'น้ำตาล'นางงามไม่ยอมคน รับอดีตเคยโดนบลูลี่หนักจนแทบคืนมงกุฎ


เพิ่มเพื่อน    

 

       เป็นนางงามนักสู้ตั้งแต่อยู่บนเวทีประกวดและก้าวเข้ามาในวงการบันเทิงเลยก็ว่าได้ สำหรับ น้ำตาล-ชลิตา ส่วนเสน่ห์ อดีตมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์  แต่เพราะความเฉิดฉายและเป็นคนสู้คน ไม่ยอมแพ้ใครแม้จะมีคนดูถูก เจ้าตัวเลยมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ถึงความสามารถให้ทุกคนยอมรับในตัวเองให้ได้

          ล่าสุด น้ำตาล ได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 งานนี้ เจ้าตัวก็ได้มาเปิดใจเล่าเส้นทางว่ากว่าที่เข้าสู่วงการบันเทิงไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิ  และในช่วงประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2016 ตัวเองเคยโดนบูลลี่หนักจนแทบคืนมงกุฎ

          “มีไดเร็คแมสเสจมา “ให้ไปคืนมงเถอะมันไม่เหมาะสม” ซึ่งจริงๆ แล้วเราก็รู้สึกได้นะคะว่าเราไม่ได้สมกับมงตามรูปแบบที่เขาต้องการ  ตอนนั้นก็รู้สึกแบบยังไงดี จะคือหรือไม่คืนดี  แต่ถ้าคืนมงกุฎก็ต้องคืนเงินรางวัลด้วย เราก็เลยโอเคเก็บไว้ดีกว่าเพื่อครอบครัว  แรกๆ รู้สึกตกใจ เพราะเราไม่เคยอยู่ในวงการมาก่อน ซึ่งมันรุนแรงมากๆ เลย เราตกใจว่าเราเพิ่งได้เอง เรายังไม่ทันได้พิสูจน์อะไรเลย ยังไม่ทันทำอะไรเลย ทำไมถึงด่าว่าเราแล้ว  รู้สึกว่าเหนื่อยกับตัวเองช่วงแรกๆ ค่ะ

          ตอนแรกพยายามไม่อ่านแต่เหมือนมันก็มีเสียงมาให้เราได้ยินตลอดเวลา พอหลังมงเราได้เรียนเราได้ทำโน่นทำนี่ เราทำอะไรออกไปพอปรากฎออกสื่อทีไรเราก็โดนด่าตลอด จนเหมือนวันนึงเราก็ท้อ นั่งร้องไห้เลยค่ะ แล้วระหว่างทางที่เราได้มงกุฏที่จะไปสู่มิสยูนิเวิร์ส เราต้องทรนด์ ต้องปรับตัว จริงๆ การที่ต้องเปลี่ยนตัวเองเป็นเรื่องยากมากนะ  

          แต่ในเมื่อเรามาอยู่ตรงนี้แล้ว เป็นตัวแทนประเทศไทยแล้ว ในนามของประเทศไทยแล้ว เราไม่ได้ในนามของ ชลิตา ส่วนเสน่ห์ แต่มันเป็นไทยแลนด์อยู่ด้วย เราก็เลยรู้สึกว่าฉันอยากทำให้ได้ มันหลายปีมากแล้วที่ไทยแลนด์เราไม่ได้เข้าลึกๆ เราก็รู้สึกว่าเราต้องไฟท์ เราจะต้องทำเพื่อตัวเอง เราจะต้องทำเพื่อประเทศของเรา แล้วเราก็อยากจะพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็นด้วย บวกกับโดนด่าเยอะก็เลยต้องพัฒนาตัวเองให้เขาเห็น”

 

 

 

ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @namtanlitaa


วันนี้หลายเรื่อง "ควรสนใจ" ค่อยๆ ไล่เลียงไปทีละเรื่องนะ เรื่องแรก "๖๔ ส.ส.ถือหุ้นสื่อ" เมื่อวาน (๒๘ ต.ค.๖๓) ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว สรุปว่า "ผ่าน"!

เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก