ฝ่าวิกฤติโควิด-19


เพิ่มเพื่อน    

        การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019  (โควิด-19) ส่งผลกระทบไปทั่วโลก เศรษฐกิจเกิดการหยุดชะงัก ระบบอุปสงค์ อุปทาน ระบบโลจิสติกส์ และซัพพลายเชนโดยรวมของโลกเกิดการชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่ม SME หรือผู้ประกอบการขนาดกลางและย่อม ซึ่งถือว่าเป็นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ แต่กลับเป็นกลุ่มที่มีสายป่านสั้นกว่าผู้ประกอบการรายใหญ่ หน่วยงานภาครัฐหลายองค์กรได้ออกมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยเหลือ SMEs ให้รอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้

        และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)  ถือเป็นหนึ่งในหน่วยงานของภาครัฐอีกแห่งที่เป็นกลไกสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุน SME ซึ่งที่ผ่านมานั้นบีโอไอได้ให้สิทธิประโยชน์หลายด้านแก่ผู้ประกอบการ และจากสถิติย้อนหลัง 3 ปี แต่ละปีมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมที่มีขนาดการลงทุนไม่เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการ SMEs ถึง 70% ของจำนวนโครงการทั้งหมดที่ยื่นขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอ ซึ่งบีโอไอได้มีการปรับปรุงมาตรการและเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อให้ SME เข้าถึงมาตรการของบีโอไอได้ง่ายขึ้น

        ซึ่ง ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ระบุว่าที่ผ่านมานั้น บีโอไอได้ให้สิทธิประโยชน์หลายด้านแก่ผู้ประกอบการ และจากสถิติย้อนหลัง 3 ปี แต่ละปีมีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมที่มีขนาดการลงทุนไม่เกิน 100 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบการ SMEs ถึง 70% ของจำนวนโครงการทั้งหมดที่ยื่นขอรับการส่งเสริมจากบีโอไอ ซึ่งบีโอไอได้มีการปรับปรุงมาตรการและเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อให้ SME เข้าถึงมาตรการของบีโอไอได้ง่ายขึ้น

        โดยคุณสมบัติของ SMEs ที่บีโอไอให้การส่งเสริมต้องมีบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยถือหุ้นไม่ต่ำกว่าร้อยละ 51 ของทุนจดทะเบียน มีรายได้รวมต่อปีไม่เกิน 500 ล้านบาทในช่วง 3 ปีแรก โดยมีเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 500,000 บาท ก็สามารถขอรับสิทธิประโยชน์ตามมาตรการส่งเสริมการลงทุนสำหรับ SMEs ได้แล้ว จากเกณฑ์ปกติทั่วไปต้องมีเงินลงทุนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท (ไม่รวมค่าที่ดินและเงินทุนหมุนเวียน)

        นอกจากนี้ ยังได้ประสานสถาบันการเงินของรัฐที่ให้การสนับสนุนด้านเงินทุนแก่ผู้ประกอบการ ทั้งธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และธนาคารเพื่อการส่งออกนำเข้าแห่งประเทศไทย  (EXIM BANK) ที่มีมาตรการสนับสนุนสินเชื่อสำหรับ SMEs  เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในภาวะวิกฤติ      

        ซึ่งทางเลขาฯ ดวงใจย้ำว่า SME ควร ที่จะอาศัยวิกฤติโควิดครั้งนี้ เตรียมองค์กรให้พร้อมรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นจากรูปแบบเศรษฐกิจใหม่ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการประหยัดพลังงาน การใช้พลังงานทดแทน หรือการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้วยการนำระบบอัตโนมัติ  เทคโนโลยีใหม่มาใช้ วิจัยและพัฒนา หรือออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ยกระดับอุตสาหกรรมเกษตรไปสู่ระดับสากล และที่สำคัญต้องนำระบบดิจิทัลเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น

        อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าวิกฤติโควิดครั้งนี้ได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ให้เกิดขึ้น ผู้ประกอบการต้องปรับตัวให้สอดรับกับพฤติกรรมใหม่ของผู้บริโภค เช่น การทำงานที่บ้าน การเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์ รวมถึงซัพพลายเชนของโลก ถูกแทนที่ด้วยซัพพลายเชนในระดับภูมิภาค เนื่องจากจีน ซึ่งเป็นฐานการผลิตหลักได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรค ระบบขนส่ง โลจิสติกส์ ปรับเปลี่ยนรูปแบบ มีขนาดการบรรจุน้อยลง รวมถึงระบบการค้าที่เป็นออนไลน์ แพลตฟอร์มดิจิทัลมากขึ้น

        การส่งเสริมของภาครัฐจึงมีความสำคัญสำหรับ SME ซึ่งเป็นเศรษฐกิจฐานรากของเศรษฐกิจไทย ที่จะช่วยกระตุ้นและผลักดันเศรษฐกิจขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง ดังนั้นบีโอไอจึงถือว่าเป็นหน่วยงานสำคัญ แต่ในปัจจุบันนั้นกลับมี SME จำนวนมากที่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ด้วยหลายๆ ปัจจัย   โดยเฉพาะในเรื่องของความไม่เข้าใจในกระบวนการดำเนินงาน และประโยชน์ที่จะได้รับจากบีโอไอ

        ดังนั้น สิ่งสำคัญที่จะทำให้ SME เหล่านี้เข้าถึงความช่วยเหลือและส่งเสริมได้จริงคือต้องมีการประชาสัมพันธ์ ให้เกิดความเข้าใจอย่างแท้จริง ไม่ฉาบฉวย ลุ่มๆ ดอนๆ เอาแค่พอเห็นว่าทำ ก็จะไม่สร้างความรับรู้ให้บรรดาผู้ประกอบการ SME ได้อย่างทั่วถึง และเข้าใจถึงสิทธิประโยชน์ของบีโอไอที่จริงๆ แล้ว ไม่ใช่ปล่อยให้คิด แต่ว่าการขอสิทธิประโยชน์จากบีโอไอมีความยุ่งยาก ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีความยุ่งยากอย่างที่คิด บีโอไอมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำปรึกษาและแนะนำตลอดเวลา

        เพราะสิทธิประโยชน์จากการใช้มาตรการของบีโอไอ เป็นการสร้างแต้มต่อในการดำเนินธุรกิจเพื่อรับมือกับการแข่งขันในโลกยุคใหม่ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป และบีโอไอจึงเป็นกองหนุนติดอาวุธให้ SME ไทยฝ่าวิกฤติครั้งนี้ไปให้ได้.                                   

บุญช่วย ค้ายาดี


เห็น "นพ.บุญ วนาสิน" ประธาน "ธนบุรี  เฮลท์แคร์ กรุ๊ป" ออกโทรทัศน์ช่องเนชั่น เที่ยงวาน (๒๓ มิ.ย.) ฉอดๆ เรื่องจัดหาวัคซีนทางเลือกและเศรษฐกิจแบบเมามัน ใจร้องถามขึ้นมาเองว่า "อีกแล้วหรือ...คุณหมอ เห็นหลบหน้าไปตั้งนาน?"

เรตติงวันเกิด 'ตูดตุ๊กๆ'
เขา 'แก้กันอีกแล้ว' พี่ขา
กีฬา 'ใหญ่กว่า' แก้รัฐธรรมนูญ
ภาษาสื่อ"ปูติน-ไบเดน"
"ลุงป้อม-น้องธรรมนัส"
'เวียดนาม' ใกล้บอลโลก