สายใยกลมเกลียวหนึ่งเดียวในโลก ชวนเที่ยวประเพณีรับบัวเมืองปากน้ำ


เพิ่มเพื่อน    

(ประเพณีรับบัว กิจกรรมสำคัญประจำจังหวัดสมุทรปราการ)

ช่วงเทศกาลออกพรรษา เกือบทุกพื้นที่ในประเทศไทยมีงานประเพณีที่น่าสนใจแตกต่างกันออกไปตามแต่ละพื้นที่ เช่นเดียวกับที่สมุทรปราการ เมืองใหญ่ในเขตปริมณฑล ก็มีงานประเพณีรับบัวซึ่งจัดต่อเนื่องมายาวนาน มีความสวยงาม และสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก

(นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา)

 

นายอรรถพล วรรณกิจ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานฉะเชิงเทรา (รับผิดชอบพื้นที่เมืองฉะเชิงเทราและเมืองสมุทรปราการ) กล่าวว่า  ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา ขอเชิญชวนประชาชนไปร่วมชมงานประเพณีรับบัว ประจำปี 2563 ของชุมชนชาวมอญในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำในช่วงเทศกาลออกพรรษา โดยปีนี้จัดต่อเนื่อง 4 วัน ระหว่างวันที่ 28  กันยายน - วันที่  1  ตุลาคม 2563 ที่วัดบางพลีใหญ่ใน หรือวัดหลวงพ่อโต  ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

(เรือพาหนะในการรับบัวในประเพณีรับบัว)

สำหรับประเพณีรับบัว เป็นประเพณีเก่าแก่สืบทอดกันมาแต่โบราณของชาวอำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ตรงกับวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ประเพณีดังกล่าวเปรียบเสมือนเครื่องแสดงสายใยแห่งความกลมเกลียว อันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันเสมือนเพื่อน เสมือนญาติ ระหว่างชาวไทย ชาวลาว ชาวรามัญ ที่พำนักอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้บุญบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโตแห่งวัดบางพลีใหญ่

 

ทั้งนี้ ตามตำนานเล่าว่า มีพระพุทธรูป 3 องค์ลอยลงมาจากทางเหนือตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ได้แสดงอภินิหารลอยตามลำแม่น้ำ องค์หนึ่งลอยไปแม่น้ำท่าจีนประดิษฐานอยู่ที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จังหวัดสมุทรสงคราม คือ หลวงพ่อบ้านแหลม อีกองค์หนึ่งก็ลอยไปแม่น้ำบางปะกง  ประดิษฐานอยู่ที่วัดโสธรวรารามวรวิหาร จังหวัดฉะเชิงเทรา คือ หลวงพ่อโสธร และอีกองค์หนึ่งคือหลวงพ่อโต ก็ได้ลอยมาตามลำแม่น้ำเจ้าพระยา และเข้ามาในลำคลองสำโรง

(ประชาชนจากทั่วสารทิศมาร่วมประเพณีรับบัว)

ประชาชนที่พบเห็นต่างก็โจษจันกันไปทั่ว พร้อมกับได้ร่วมกันพยายามอาราธนาพระพุทธรูปขึ้นที่ปากคลองสำโรง แต่ไม่สำเร็จ  จนผู้มีปัญญาดีคนหนึ่งได้ให้ความเห็นว่าคงเป็นเพราะบุญญาอภินิหารของท่าน จึงควรจะเสี่ยงทายต่อแพผูกชะลอกับองค์ท่านแล้วใช้เรือพายฉุดท่านให้ลอยไปตามลำคลองสำโรง พร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานว่าหากท่านประสงค์จะขึ้นที่ใดก็ขอให้แสดงอภินิหารให้แพที่ลอยมาหยุด ณ บริเวณที่นั้น ครั้นเมื่อแพลอยมาถึงบริเวณหน้าวัดบางพลีใหญ่ใน แพที่ผูกชะลอองค์ท่านมาก็เกิดหยุดนิ่ง ชาวบ้านจึงพร้อมใจกันอาราธนาอัญเชิญองค์ท่านขึ้นจากน้ำ ประดิษฐานวัดบางพลีใหญ่ในเรื่อยมา

 

ผอ.ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรากล่าวต่อว่า สำหรับกิจกรรมภายในประเพณีรับบัว ในแต่ละวันมีกิจกรรมหลากหลายให้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ดีๆ แบบโบราณ โดยวันจันทร์ที่ 28 กันยายน ทำพิธีเปิดงานประเพณีรับบัว บริเวณปะรำพิธี วัดบางพลีใหญ่ใน พระอารามหลวง ตั้งแต่ช่วง 10.00 น. จากนั้นก็จะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้ามาร่วมงาน สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น

(บัวจำนวนมากในประเพณีรับบัว)

วันอังคารที่ 29 กันยายน ช่วงเช้า 08.00 น. เชิญชวนนักท่องเที่ยวและประชาชนมาร่วมพิธีแห่หลวงพ่อโตทางบก เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 ต้อนรับบรรยากาศยามเช้าด้วยการเชิญชวนไปร่วมพิธีตักบาตรพระทางเรือได้ในช่วงเวลา 06.30 น. บริเวณที่ว่าการอำเภอบางพลี โดยชาวบ้านสองฝั่งคลองจะโยนบัวลงเรือในขบวนแห่หลวงพ่อโต เป็นบรรยากาศความสุขที่สัมผัสได้จากงานนี้ทุกปี

 

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นวันปิดท้าย มีการแสดงให้ชมอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ 07.00 น. ชมการแสดงเพลงพื้นบ้านชาวสมุทรปราการ (เวทีหน้าอำเภอ) จากนั้นช่วง 08.00 น. ตื่นตากับขบวนเรือหลวงพ่อโตทางน้ำ และประกวดเรือประเภทต่างๆ จากศูนย์ราชการเทศบาลตำบลบางพลี ถึงวัดบางพลีใหญ่กลาง พร้อมการแสดงดนตรีไทย โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่ใน (เวทีหน้าอำเภอ) ต่อเนื่อง มอบของที่ระลึกแก่ผู้สนับสนุน ผู้ชนะการประกวดประเภทต่างๆ อำลากันด้วยกิจกรรมจัดการแข่งขันกินข้าวต้มมัด

 

“ททท.ขอให้ประชาชนทุกคนที่จะเดินทางเข้ามาร่วมงาน ร่วมมือกันสวมใส่หน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัด พกแอลกอฮอล์เจลติดตัวเพื่อล้างมือ และเว้นระยะห่างระหว่างอยู่ในสถานที่จัดงานด้วย เพื่อความปลอดภัยจากไวรัสโควิด-19 อีกด้วย

ผอ.ททท.สำนักงานฉะเชิงเทรากล่าวต่อว่า นอกจากนี้ หากมาเยือนจังหวัดสมุทรปราการแล้วควรไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ของจังหวัดด้วย เช่น “พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ” ประติมากรรมลอยตัวด้วยวิธีเคาะมือแห่งแรกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำจากโลหะทองแดง แผ่นเล็กสุดขนาดเท่าฝ่ามือนำมาเรียงต่อกันด้วยความประณีตนับแสนชิ้น ตัวช้างรวมอาคารมีความสูง 43.60 เมตร หรือสูงขนาดตึก 14-17 ชั้นโดยประมาณ

(เพดานอาคารเสมือนหลังคาโลกในพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ)

ภายในประกอบไปด้วยอาคารพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ แสดงวัตถุมีค่า เช่น ภาพวาดสีฝุ่นรูปจักรวาล พระพุทธรูปปางลีลา บริเวณท้องช้างปูด้วยไม้มะเกลือสีออกดำ และยังมีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการและโบราณวัตถุจำนวนมาก อาทิ พระพุทธรูป เทวรูปสมัยต่างๆ และเครื่องลายครามของจีน เป็นต้น

(วัดอโศการาม)

“วัดอโศการาม” วัดสำคัญแห่งจังหวัดสมุทรปราการ เป็นสถานที่ของผู้เลื่อมใสศรัทธาในธรรม พากันนุ่งขาวห่มขาวเดินจงกรมรอบพระธุตังคเจดีย์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ นอกจากนี้ภายในตัววัดยังมีต้นศรีมหาโพธิ์จากประเทศอินเดีย ลานอนุสาวรีย์พระเจ้าอโศกมหาราช และวิหารสุทธิธรรมรังสี ให้ได้เยี่ยมชมและสักการะ

(กิจกรรมปั่นจักรยานที่คุ้งบางกะเจ้า)

“สวนพฤกษชาติ ศรีนครเขื่อนขันธ์ (คุ้งบางกะเจ้า) และตลาดบางน้ำผึ้ง” แหล่งโอโซนขนาดใหญ่ราวๆ ประมาณ 12,000 ไร่ ที่ซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่สีเขียวของอำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ  มีสถานที่สำหรับการพักผ่อนและท่องเที่ยวมากมาย อาทิ เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ด้วยการปั่นจักรยาน บ้านธูปหอมสมุนไพร พิพิธภัณฑ์ปลากัดไทย บ้านลูกประคบธัญพืช จุดชมหิ่งห้อย โบราณสถานในวัดวาอาราม รวมถึงสวนป่าและสวนผลไม้

(ขนมไทยในตลาดบางน้ำผึ้ง)

โดยเฉพาะตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง มีสินค้าหลากหลาย ทั้งของกินของใช้มาจำหน่าย อาทิ ห่อหมกหมู ไก่สะเต๊ะ หอยทอดขนมครก และผลิตภัณฑ์ของชุมชน อาทิ ดอกไม้จากเกล็ดปลา ธูปสมุนไพร  สินค้า OTOP ของสมุทรปราการ นอกจากนี้ยังมีเรือพายให้เช่าเที่ยวชมบรรยากาศโดยรอบ โดยจะเปิดบริการวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.00-16.00 น.

(พระปรางค์เอนวัดสาขลา)

ต่อด้วย “ชุมชนบ้านสาขลา” อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ความพิเศษของที่นี่คือเป็นหมู่บ้านชาวประมงเก่าแก่  ริมปากอ่าวไทย มีความเป็นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย วัดสาขลา วัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง สำหรับไปสักการะหลวงพ่อโต และชมพระปรางค์เอนที่ไม่เหมือนใคร  

 

ภายในโบสถ์และวิหารมีความสวยงามสะดุดตา มีพิพิธภัณฑ์และห้องจัดแสดงที่ให้ความรู้ และยังมีคาเฟ่เล็กๆ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ กับการตกแต่งร้านสไตล์วินเทจ ที่เหมือนพาย้อนเวลากลับไปในวันวาน มีมุมน่ารักๆ ให้ถ่ายรูป และยังมีดาดฟ้าให้นั่งรับลมชมวิวกันไป

 

ทั้งนี้ สถานที่ท่องเที่ยวทุกแห่งยังมีมาตรการป้องกันทางด้านสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด โดยมีการตรวจวัดอุณหภูมิ การติดตั้งจุดล้างมือ การเว้นระยะห่าง ที่สำคัญ ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย เพื่อความปลอดภัย

(พระสังกัจจายน์มหาลาภ ที่วัดสาขลา)

 

ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานฉะเชิงเทรา รับผิดชอบพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราและสมุทรปราการ โทร. 0-3851-4009 และเฟซบุ๊ก TAT Chachoengsao

 

สรณะ รายงาน

 


"ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์"ถึงวันนี้ (๒๖ ต.ค.๖๓).......ประเมินสถานการณ์ผ่านแนวรบด้านถนนและด้านรัฐสภาแล้ว เป็นไงบ้างครับ?"ล้มเจ้า" สำเร็จแน่?

หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'
ถึงตา "ทอน-ปิยบุตร" แก้สนุ้ก
เสื้อเหลืองมาเพราะ ๓ นิ้วปลุก
เก่า 'ตะกายใหม่' ไทยโพสต์
'เจรจา'...จะ 'เจรจากับใคร'?