สหรัฐเดือดซ้ำ เผาร้านเวนดีส์แอตแลนตาประท้วงฆ่าผิวสีอีกราย ผบ.ตำรวจลาออก


เพิ่มเพื่อน    

ชาวอเมริกันในเมืองแอตแลนตาวางเพลิงร้านเวนดีส์เมื่อวันเสาร์ ประท้วงที่ตำรวจวิสามัญฆาตกรรมชายผิวดำที่ขัดขืนการจับกุมแย่งปืนเทเซอร์ของตำรวจ ผู้บัญชาการตำรวจแอตแลนตาลาออก หลายเมืองทั่วโลกชุมนุมต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติสีผิวและการใช้ความรุนแรงของตำรวจต่อเป็นเสาร์ที่ 2

ผู้ชุมนุมวางเพลิงร้านเวนดีส์ในเมืองแอตแลนตาเมื่อวันเสาร์ ภายหลังตำรวจสหรัฐยิงเรย์ชาร์ด บรูกส์ ชายผิวดำ เสียชีวิตหนึ่งวันก่อนหน้านั้น

    เหตุการณ์ตำรวจผิวขาววิสามัญฆาตกรรมเรย์ชาร์ด บรูกส์ ชายผิวดำวัย 27 ปี ที่ร้านเวนดีส์ เมืองแอตแลนตาเมื่อวันศุกร์ ยิ่งเติมเชื้อไฟการชุมนุมประท้วงต่อต้านการใช้ความรุนแรงของตำรวจในสหรัฐ ภาพข่าวโทรทัศน์เผยว่าร้านอาหารเวนดีส์ที่เกิดเหตุโดนวางเพลิง ไฟลุกไหม้นานกว่า 45 นาทีกว่าจะดับลงได้ ผู้ประท้วงกลุ่มอื่นเดินขบวนบนถนนสายอินเตอร์สเตท-75 ปิดกั้นการจราจร

    รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2563 อ้างคำแถลงของเคชา แลนซ์ บอตทอมส์ นายกเทศมนตรีเมืองแอตแลนตาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าเกิดเหตุวุ่นวายว่า เอริกา ชีลด์ ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแอตแลนตา ลาออกจากตำแหน่งแล้วเมื่อวันเสาร์ ส่วนตำรวจผิวขาวที่วิสามัญฆาตกรรมเขาโดนไล่ออก ตำรวจอีกนายถูกพักงาน

    ตำรวจในพื้นที่ได้รับแจ้งจากลูกจ้างของร้านเวนดีส์ว่าบรูกส์นอนหลับบนรถของเขาที่กำลังจอดขวางช่องสั่งอาหารแบบไดรฟ์-ทรู ตำรวจพยายามควบคุมตัวเขาหลังจากการตรวจแอลกอฮอล์ไม่ผ่าน วิดีโอที่มีคนถ่ายไว้ได้เผยว่า เขาต่อสู้ขัดขืนการจับกุมของตำรวจผิวขาว 2 นายนี้ด้านนอกร้านเวนดีส์ แล้ววิ่งหนีข้ามลานจอดรถ ในมือเหมือนถือปืนชอร์ตไฟฟ้าของตำรวจไว้ด้วย วิดีโออีกชิ้นจากกล้องของร้านเผยว่า ขณะวิ่งหนี บรูกส์หันกลับมามองตำรวจและเล็งปืนเทเซอร์ที่ตำรวจทั้งสอง ก่อนที่นายหนึ่งจะลั่นไกปืน ทำให้บรูกส์ทรุดลงกับพื้น เขาถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาล แต่เสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนตำรวจบาดเจ็บ 1 นาย

    ทนายความของครอบครัวบรูกส์กล่าวว่า ตำรวจแอตแลนตาไม่มีสิทธิใช้อาวุธสังหาร ต่อให้โดนบรูกส์เล็งปืนเทเซอร์ซึ่งไม่ใช่อาวุธสังหาร ยิงมาทางพวกเขา

    การตายของบรูกส์เกิดขึ้นราว 2 สัปดาห์เศษ ไล่หลังการตายของจอร์จ ฟลอยด์ ชายอเมริกันผิวดำวัย 46 ปี ที่โดนตำรวจมินนิแอโพลิสใช้เข่ากดคอนานเกือบ 9 นาทีระหว่างการจับกุมเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม การใช้ความรุนแรงเกินกว่าเหตุของตำรวจมินนิแอโพลิสจุดชนวนการประท้วงก่อจลาจลในหลายเมืองของสหรัฐและกระตุ้นให้มีการปฏิรูปตำรวจ

    การประท้วงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติสีผิวและความรุนแรงของตำรวจในสหรัฐยังลุกลามไปทั่วโลก และขยายวงครอบคลุมประเด็นการค้าทาสในอดีต, การล่าอาณานิคม และการใช้ความรุนแรงของคนผิวขาวต่อคนต่างสีผิว

    วันเสาร์ที่ผ่านมา ผู้คนในประเทศยุโรปและเอเชียยังเดินขบวนประท้วงเป็นสัปดาห์ที่ 2 เพื่อสนับสนุนขบวนการ "ชีวิตคนดำมีความสำคัญ" ในสหรัฐ รวมถึงต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติและการใช้ความรุนแรงของตำรวจในประเทศเหล่านั้น

    ที่กรุงลอนดอนของอังกฤษ กลุ่มขวาจัดประท้วงต่อต้านการประท้วงของผู้ที่เรียกร้องความเสมอภาคทางเชื้อชาติจนเกิดเหตุรุนแรง ตำรวจจับกุมฝ่ายขวาจัดมากกว่า 100 ราย นายกฯ บอริส จอห์นสัน ประณามคนกลุ่มนี้ว่าเป็นพวกอันธพาลเหยียดผิว

    ยังมีการเดินขบวนในหลายเมืองของฝรั่งเศส ที่กรุงปารีส ผู้ประท้วงปะทะกับตำรวจที่ใช้แก๊สน้ำตาตอบโต้ผู้ที่ขว้างปาสิ่งของ ผู้ชุมนุมที่นี่เรียกร้องความยุติธรรมให้อาดามา ตราโอเร ชายผิวดำที่ตายระหว่างโดนตำรวจควบคุมตัวเมื่อปี 2559 ส่วนที่ลียง ตำรวจฉีดน้ำและแก๊สน้ำตาสลายผู้ชุมนุมที่มีราว 2,000 คน

    สวิตเซอร์แลนด์มีคนนับหมื่นออกมาเดินขบวนในหลายเมือง ที่นครซูริกมีผู้ประท้วงราว 10,000 คน ตำรวจเผยว่ามีตำรวจบาดเจ็บ 1 นายหลังจากนักเคลื่อนไหวกลุ่มซ้ายจัดราว 200 คนขว้างปาสิ่งของใส่ นอกจากนี้ยังมีการเดินขบวนในหลายเมืองของเยอรมนี, ออสเตรเลีย, แคนาดา, กรุงโตเกียว และไต้หวัน.


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ