'ทรัมป์'ปราศรัยหาเสียง แนะชะลอตรวจโควิด-19 อ้างยิ่งตรวจยิ่งเจอ


เพิ่มเพื่อน    

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยหาเสียงต่อหน้าฝูงชนครั้งแรกนับแต่ไวรัสโควิด-19 ระบาดทำให้สหรัฐใช้มาตรการล็อกดาวน์ แต่ผู้สนับสนุนไม่เต็มความจุของสนาม 19,000 ที่นั่งในรัฐโอคลาโฮมาเมื่อวันเสาร์ทั้งที่คุยไว้ว่าจะมีเกือบล้าน ตอนหนึ่งทรัมป์เผยเคยแนะให้ชะลอการตรวจเชื้อไวรัส เพราะยิ่งตรวจยิ่งเจอ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยหาเสียงครั้งแรกนับแต่เกิดโรคระบาดโควิด-19 ที่บีโอเคเซ็นเตอร์ รัฐโอคลาโฮมา เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2563

    สหรัฐอเมริกามีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มากที่สุดในโลกที่ 2,255,119 ราย และ 119,719 รายตามลำดับ การจัดปราศรัยหาเสียงของทรัมป์ที่รัฐโอคลาโฮมาเมื่อวันเสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2563 เป็นการเลื่อนมาจากวันศุกร์ และเกิดขึ้นในช่วงที่จำนวนผู้ติดเชื้อของรัฐนี้พุ่งเกิน 10,000 รายเมื่อวันเสาร์ โดยทรัมป์ไม่นำพาคำเตือนของเจ้าหน้าที่ระดับท้องถิ่นและสาธารณสุขของรัฐนี้ที่หวั่นเกรงว่าการชุมนุมครั้งนี้จะกระตุ้นให้โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดรุนแรงอีก

    รายงานบีบีซีกล่าวว่า ผู้ที่เข้าฟังการปราศรัยครั้งนี้ต้องลงนามเอกสารสละสิทธิ์ เพื่อปกป้องคณะทำงานของทรัมป์จากการถูกฟ้องร้องหากติดเชื้อไวรัสจากการเข้าร่วมงานนี้ แต่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนงานเริ่ม ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ 6 คนในคณะทำงานจัดการปราศรัยครั้งนี้ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19

    เอเอฟพีรายงานว่า ในการหาเสียงที่เมืองทัลซา รัฐโอคลาโฮมา ซึ่งเป็นการหาเสียงต่อหน้าฝูงชนครั้งแรกของทรัมป์ในรอบ 3 เดือน ทรัมป์ประกาศชัยชนะเหนือโรคระบาดครั้งนี้ โดยคุยว่า "ผมทำงานนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม" และว่า การตรวจเชื้อไวรัสเป็น "ดาบสองคม" ที่ทำให้สหรัฐมีจำนวนผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก เพราะยิ่งตรวจมากขึ้น ก็ยิ่งพบคนติดเชื้อมากขึ้น เขาจึงบอกต่อคนของเขาว่า "ชะลอการตรวจเชื้อลงหน่อย"

    เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวต้องแก้ตัวให้ว่า ผู้นำสหรัฐเพียงเล่นมุก

    เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว ทรัมป์เคยคุยโวว่าการหาเสียงของเขาครั้งนี้มีคนขอรับตั๋วเข้าร่วมงานเกือบ 1 ล้านคน แต่ในความเป็นจริงผู้เข้าฟังไม่เต็มความจุของสนามกีฬาแบงก์ออฟโอคลาโฮมาเซ็นเตอร์ขนาด 19,000 ที่นั่ง และแผนออกไปปราศรัยกับผู้สนับสนุนที่ "ล้นสนาม" อยู่ด้านนอกก็ต้องยกเลิกไปด้วย

    ยังไม่ชัดเจนว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ผู้เข้าฟังการหาเสียงของทรัมป์ที่ยังคงปราศรัยอย่างเผ็ดร้อนเช่นเดิม จึงน้อยกว่าที่คาดไว้มาก ทรัมป์กล่าวถึงผู้ที่อยู่ในสนามกีฬานี้ว่าเป็น "นักรบ" พร้อมกับกล่าวโทษสื่อและผู้ประท้วงที่ทำให้ผู้สนับสนุนเขาไม่มางานนี้ ที่ด้านนอกสนามกีฬานั้นมีผู้ประท้วงจากกลุ่ม "ชีวิตคนดำมีความสำคัญ" หลายสิบคนชุมนุมประท้วงแต่ไม่ได้เกิดปัญหาร้ายแรง

    "เสียงส่วนใหญ่ที่เป็นเสียงเงียบมีความแข็งแกร่งกว่าแต่ก่อน" ทรัมป์กล่าวต่อผู้สนับสนุนระหว่างการปราศรัยนานเกือบ 2 ชั่วโมง ซึ่งเขาโจมตีโจ ไบเดน คู่แข่งจากเดโมแครตว่าเป็นหุ่นเชิดไร้ประโยชน์ของพวกซ้ายหัวรุนแรง

    ทรัมป์แทบไม่ได้กล่าวถึงความตึงเครียดทางเชื้อชาติสีผิวที่แผ่ปกคลุมทั่วสหรัฐนานหลายสัปดาห์สืบเนื่องจากการตายของจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวดำที่โดนตำรวจผิวขาวฆ่าตายระหว่างการควบคุมตัว ที่เมืองมินนีแอโพลิส รัฐมินนิโซตา แต่ทรัมป์กล่าวเตือนว่า พวกเดโมแครตกำลังหาทางลบมรดกของอเมริกา โดยเป็นการอ้างอิงการทำลายรูปปั้นของเจ้าของทาสและบุคคลสำคัญของฝ่ายสมาพันธรัฐ.


"บ้านเมืองไทย" ก็เหมือนตะกร้าตอนไปจ่ายตลาด ไม่ได้มีของที่ต้องกิน-ต้องซื้อยัดลงตะกร้าอย่างเดียว ฉะนั้น...... อย่าไปจดจ่ออยู่กับเรื่องใด-เรื่องหนึ่งโดยเฉพาะจนจับเจ่า ชีวิตจะเฉาเปล่าๆ

"กระมิด-กระเมี้ยนอยู่ทำไม"?
'๒๕๖๓ คณาจารย์ร่านเมือง'
ใครทน 'ธรรมศาสตร์ไม่ทน'?
สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส