“นครสวรรค์” เชิญชวนท่องเที่ยวรับพลัง 


เพิ่มเพื่อน    

ต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยาที่บริเวณพาสาน

 

ในบรรยากาศของการเริ่มต้นฟื้นฟูการท่องเที่ยววิถีใหม่ “จังหวัดนครสวรรค์” ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางของการเดินทางไปยังภาคเหนือ ด้วยระยะทางเพียง “สอง สาม เก้า” หรือ 239 กิโลเมตร จากกรุงเทพมหานคร ก็ได้มีการแนะนำเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้มาเติมพลังแห่งความสุขจากการได้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ อันเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นสิริมงคล ทั้งทางกายและทางใจในเมืองที่ได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น “นครแห่งสวรรค์”

 

วิถีคนหาปลาที่ปากน้ำโพ

 

นอกจากนี้ ด้วยมาตรการรณรงค์ให้สวมใส่หน้ากากอนามัย มีจุดแจกเจลแอลกอฮอล์สำหรับล้างมือ และความเข้มงวดในเรื่องการเว้นระยะห่างทางสังคมของจังหวัด ช่วยให้นักท่องเที่ยวมั่นใจได้ว่า เมื่อมาเที่ยวแล้วจะกลับไปด้วยสุขภาพที่ดี ปลอดภัย
     

นายอนันต์ สีแดง​ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานนครสวรรค์ รับผิดชอบพื้นที่นครสวรรค์ และพิจิตร เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลได้ผ่อนคลายและเปิดโอกาสให้เดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัดได้แล้วนั้น แหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่างๆ ในพื้นที่เมืองนครสวรรค์ ได้เตรียมความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยือน เพื่อฟื้นฟูการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักเช่นเดิม ช่วยสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการ และชุมชนต่างๆ ในจังหวัด

 

อุทยานสวรรค์

 

ทั้งนี้ จังหวัดนครสวรรค์ได้ชื่อว่าเป็นนครแห่งความสุข เปรียบดังดินแดนแห่งสวรรค์ เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำเจ้าพระยาจากการรวมตัวกันของแม่น้ำ 4 สาย ได้แก่ แม่น้ำปิง วัง ยม น่าน ซึ่งนำความอุดมสมบูรณ์มาสู่วิถีชีวิตผู้คน โดยมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง และเป็นที่นับถือของชาวเมืองปากน้ำโพ คอยคุ้มครองป้องกัน ถือเป็นพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่ที่สืบเนื่องกันมายาวนาน ททท.สำนักงานนครสวรรค์ จึงขอแนะนำเส้นทางให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนได้เสริมพลังความเป็นมงคลหลังผ่านช่วงวิกฤติโควิด-19 ใน 3 สถานที่ ได้แก่สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แรกคือ “อุทยานสวรรค์” ถือเป็นจุดรับพลังจากมังกร เสริมอำนาจ วาสนาและบารมี อีกทั้งสถานที่แห่งนี้ยังเป็นสวนสาธารณะใจกลางเมืองนครสวรรค์ ที่พักผ่อนหย่อนใจ ที่มาแล้วมีบรรยากาศของการผ่อนคลาย มีความสุข ในเนื้อที่ประมาณ 314 ไร่ ด้านในประกอบไปด้วย สวนหย่อม สนามหญ้า น้ำพุ เวทีกลางแจ้ง น้ำตก และรูปปั้นมังกรสวรรค์ขนาดใหญ่ 

 

ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-ศาลเจ้าแม่ทับทิมมองจาก “พาสาน”

     

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สอง คือ “ศาลเจ้าพ่อเทพารักษ์-ศาลเจ้าแม่ทับทิม” เป็นที่เคารพสักการะของชาวนครสวรรค์มากว่า 100 ปี สำหรับไหว้เทพยาดาฟ้าดินเพื่อปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีออกไป สถานที่แห่งนี้เรียกสั้นๆ ว่า “ศาลเจ้าปึงเถ่ากง” ตั้งอยู่ริมฝั่งขวาของแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณจุดบรรจบของแควปิง วัง ยม น่าน ซึ่งมีลักษณะแม่น้ำเป็น 2 สี ภายในประดิษฐานเทพปิ่นโถ่วกงอยู่ตรงกลาง เทพกวนอูอยู่ด้านขวา เจ้าแม่ทับทิมอยู่ด้านซ้าย และยังมีเจ้าแม่สวรรค์ และเจ้าพ่อสามตา ให้ได้เคารพสักการะอีกด้วย

 

 

สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สาม คือ “วัดคีรีวงศ์” ตั้งอยู่บนยอดเขาดาวดึงส์ เป็นวัดเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่ปลายสมัยกรุงสุโขทัย มีเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ชื่อว่า “พระจุฬามณีเจดีย์” เป็นสถานที่สำหรับชาวเมืองนครสวรรค์มาไหว้พระขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเสริมสิริมงคลให้ชีวิต ปัจจุบันเป็นแหล่งท่องเที่ยว และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตก และชมทิวทัศน์ของเมืองนครสวรรค์ได้อย่างกว้างไกล

 


ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานนครสวรรค์ กล่าวต่อว่า นครสวรรค์ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายที่มีความสำคัญและไม่ควรพลาด ได้แก่ “บึงบอระเพ็ด” ซึ่งเป็นบึงทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอในนครสวรรค์ ซึ่งนับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ มีสัตว์อาศัยอยู่กว่า 140 ชนิด โดยเฉพาะ “นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร” ที่เป็นนกหายาก ทั้งนี้ นอกจากตัวบึงบอระเพ็ดแล้ว ในบริเวณเดียวกันยังมี “อาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา” ให้ได้เข้าไปชมเรื่องราวในโลกของปลาน้ำจืดที่มีความสวยงามและเป็นแหล่งเรียนรู้ที่น่าสนใจอย่างมาก

 

นักท่องเที่ยวเดินชมสะพานพาสาน

   

นอกจากนี้ยังมีจุดที่ถือเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองปากน้ำโพ ที่ไม่ควรพลาดคือ สถานที่ที่เรียกว่า “พาสาน” เป็นอาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งอยู่บริเวณเกาะยม จุดต้นกำเนิดแม่น้ำเจ้าพระยา จากฝั่งตัวเมืองสามารถนั่งเรือข้ามฟากไปถ่ายรูป ชมพระอาทิตย์ตกบนอาคารพาสาน สัมผัสความงดงามของต้นน้ำเจ้าพระยา และวิถีชีวิตของคนริมน้ำแห่งเมืองปากน้ำโพ

 

นักท่องเที่ยวนั่งชมวิวแม่น้ำปิงที่ “ตลาดท่าเรือคลองคาง”

   

สำหรับชื่อ “พาสาน” มีที่มาจากคำว่า "ผสาน" คือ การรวมกันของสถานที่กับผู้คนผสมผสานรวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับวิถีชีวิตของชาวต้นแม่น้ำเจ้าพระยา รูปแบบอาคารมีสถาปัตยกรรมสวยงามโดดเด่นและทันสมัย มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ ลักษณะคล้ายเส้นสายที่สอดประสานกันมาบรรจบที่ตรงปลาย อันหมายถึง การมารวมตัวกันของแม่น้ำสายหลัก 4 สาย มีการประสานกัน เริ่มจากแม่น้ำ 2 สายคือ แม่น้ำปิงรวมกับแม่น้ำวัง และแม่น้ำยมรวมกับแม่น้ำน่านมาก่อน จากนั้นจึงมารวมเป็นหนึ่งเดียวทั้ง 4 สายในบริเวณนี้

สำหรับคนที่ชื่นชอบเรื่องของวิถีชุมชน “ตลาดท่าเรือคลองคาง” หรือตลาดวิถีชุมชนแห่งใหม่ริมแม่น้ำปิง จังหวัดนครสวรรค์ มีความน่าสนใจที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปผ่อนคลายด้วยการช็อปปิ้งเพลินๆ หรือนั่งรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศแบบย้อนยุค  

 

ตลาดท่าเรือคลองคางยามเย็น

 

ตัวตลาดพัฒนาจากท่าเรือเก่าในอดีต มีร้านรวงมากกว่า 140 ร้าน จำหน่ายทั้งอาหารคาว ขนมหวาน ขนมโบราณ น้ำดื่มต่างๆ แล้วยังสามารถเลือกซื้อผักปลอดสาร ผลไม้ ไข่ไก่ เนื้อสัตว์ จากกลุ่มเกษตรกร สิ่งที่ถือเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของตลาดท่าเรือคลองคาง คือ ความใส่ใจสิ่งแวดล้อม แต่ละร้านใช้ภาชนะบรรจุอาหารที่ทำจากธรรมชาติ 100% เช่น ใช้กระบอกไม้ไผ่ใส่น้ำ ใช้ใบตองรองอาหาร ใช้ชะลอม เครื่องปั้นดินเผา แทนการใช้โฟมและพลาสติก

สำหรับพื้นที่นั่งรับประทานอาหาร ทางตลาดก็เตรียมไว้รองรับนักท่องเที่ยวอยู่หลายจุด ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะริมน้ำ แพลอยน้ำ และมุมห้อยขาริมน้ำ ให้นั่งหย่อนขารับลมเย็นๆ ชมสายน้ำไหลเอื่อย พร้อมสูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นแบบเต็มปอด โดยยังให้ความสำคัญกับมาตรการรักษาระยะห่างทางสังคม โดยตลาดจะเปิดขายทุกวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา  15.00-21.00 น.

ปิดท้ายด้วย “ตลาดริมน้ำ 100 ปี” ตั้งอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนดาวดึงส์ ภายในตลาดเต็มไปด้วยร้านค้ามีให้เลือกชมทั้งเสื้อผ้า เครื่องประดับ และร้านอาหารที่มีชื่อเสียงเรื่องความอร่อยอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะที่สำคัญร้านอาหารแผงลอยจำนวนมาก เปิดขายตั้งแต่ช่วงเย็นไปจนถึงเที่ยงคืน

 

ร้านขายหอยทอดตลาดท่าเรือคลองคาง

     

ตลาดแห่งนี้ถือเป็นสวรรค์ของนักชิมอย่างแท้จริง เพราะร้านอร่อยเก่าแก่ขึ้นชื่อทั้งถนน ไม่ว่าจะเป็น หอยทอดเจ๊ฮวย ร้านหอยทอดชื่อดังประจำตลาดเตะตาด้วยกระทะหอยทอดใบใหญ่ถึง 3 ใบ, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลานายหลี, ก๋วยเตี๋ยวหมูและไก่, ไอศกรีม, ขนมไทยนายกุหลาบ, น้ำแข็งไสของร้านเช็งซิมอี้ ฯลฯ เป็นต้น
     

นอกจากนี้ ในช่วงระหว่างวันที่ 2-7 กรกฎาคมนี้ จะมีการจัดงานสำคัญของชาวเมืองปากน้ำโพ ได้แก่ งาน ฉลองวันแห่งเทพเจ้ากวนอู บริเวณศาลเจ้าแม่ (หน้าผา) โดยคณะกรรมการจัดงานประเพณีแห่เจ้าพ่อ-เจ้าแม่ปากน้ำโพ ประจำปี 2563-2564 เถ่านั้งปีที่ 105  ขอเชิญประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาร่วมกราบไหว้สักการะเจ้าพ่อกวนอูและองค์เทพทุกพระองค์ พร้อมร่วมเขียนคำอธิษฐานลงกระดาษมงคล ฝากดวงต่อองค์เจ้าพ่อกวนอู ให้ชีวิตมีแต่ความราบรื่น ความสุขสมปรารถนา แคล้วคลาดปลอดภัย โดยวันที่ 3 กรกฎาคม 2563 เป็นวันคล้ายวันเกิดเจ้าพ่อกวนอู และวันที่ 5 กรกฎาคม 2563 เชิญร่วมประมูลวัตถุมงคลเจ้าพ่อกวนอู
     

ภายในงานยังพบกับการยกเมืองจำลองบ้านจีนโบราณมาให้ได้เก็บภาพเป็นที่ระลึกในงานอีกด้วย พร้อมทั้งมีคาราวาน ฟู้ดทรัค ของกิน ของใช้จากโอท็อป และสินค้าราคาถูกมากมาย  
     

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลได้ที่สำนักงานนครสวรรค์และพิจิตร ได้ที่ ททท.สำนักงานนครสวรรค์ โทร.0-5622-1811-2 หรือติดตามผ่านทาง Facebook : TATNakhonsawan.Phichit


ต้องบอกว่า........ "เวทีล้มเจ้า" ที่ "ธรรมศาสตร์" คืนวาน "จัดหนัก-จัดเต็ม" ฮือฮากันไม่จบจนถึงตอนนี้ ถือว่า "จุดติด" แล้วใช่มั้ย?

สารพันวันประเทศ 'ฝีแตก'
ชนชั้น 'นิสิต-นักศึกษา'
เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ