กากีกะสีเขียว


เพิ่มเพื่อน    

        เหมาะเจาะลงล็อกเหมือนวางคิวเอาไว้เลยทีเดียว การจัดตั้ง "กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี" หรือ "บช.สอท." ซึ่งหลายคนเรียกสั้นๆ ว่า "บช.ไซเบอร์" ตามไทม์ไลน์ที่ บิ๊กเบิ้ม-พล.ต.ท.ปิยะ อุทาโย ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงแถลงไขเอาไว้ว่าการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ป้ายแดงแห่งนี้จะเสร็จเรียบร้อยภายใน 3 เดือนข้างหน้า นับนิ้วดูเวลาก็ประมาณเดือนสิงหาคม เท่ากับทันห้วงเวลาการแต่งตั้งตำรวจระดับ "นายพล" วาระประจำปี ที่ต้องเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคมพอดิบพอดี งานนี้ก็เลยลงล็อกสามารถแต่งตั้งส่วนหัวทั้งหมดตั้งแต่ "ผบช." ยศ พล.ต.ท. ลงไปถึงตำแหน่งผู้บังคับการ (ผบก.) ยศ พล.ต.ต.ได้เลย ซึ่งใครจะมาเป็น ผบช.สอท.คนแรกยังไม่มีใครแย้มพรายออกมา แต่ดูเหมือนว่า เก้าอี้ "ผบก." ของ บช.สอท. ที่มีทั้งหมด 7 กองบังคับการ น่าจะต้องแปะชื่อ บิ๊กเม่น-พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.ขส.บช.ปส. หัวหน้าชุดประสานความร่วมมือกับศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (Anti-Fake News Center) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มือทำงานข้างกาย "รมต.บี" พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม น่าจะแปะป้ายจอง บก.ระดับเกรดเอเอาไว้ตั้งแต่ไก่โห่แน่นวล ๐

        งามหน้า (อีกแล้ว) "ตำรวจไทย" เมื่อแม่ค้าอาหารทะเลสดร้องเรียนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทลุง จับกุมขณะขับรถกลับบ้านในพื้นที่ ต.พญาขัน อ.เมือง จ.พัทลุง หลังไปรอรับอาหารทะเลในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยแจ้งข้อหาฝ่าฝืนช่วงเคอร์ฟิว พร้อมเรียกเก็บเงิน 80,000 บาท จนมีการต่อรองลงมาเหลือเพียง 10,000 บาท แต่ผู้เสียหายจ่ายได้เพียง 5,700 บาท จากนั้นเจ้าหน้าชุดจับกุมให้แกะหอยนางรมให้กินแกล้มเหล้า ภายในห้องทำงานของ สภ.เมืองพัทลุง จน บิ๊กแหม๋ว-พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9 นั่งไม่ติดเก้าอี้ สั่งให้รีบรวบรวมข้อมูลทั้งหมดเป็นพยานหลักฐานที่จะพิสูจน์ความจริงได้ให้เร็วที่สุด และพยานหลักฐานที่พาดพิงไปถึงผู้ใดให้ดำเนินการตามกฎหมายทั้งอาญาและวินัยอย่างเคร่งครัด กระทั่ง พล.ต.ต.กฤษฎา แก้วจันทร์ดี ผบก.ภ.จว.พัทลุง ให้ทาง สภ.เมืองพัทลุง รายงานข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน รวมทั้งสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจในชุดดังกล่าว ระดับชั้นประทวนที่มีการพาดพิงถึง 3 นาย เข้าปฏิบัติหน้าที่เวรยามที่ตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง โดยไม่ให้ลงทำงานที่เกี่ยวข้องกับประชาชนในพื้นที่ ๐

        ส่วนเรื่องนี้มีความคืบหน้ากรณีมีผู้ใช้โซเชียลมีเดียรายหนึ่งเผยแพร่คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความว่า สภ.หนองจอก จ.เพชรบุรี จะฉี่ที่นี่ต้องต่อรองกันก่อน เรียก 40,000 บาท จบที่ 33,000 บาท พล.ต.ต.เทียนชัย คามะปะโส ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง พ.ต.อ.ภาณุทัต เหลืองสัจกุล ผกก.สภ.หนองจอก พร้อมกับมีคำสั่งให้ไปปฏิบัติราชการยัง ศปก.ภ.จว.เพชรบุรี โดยให้ขาดจากตำแหน่งเดิม และให้ พ.ต.อ.ปัญจพล ชำนาญหมอ รอง ผบก.ภ.จ.เพชรบุรี รรท.ผกก.สภ.หนองจอก จว.เพชรบุรี รวมทั้งมีคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องทั้ง 8 นาย และให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 8 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน เพื่อรอฟังผลการสอบสวนพิจารณาทางวินัย ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.63 เป็นต้นไป รวมทั้ง ผบ.แป๊ะ-พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กำชับคณะกรรมการสอบสวนเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในการพิสูจน์ข้อเท็จจริงและคลี่คลายข้อสงสัยที่เกิดขึ้น ด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นธรรม หากผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหาจริง จะดำเนินการทั้งทางอาญาและวินัยอย่างเด็ดขาด ประกอบกับให้พิจารณาตั้งกรรมการกับผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น ๐

        สร้างกำลังใจให้ลูกน้องอักโข ผบ.แป๊ะ สะบัดปากกาถึง ผบช.หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า ผบก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. หรือผู้ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า แจ้งเรื่องนโยบายการให้ความช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ตำรวจช่วงวิกฤติโควิด-19 ให้แต่ละหน่วยสั่งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบด้านการเงินตรวจสอบตำรวจในสังกัดที่มียอดเงินเดือนคงเหลือต่ำกว่า 5,000 บาท โดยผู้บังคับบัญชาดำเนินการคือ กำหนดมาตรการในการให้ความช่วยเหลือด้านสวัสดิการต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางด้านการเงินแก่ตำรวจและครอบครัว เช่น จัดหาอาชีพเสริมให้ตำรวจและครอบครัวให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบัน เพื่อเพิ่มรายได้ลดรายจ่ายในครัวเรือน ซึ่งเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น จัดโครงการอาหารกลางวันให้กับตำรวจ จัดโครงการตู้ปันสุข เป็นต้น รวมทั้งให้ บช.และ บก.ในสังกัด สง.ผบ.ตร. รายงานผลการดำเนินการภายใน 30 มิ.ย.นี้ เพื่อกำหนดแนวทางในการให้ความช่วยเหลือในภาพรวมต่อไป ๐

        รักษาอาการติดเชื้อโควิด-19 และกลับมาปฏิบัติหน้าที่เจ้ากรมสวัสดิการทหารบกแล้ว  สำหรับ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี ที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้มาช่วยราชการที่กองบัญชาการกองทัพบก หลังเกิดเหตุ “สนามมวยลุมพินี” เป็น “ซูเปอร์สเปรดเดอร์” แพร่เชื้อโควิด-19 โดยเว็บไซต์ของกรมสวัสดิการทหารบก ได้เผยแพร่ภาพ “เจ้ากรมฯ ราชิต” เป็นประธานจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ห้องอเนกประสงค์ ชั้น 6 อาคาร บก.กรมการสวัสดิการทหารบก เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่สถานะนายสนามมวยเวทีลุมพินีก็ถูกถอดไปตั้งแต่เกิดเหตุใหม่ๆ พร้อมบอร์ดทั้งหมดที่บกพร่องในการบริหารจัดการมาตรการควบคุมโรค ส่วนจะเพียงพอต่อความรับผิดชอบจากผลกระทบที่เกิดขึ้นหรือไม่ เป็นเรื่องที่สังคมตัดสิน แต่ที่แน่นอนคือ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ประกาศว่าได้จัดการลงโทษไปแล้ว ๐

        แต่ที่แน่ๆ สนามมวยในความรับผิดชอบของกองทัพ ต้องเปลี่ยนไปตามนโยบายของ ผู้นำเหล่าทัพ ในการนำเงินนอกงบประมาณเข้าสู่ระบบ โดยขออ้างที่มาที่ไปจากเว็บไซต์ www.smmsport.com สื่อออนไลน์ที่นำเสนอความเคลื่อนไหวในแวดวงกีฬา ล่าสุด "วันเผด็จ ผู้ครองฟ้า" หรือ น.อ.ยอดวันเผด็จ สุวรรณวิจิตร ผู้คร่ำหวอดในแวดวงมวย ได้ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังจะมีเอกชนเข้ามาบริหารสนามมวยลุมพินี และสนามมวยเยาวชนกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) โดยสนามมวยลุมพินีมี บริษัท ซีพี เข้ามายื่นซองประมูลได้เป็นผู้บริหารเวทีมวยลุมพินีแต่ผู้เดียว ส่วนเวทีมวยเยาวชนกองทัพอากาศ (ธูปะเตมีย์) ขณะนี้มี 3 กลุ่มยักษ์ใหญ่ในวงการมวยที่เข้ามายื่นซองประมูลคือ กลุ่มเกียรติเพชร ของเฮีย "ชุ้น เกียรติเพชร" นายพีระพงศ์ ธีรเดชพงศ์ โปรโมเตอร์ศึกเกียรติเพชร เวทีมวยลุมพินี และ นายคำจันทร์ ชาวคำเขต กลุ่มที่ 2 เสี่ยฮุย นายสุรชาติ พิสิฐวุฒินันท์ โปรโมเตอร์ผู้บริหารค่ายมวยนครหลวงโปรโมชั่น โดยมีบริษัทลูกนาม "รวยดี" เข้ามายื่นซองประมูล โดยกลุ่มนี้มี “บิ๊กซ้ง" นายทรงชัย รัตนสุบรรณ โปรโมเตอร์ศึกวันทรงชัย-โปรโมเตอร์จิตรเมืองนนท์ เวทีมวยราชดำเนินรวมอยู่ด้วย และกลุ่มสุดท้ายนายแพทย์ที่มีความรู้และชื่นชอบมวยไทย..เรียกได้ว่าวงการมวยกำลังเปลี่ยนรูปโฉม แต่เท่าที่เห็น นายทุนจะออกตัว หรือมีนอมินีทำการแทน ต้องรอชม ๐

       “ผอ.เอก” พล.ต.บุรินทร์ ทองประไพ ผู้อำนวยการสำนักงานกรมพระธรรมนูญทหารบก ร่วมแถลงข่าวพร้อมทีมโฆษก ทบ. ในฐานะคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีทุจริตเบี้ยเลี้ยงในกรมสรรพาวุธ แจงในข้อเท็จจริงเรื่องการสืบสวน ส่วนรายละเอียดส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปเรียบร้อยแล้ว มี 3 นายพลเกี่ยวข้องกับปมที่ “หมู่อาร์ม” ส.อ.ณรงค์ชัย อินทรกวี นายทหารงบประมาณ สังกัดศูนย์ซ่อมสร้างสิ่งอุปกรณ์สายสรรพาวุธ กรมสรรพาวุธทหารบก ออกมาร้องเรียนผ่านองค์กรต่างๆ และสื่อ แต่ยืนยันว่าเรื่องทุจริต ไม่มีการส่งเรื่องไปยัง “สายตรง ผบ.ทบ.” ให้ตรวจสอบอย่างแน่นอน พร้อมย้อนเหตุการณ์วันที่ “อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์” ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม มายื่นเรื่องที่ ทบ.กับตนเอง และ “เสธ.ต๊อด” พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก พร้อมนั่งพูดคุยกันที่ห้องรับรอง “ผอ.เอก” โดยระบุว่า  “หมู่อาร์ม” ตาม นายอัจฉริยะ เข้ามาในกองบัญชาการกองทัพบก แต่ไม่ได้เข้ามาคุยด้วย กลับไปนั่งอยู่มุมห้อง ใส่ชุดพลเรือน ไม่มีใครรู้จัก แต่ได้คุยกับลูกน้องตนเอง ไม่ได้มีการยื่นข้อมูลร้องเรียนเข้าสู่ระบบอย่างแน่นอน ๐


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'