ญาติวีรชนฯยก 5 เหตุผล ตะเพิด 'ลุงตู่' พ้นนายกฯ


เพิ่มเพื่อน    

13 มิ.ย.63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่มีนายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ เป็นประธาน ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสียสละด้วยการลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่ได้มีการปฎิรูปการเมืองและสร้างความปรองดองตามที่สัญญาไว้กับประชาชน โดยเปิดทางให้รัฐบาลชุดใหม่ที่ไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งได้บริหารประเทศเป็นการล้างกระดานการเมือง ก่อนที่สถานการณ์จะรุมเร้าปั่นป่วนโกลาหลจนยากจะเยียวยา

คณะกรรมการญาติวีรชน ระบุเหตุผลว่า ทั้งนี้ เหตุผล 5 ข้อ ประกอบด้วย   1.การแย่งชิงตำแหน่งกันในพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นพรรคแกนนำตั้งรัฐบาล เพื่อต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรีทั้งที่ประชาชนยังเดือดร้อนกับปัญหาโควิด 19  สะท้อนให้เห็นว่านักการเมืองในฝ่ายรัฐบาลไม่ได้สนใจที่จะแก้ปัญหาของประชาชนอย่างแท้จริง สนใจแต่เพียงผลประโยชน์และพวกพ้องของตนเองมากกว่าผลประโยชน์ของชาติและประชาชนโดยรวม สุดท้ายการเมืองไทยก็จะวนเวียนอยู่ใน”การเมืองน้ำเน่า”เช่นนี้ ระบบรัฐสภาก็เป็นที่พึ่งพาไม่ได้ และจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นระบอบประชาธิปไตยและประเทศชาติกลายเป็นวงจรอุบาทว์อีก พอกันทีกับ"การเมืองน้ำเน่า"ประชาชนอดทนมามากแล้ว

2.พล.อ.ประยุทธ์ไม่ปฏิรูปประเทศและไม่สร้างความปรองดองสมานฉันท์ หลังยึดอำนาจ22พ.ค.2557 มีการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) แล้วก็ยุบทิ้ง แล้วก็ตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และปัจจุบันมีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ 11 ด้าน รวมทั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ  ซึ่งทั้งหมดคือการซื้อเวลาเพื่อสืบทอดอำนาจเท่านั้น  3.ก่อนจะลงจากหลังเสือ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ มีเวลาไม่นานต้องรีบเร่งแก้ปัญหาใหญ่ของบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาทุนผูกขาดประเทศ ปัญหากับดักรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ กระบวนการยุติธรรมสองมาตรฐานไร้ความน่าเชื่อถือ เร่งปฏิรูปโครงสร้างการเมือง เศรษฐกิจและสังคมโดยเร่งด่วน ก่อนประเทศไทยจะเผชิญสถานการณ์วิกฤติเหมือนสหรัฐอเมริกา ปัญหาใหญ่จากความขัดแย้งกำลังจะปะทุขึ้นมาในไม่ช้า โดยเฉพาะปัญหาการเลือกปฏิบัติ ความเหลื่อมล้ำต่ำสูงทางเศรษฐกิจในสังคม คนรวยล้นฟ้า 1% กลับครอบครองโภคทรัพย์ในแผ่นดินมากมาย แต่ประชาชนกำลังเป็นทุกข์ยากจากภาวะตกงาน และกำลังจะอดตายเพราะนโยบายรัฐบาลและโครงสร้างประเทศที่ล้าหลัง  

แถลงการณ์ระบุว่า 4.ถ้าจะมีการปรับคณะรัฐมนตรี(ครม.)ก็ขอให้คัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถมาบริหารประเทศไม่ใช่แต่งตั้งเพราะมีการต่อรองกัน ใครมีมือมากกว่าก็ได้กระทรวงที่มีผลประโยชน์ไปดูแล และที่สำคัญต้องโละระบบโควตา เพราะถ้ายังมีระบบนี้จะยิ่งทำให้ประเทศประสบวิกฤติหนักเข้าไปอีก และการปรับครม.ควรจะเป็นเพียงชั่วคราวเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และทำภารกิจพิเศษ อาทิ การแก้ไขให้มีการลดค่าใช้ไฟฟ้า ประปา  ราคาพลังงานและระบบขนส่งมวลชนสาธารณะให้ถูกลงกว่าเดิม เพื่อบรรเทาภาระของประชาชน ด้วยการยกเลิกสัญญาที่ไม่เป็นธรรมที่ทำไว้กับเอกชนเพื่อรักษาผลประโยชน์สาธารณอย่างแท้จริง

5.รัฐบาลต้องรีบแก้ไขปัญหารัฐธรรมนูญ เนื่องจากการทำหน้าที่ของวุฒิสภามาถึงทางตันแล้ว จากการใช้อำนาจมิชอบลงมติเห็นชอบให้นายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข เป็นกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งที่ขาดคุณสมบัติขัดรัฐธรรมนูญ 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เนื่องจากทำหน้าที่รัฐสภามาก่อน เป็นเรื่องผลประโยชน์ขัดกันชัดเจน และอย่านำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญร่วมกับผู้แทนปวงชนจากทุกพรรคการเมืองเพื่อเดินหน้าบ้านเมืองสู่การปรองดองสมานฉันท์โดยเร็ว


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'