดที่นั่งเพื่อความเหมาะสมและความปลอดภัยต่อการแพร่เชื้อโควิด-19 รวมถึงการใช้มาตรการเคอร์ฟิว ส่งผลให้รอบฉายหายไป 2 รอบ จากปกติอยู่ที่ 5 รอบต่อวัน และรอบสุดท้ายจะอยู่ที่เวลาประมาณ  6.15 น. เพราะต้องจัดเวลาให้พนักงานและลูกค้าสามารถกลับบ้านได้ทันเวลาเคอร์ฟิว

ทั้งนี้ จากมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้จำนวนที่นั่งลดเหลือเพียง 25% หรือหายไป 75% โดยบริษัทไม่มีไม่มีนโยบายปรับราคาตั๋วขึ้นแต่อย่างใด เบื้องต้นจะมีภาพยนตร์ไม่ต่ำกว่า 7 เรื่องในช่วงแรก และจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องเลื่อนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จากเดิมมีแผนช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ คาดการณ์ว่าอาจจะต้องเลื่อนระดมทุนไปอีก 3 ปี โดยขณะนี้บริษัทยังคงมีความแข็งแกร่งทางด้านการเงินและสามารถดำเนินธุรกิจต่อเนื่องแน่นอน

นายนรุตม์  เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า  บริษัทพร้อมกลับมาเปิดให้บริการโรงหนังเครือเมเจอร์อีกครั้ง ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยได้เตรียมมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมทำให้ลดที่นั่งเหลือ  25% แต่ยังไม่มีแผนขึ้นราคาตั๋วหนัง  พร้อมจับมือ เอไอเอส นำหุ่นยนต์อัจฉริยะ เข้ามาช่วยคัดกรองวัดอุณหภูมิ

อย่างไรก็ตาม การจะดึงให้คนเข้าชมภาพยนตร์ได้นั้นคงขึ้นอยู่กับคอนเทนต์  โดยในช่วงเดือนมิถุนายน 2563 นี้ จะเป็นช่วงหนังไทย แต่ไตรมาสสุดท้ายของปีจะเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง เนื่องจากหนังฟอร์มยักษ์จะเข้าฉายจำนวนมากหรือเรียกว่ามีตลอดทุกสัปดาห์  โดยบริษัทยังกระจายการขายโฆษณาไปยังช่องทางออนไลน์มากขึ้น จากเดิมที่จะเป็นสื่อในโรงภาพยนตร์เป็นหลัก