ยืนยัน22มิ.ย.เบิกตัว'บรรยิน'ขึ้นศาลคดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษา


เพิ่มเพื่อน    

21 มิ.ย.63-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 22 มิ.ย. ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดตรวจพยานหลักฐาน คดีอุ้มฆ่าพี่ชายผู้พิพากษาอดีตเจ้าของสำนวนโอนหุ้นเสี่ยชูวงษ์ หมายเลขดำ อท.69/2563 ที่พนักงานอัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ อายุ 56 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ , นายมานัส ทับทิม อายุ 67 ปี , นายณรงค์ศักดิ์ ป้อมจันทร์ อายุ 48 ปี , นายชาติชาย เมณฑ์กูล อายุ 31 ปี , นายประชาวิทย์ หรือตูน ศรีทองสุข อายุ 33 ปี และ ด.ต.ธงชัย หรือ สจ.อ๊อด วจีสัจจะ อายุ 63 ปี ทั้งหมดภูมิลำเนา จ.นครสวรรค์ เป็นจำเลยที่ 1-6 

ในความผิด 9 ข้อหา ฐานร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตนหรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอื่นที่ตนได้กระทำไว้ ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อ.) มาตรา 289 , ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้ใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ เป็นเหตุให้ผู้ถูกเอาตัวไปถึงแก่ความตาย มาตรา 309, 313 , ฐานร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มาตรา 310 , ฐานร่วมกันข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป มาตรา 139, 140 , ฐานเป็นซ่องโจร โดยสมคบกันเพื่อกระทำผิดที่มีระวางโทษประหารชีวิต มาตรา 210 , ฐานร่วมกันพยายามข่มขืนใจผู้อื่น ให้กระทำการใดโดยร่วมกันกระทำผิดตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป มาตรา 213 , ฐานร่วมกันซ่อนเร้น ทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและสาเหตุการตาย มาตรา 199 , ฐานร่วมกันกระทำการใด ๆ แก่ศพก่อนการชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นเพื่ออำพรางคดี ตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) มาตรา 150 ทวิ , ฐานร่วมกันแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานและกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน มาตรา 145 ประกอบ ป.อ.มาตรา 33, 80, 83, 91, 92 และยังยื่นฟ้อง พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 ข้อหาที่ 10 ฐานสวมเครื่องแบบหรือประดับเครื่องหมายของเจ้าพนักงาน เพื่อให้คนอื่นเข้าใจว่าตนมีสิทธิและแต่งเครื่องแบบตำรวจโดยไม่มีสิทธิเพื่อกระทำผิดอาญา มาตรา 146

อัยการสำนักงานคดีปราบปรามการทุจริต 3 ได้ยื่นฟ้องจำเลยทั้งหกเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2563 ซึ่งจำเลยที่ 2-6 ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ สำหรับ นายณรงค์ศักดิ์ จำเลยที่ 3 แถลงให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยทนายความจำเลยที่ 3 ขอยื่นคำให้การในวันนัดตรวจหลักฐาน

มีรายงานว่า ในวันที่ 22 มิ.ย.นี้จะยังมีการเบิกตัวจำเลยที่ 1 พ.ต.ท.บรรยิน ที่มีข่าวว่าวางแผนจะแหกคุกมาจากเรือนจำกลางบางขวาง ซึ่งจำเลยถูกย้ายไปขังเดี่ยวมาที่ศาลตามเดิม

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ในวันนัดสอบคำให้การผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ศาลได้มีคำสั่งเพื่อความสะดวกในการตรวจพยานหลักฐานและการพิจารณาคดี มอบหมายให้เจ้าพนักงานคดีแนะนำคู่ความและช่วยควบคุมให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย หากพบว่ามีข้อบกพร่องหรือข้อขัดข้องเกี่ยวกับกระบวนพิจารณาหรือการได้มาของพยานหลักฐานที่คู่ความอ้างอิงก็ให้รายงานต่อศาลพร้อมด้วยแนวทางแก้ไขโดยเร็ว โดยให้คู่ความยื่นบัญชีระบุพยาน คำแถลงเกี่ยวกับประเด็นและความจำเป็นต้องสืบพยาน รวมทั้งวิธีการให้ได้มาซึ่งพยานหลักฐานนั้น ต่อเจ้าพนักงานคดีภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา

โดยศาลยังมีคำสั่งว่าเพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลและคู่ความในวันนัดตรวจพยานหลักฐานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว และเพื่อเป็นการรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่อยู่ในบริเวณศาล จึงเห็นสมควรให้พิจารณาเป็นการลับ โดยให้โจทก์ , พ.ต.ท.บรรยิน จำเลยที่ 1 และทนายความจำเลยที่ 1-2 มาศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดีในวันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงรายละเอียดที่ได้สรุปบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 22 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น. โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณา ยกเว้นบุคคลที่กฎหมายกำหนดเข้าอยู่ในห้องพิจารณา

และให้โจทก์ , จำเลยที่ 2-6 พร้อมด้วยทนายความมาศาลเพื่อดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าพนักงานคดีในวันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. และให้นัดตรวจสอบพยานหลักฐานโดยศาล (แถลงบัญชีพยาน 2 ฝ่ายต่อหน้าศาล) ในวันเดียวกันที่ 25 มิ.ย.นี้ เวลา 13.30 น.โดยห้ามไม่ให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่คู่ความเข้าอยู่ในห้องพิจารณาเช่นกัน อย่างไรก็ดี หากคู่ความไม่มาในวันนัดตรวจหลักฐานดังกล่าว หรือไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลดังกล่าว ศาลจะพิจารณาตรวจพยานหลักฐานไปตามรูปคดีที่ปรากฏในสำนวนและตามรายงานของเจ้าพนักงานคดี

สำหรับสื่อมวลชนที่จะมีการติดตามไปทำข่าว ทางศาลอาญาคดีทุจริตฯ ไม่อนุญาตให้เข้าไปในห้องพิจารณาคดี แต่จะมีการจัดห้องเพื่อถ่ายทอดกระบวนพิจารณาผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไว้ให้
 


เอาละครับ..... นับจากวันนี้ (๘ ส.ค.๖๓) เป็นต้นไป ถึงสิ้นปี และมีความเป็นไปได้ ที่จะติดพันไปถึงต้นปีหน้า

"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'