ความไม่ปกติแบบใหม่???


เพิ่มเพื่อน    

                                                           (1)

        ทั้ง ม็อบอเมริกา ทั้ง ม็อบฮ่องกง ต่างดาหน้าออกมาสู่ท้องถนนในช่วงระหว่างนี้ หรือช่วงที่เชื้อ COVID-19 ท่านยังคงอาละวาด อย่างชนิดไม่แล้วเสร็จ ซึ่งผลของการม็อบ การประท้วง มันจะลงเอยกันในแบบไหน อย่างไร ก็คงไม่ต้องเสียเวลาสรุป แต่ผลของการแพร่เชื้อ แพร่โรคระบาด ให้ยิ่งกระจัดกระจายออกไป น่าจะยิ่งมีความเป็นไปได้สูงยิ่งขึ้นไปเท่านั้น...

                                                          (2)

        คือแม้ว่าผู้คนในแต่ละม็อบ เขาจะสวมหน้ากากกันเอาไว้เป็นส่วนใหญ่ แต่การเบียดหลัง เบียดไหล่ แบบไม่คิดจะ เว้นระยะห่างทางสังคม เอาเลยแม้แต่นิด ยิ่งตอนที่โดนไล่ทุบ ไล่ตี ต้องแตกฮือกระจัดกระจาย หรือต้องเข้าไปเกาะกลุ่ม รวมกลุ่ม เพื่อรับมือการกดดัน ปราบปราม โอกาสที่ สารคัดหลั่ง ในแต่ละประเภท มันจะปนเปื้อน ปนกันไป-ปนกันมา ย่อมมีความเป็นไปได้สูงเอามากๆ ยิ่งในจังหวะที่อดรน ทนไม่ไหว อาจต้องถอดหน้ากาก กระชากหน้ากาก ออกมาตะโกนด่าใครต่อใคร โอกาสที่ละอองเรณู จะฟุ้งกระจายเป็นฟองฝอย แพร่สะพัดแบบ ซูเปอร์ สเปรด ยิ่งกว่าพวก เชียร์มวย แถวๆ ราชดำเนิน สวนลุมพินี ของบ้านเรา ย่อมต้องเป็นไปได้ยิ่งขึ้นไปอีก...

                                                       (3)

        แต่ทำไงได้...ในเมื่อต่างฝ่าย ต่าง อั้นไม่อยู่ ไปด้วยกันทั้งสิ้น โอกาสที่ประเทศ จ้าวโรค อย่างอเมริกา จะครองตำแหน่งแชมป์โรค ของบรรดาผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วย ผู้ตาย จากเชื้อ COVID-19 ไปอีกนานเท่านาน จากที่เคยติดเชื้อกันเป็นล้านๆ ตายไปแล้วเกือบครึ่งแสน ก็ไม่รู้ว่าจะทำสถิติไปอีกถึงขั้นไหน ส่วนฮ่องกงนั้น...แม้ว่าเชื้ออาจไม่แพร่กระจายไปถึงจีนแผ่นดินใหญ่ แต่ถ้าหากต้องเจอกับ การระบาดรอบ 2 ศูนย์การเงินแห่งโลกรายนี้ จะมีรูปร่าง หน้าตา ออกไปในแนวไหน อย่างไร ก็ยากที่จะสรุป ยากที่จะคาดคะเน ได้ถนัดชัดเจน...

                                                         (4)

        แต่สรุปเอาเป็นว่า...นับจากเชื้อ COVID-19 ท่านออกอาละวาด มาเกือบร่วมครึ่งปีเข้าไปแล้ว โลกทั้งโลกก็น่าจะฉิบหาย วายวอด กันไปพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องเงินๆ-ทองๆ หรือเรื่อง เศรษฐกิจ นั่นแหละ ที่น่าจะพังพินาศกันไปเป็นแถบๆ เป็นประเทศๆ หรือพังกันในระดับที่ทุกสิ่งทุกอย่าง อาจไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป ระบบเศรษฐกิจแบบ ทุนนิยม ที่แทบจะถือเป็นระบบเศรษฐกิจของทุกประเทศ อาจเสื่อมทรุด ล่มสลาย ต้องปรับเนื้อ ปรับตัว ไปเป็นแบบไหน อย่างไร ก็ยังไม่รู้แน่ แต่จะ โอลด์ นอร์มอล กันแบบเก่าๆ เดิมๆ คงไม่น่าจะเป็นไปได้ หรือคงไม่น่าจะเข้าท่าด้วยประการทั้งพวง...

                                                      (5)

        การมองหาแนวทาง ทิศทางเศรษฐกิจแบบใหม่ ที่จะก่อให้เกิดความ นิว นอร์มอล หรือ ความปกติแบบใหม่ จึงถือเป็นเรื่องจำเป็น เรื่องสำคัญ หรือกระทั่งเรื่องคอขาด-บาดตาย ของแต่ละประเทศ ที่จะต้องควานหากันเอาเอง แม้แต่ประเทศเล็กๆ อย่างไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาก็เถอะ จะไปอัดๆ ฉีดๆ กันแบบเดิมๆ ไปตั้งความหวัง ตั้งเป้า ว่าจะต้องโต 4 โต 5 กันในเรื่องตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ตัวเลขส่งออก ตัวเลขการลงทุน แบบเดิมๆ คงไม่ได้อีกต่อไปแล้ว อย่างน้อย...คงต้องเร่งประดิษฐ์ คิดค้น นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ไม่ใช่แค่นวัตกรรมระดับคิดเอา ฉากพลาสติก มากั้น ระหว่างที่คนกำลังนั่งกิน ข้าว ปลา อาหาร ในภัตตาคาร ร้านค้า อะไรทำนองนั้น แต่ต้องเป็นนวัตกรรมทางเศรษฐกิจ การเมือง แบบทั่วทั้งระบบเอาเลยก็ว่าได้...

                                                         (6)

        ซึ่งก็ไม่รู้ว่า...บรรดาผู้ที่มีอำนาจ หน้าที่ และมีความรับผิดชอบ ท่านเริ่มคิด เริ่มให้ความสำคัญ กันไปถึงไหนต่อถึงไหนกันมั่งแล้ว เพราะเท่าที่เห็นๆ กันอยู่ ก็ดูจะหนักไปทางหันไป บีบไข่ ซึ่งกันและกัน ระหว่างนักการเมืองภายในพรรคเดียวกัน หรือพรรคแกนนำรัฐบาลอย่างพรรคพลังประชารัฐ ประชาเละ อะไรทำนองนั้น หรือหนักไปทาง โอลด์ นอร์มอล แบบชนิดเจาะเวลาหาอดีต ภาคสอง ภาคสาม และภาคพิสดาร เอาเลยถึงขั้นนั้น ส่วนในทางเศรษฐกิจ ก็อาจหนักไปทางเปลี่ยนตัว เปลี่ยนตำแหน่ง เปลี่ยนเอา 4 กุมารของหนึ่งมิตรออกไป แล้วเอาลูกกรอก กุมารทอง ของอีกสองมิตรเข้ามาแทนที่ หรือออกไปทาง ปรับคณะรัฐมนตรี แบบเก่าๆ เดิมๆ หรือแบบ โอลด์ นอร์มอล อีกนั่นแหละ...

                                                          (7)

        ด้วยเหตุนี้...ก็จึงสุดที่จะคาดเดาได้ ว่าประเทศไทยแลนด์ แดนสยาม ของหมู่เฮาในอนาคตข้างหน้า จะ นอร์มอล-ไม่นอร์มอล กันในแบบไหนอย่างไร เพราะในขณะที่ ข้อเท็จจริงทางธรรมชาติ ท่านจะออกแรงบังคับ ให้ต้องหาทาง นิว นอร์มอล กันอย่างมิอาจปฏิเสธและหลีกเลี่ยงได้ แต่ดูเหมือนว่าโดย ข้อเท็จจริงทางการเมือง มันคงเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้อง โอลด์ นอร์มอล กันต่อไป ดังนั้น...โอกาสที่จะต้องเจอกับ ความไม่ปกติแบบใหม่ เจอกับ นิว แอบนอร์มอล จนกว่าจะหาทางออก ทางไป ที่จะนำไปสู่ ความปกติ ได้จริงๆ จึงอาจต้องเป็นไปตาม กฎเหล็กแห่งธรรมชาติ หรือ กฎอิทัปปัจจยตา-ปฏิจจสมุปบาท อันว่าด้วย...ด้วยเหตุเพราะสิ่งนี้-สิ่งนี้...สิ่งนี้จึงเป็นไป นั่นแล...

                                     -----------------------------------------------


วันก่อน........ "เพนกวิน" โพสต์ "พวกเราไม่ใช่ 'เด็ก' ของใคร" หมายถึงที่ปลุกระดม "ล้มเจ้า" ไม่มีใครอยู่เบื้องหน้า-เบื้องหลัง พวกเขาคิดกันเอง-ทำกันเอง ว่างั้น!

ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน