สห..ทุพพลภาพ


เพิ่มเพื่อน    

      วิวาทะระหว่างผู้บริหารบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กับสหภาพแรงงานของ อสมท อันมีเรื่องราวของ "ค่าเยียวยา" คลื่น 2600 MHz ที่ถูก กสทช.เรียกคืนตั้งแต่ปี 2562 เป็นประเด็นตั้งข้อกล่าวหาว่า กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ไม่รักษาผลประโยชน์ขององค์กรนั้น

      หากพิจารณาโดยผิวเผินแล้วต้องยอมรับว่า สหภาพฯ ทำตามหลักการและวัตถุประสงค์ที่ก่อกำเนิดเกิดขึ้นภายใต้นโยบายเป็นตัวแทนของพนักงานดูแลรักษาผลประโยชน์ของพนักงานและองค์กร  

      แต่เมื่อใช้แว่นขยายส่องเข้าไปให้ลึก พิเคราะห์กันอย่างเป็นเหตุเป็นผลแล้ว ออกจะน่าสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นที่วิกพระราม 9 ซีรีส์เรื่องเดิมจึงออกมาฉายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งๆ ที่มีความพยายามชี้แจงเรื่องราว ความเป็นมา เหตุและผลอันเกิดจากนโยบายของ กสทช.ไม่รู้กี่หนต่อกี่ครั้ง

      จะบอกว่าแดนสนธยาแห่งนี้ถูกสาป หรือว่าฮวงจุ้ยไม่ดี!!! จึงหาความสงบนิ่ง สมานสามัคคี สลัดพ้นจาก "การเมือง" ทั้งภายในและภายนอกไม่ได้ ...กระนั้นหรือ???

      ก็แปลกแต่จริงนะ ..นึกว่าองค์กรสื่อจะเข้าถึงเข้าใจวิถี New Normal ก่อนหน่วยงานหรือภาคธุรกิจอื่นๆ แล้วเริ่มต้นหันกลับมาร่วมด้วยช่วยกัน "วิ่งหนี" ดิสรัปชันของธุรกิจสื่อที่มารุนแรงและทำท่าว่ายังสาละวันเตี้ยลงต่อไป แต่กลับยัง "ทะเลาะ" กันไม่รู้จบในบ้านของตัวเอง      เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวกับ "บอร์ด" ของ อสมท ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ..การเมืองจัดให้จัดเต็มมาโดยตลอดของประวัติศาสตร์การเป็น อสมท นั้น นายเขมทัตต์ พลเดช ในฐานะกรรมการผู้อำนวยการใหญ่และเป็นหนึ่งในบอร์ด..จะกล้าบอกไหม?? ถึงแม้จะเหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนจะครบวาระแล้วก็ตาม

      คณะบริหาร อสมท อันประกอบด้วย ศ.ปาริชาต สถาปิตานนท์, นายพิเศษ จียาศักดิ์, นายสุวิทย์ นาคพีระยุทธ, นายมนตรี แสงหิรัญ, นายธนาวัฒน์ สังข์ทอง, นายบุญสน เจนชัยมหกุล, นายสมหมาย ลักขณานุรักษ์, นางรัชดาภรณ์ ราชเทวินทร์, นางภัทรพร วรทรัพย์, นายมารุต บูรณะเศรษฐกุล และมี พล.ต.ท.จตุพล ปานรักษา เป็นประธานบอร์ด ..น่าจะตอบได้ดีที่สุด

      เพราะมีเสียงปิดกันให้แซ่ดว่า มีความพยายามของที่ปรึกษา รมต.นายหนึ่งทั้งชงทั้งดัน "สหมิตร วตท.13" เกือบกึ่งหนึ่งเข้าไปในบอร์ดเมื่อ รมต.ผู้กำกับดูแล อสมท มาใหม่ และที่น่ากังขาคือ ในบอร์ดชุดนี้มี วตท.13 นางหนึ่งนั่งเก้าอี้เกินวาระตามระเบียบของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ควรจะเป็นมาแล้ว ..แต่ทำเฉย

      เกมต่อรองอำนาจทางการเมืองจากภายนอก "กดดัน" ให้เกมการเมืองภายในได้น้ำได้เนื้อ สุดท้าย อสมท เรื่องไม่เป็นเรื่องก็เป็นเรื่อง มีดรามาจัดหนักจัดเต็มให้เห็นอยู่ร่ำไป เหมือนเจตนาอยากเปิดประตูต้อนรับ "การเมืองภายนอก" ยื่นมือเข้าไปล้วงลูกให้เจือสม ปั่นกระแส ป่วนฝ่ายบริหารของตัวเอง  

      ต้องร้อง...เฮ้อ!! อะไรกันนักกันหนากับแดนสนธยาแห่งนี้ ที่มองจากคนนอก ...เหลือแต่เปลือก!! กับยุคดิจิทัล ผู้บริโภคไม่ง้อทีวี และไม่ได้มีแต่ข่าวจากสื่อหลักที่ครองตลาดอีกต่อไป แต่คนใน อสมท โดยเฉพาะ "สหภาพฯ" กลับไม่รู้ร้อนรู้หนาวพร้อมจุดไฟเผาบ้านตัวเองตลอด 

      ระวังสหภาพฯ จะกลายเป็นสหทุพพลภาพ หรือไม่ก็มีชะตากรรมแบบสหภาพการบินไทยนะจะบอกให้!! หากยังคงแยกแยะไม่ออกว่า อะไรคือประโยชน์ส่วนตัว แบบไหนคือประโยชน์ส่วนรวม

      ลองตรึกตรองให้ถี่ถ้วน อสมท เหลืออะไรให้ "นักการเมือง" อยากเข้ามา ...ติ๊กต่อกๆๆ อย่างน้อยที่สุด จิตสำนึกขององค์กรสื่อที่ต้องมีอิสระเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานให้มีประสิทธิภาพนั้น น่าจะกระตุ้นต่อมเตือนความทรงจำได้ว่า การให้นักการเมืองเข้ามาก้าวก่ายวุ่นวายนั้น...มันใช่หรือ???.

ปิยสาร์


เมื่อวานคุยเล่น  เรื่องลูกพรรคเพื่อไทย ร้องขอให้ "นายใหญ่" ส่งเมีย "คุณหญิงพจมาน" มาเป็น "ขอนไม้ดุ้นใหม่" ของพรรค ให้ลูกกบ-ลูกเขียดในพรรคได้เกาะ  วันนี้ ขอคุยซีเครียดซักนิด

อนาคต 'คนนินทาเมีย'
'โควิดคลาย-โรคอิจฉาคุ'
ไทย"เหนือคาดหมาย"เสมอ
วิสัยทัศน์"อินทรี-อีแร้ง"
"การ์ดเชิญ"๒๑ ตุลา.
เปิดประเทศ"เปิดตรงไหน?"