ครป.แถลงจี้ปรับครม.เปลี่ยนตัวรมต.สีเทา-แก้รธน.เลิกบทเฉพาะกาลสืบทอดอำนาจคสช.


เพิ่มเพื่อน    

23 มิ.ย.63 - คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) นำโดย รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ประธาน ครป. นายเมธา มาสขาว เลขาธิการ ครป. และนายกิตติชัย ใสสะอาด รองเลขาธิการ ครป. ได้ร่วมกันแถลงข้อเสนอต่อรัฐบาลในการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 

 รศ.ดร.พิชาย กล่าวเรียกร้องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปรับคณะรัฐมนตรีใหม่ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีชุดปัจจุบันไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคมและการเมืองได้ และไม่มีผลงานด้านการปฏิรูปใดๆ ที่เป็นรูปธรรม เพราะมันแต่ทำงานเอาหน้า แก่งแย่งผลประโยชน์ พยายามรวบอำนาจ และสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ ดังนั้นต้องปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีสีเทาที่มีชื่อเสียงและพฤติกรรมอื้อฉาวเรื่องการทุจริตประพฤติมิชอบ ปกปิดทรัพย์สิน และมีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และบุคคลที่ไร้ความสามารถออกจากตำแหน่งทุกคน จากนั้นแต่งตั้งบุคคลใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนโดยพิจารณาจากความสามารถ ความซื่อสัตย์ และการเสียสละต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง มิใช่แต่งตั้งตามจำนวนโควตาของพรรคการเมือง เพราะเป็นการเมืองแบบเก่า เป็น Old Normal ล้าหลังไม่ใช่แบบ New Normal  ที่นายกรัฐมนตรีพูดถึง โดยเฉพาะการเปลี่ยนรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ พลังงาน การเกษตร การศึกษา มหาดไทยและแรงงาน ที่ไม่มีผลงานออก และให้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทำงานที่คั่งค้างให้แล้วเสร็จก่อนวิกฤตจะตามมา 

ประธาน ครป. กล่าวว่า หลังจากนั้นรัฐบาลจะต้องผนึกกำลังทุกภาคส่วนของประเทศแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างจริงจัง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความปรองดองของคนในชาติ เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตความขัดแย้งในช่วงสิบปีที่ผ่านมาจะต้องทำให้ลดลง คืนความเป็นธรรมให้คนยากจนในสังคมไทยที่ถูกกระบวนการยุติธรรมเลือกปฏิบัติ เมื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งลดลงแล้วจะทำให้ประชาชนทุกกลุ่มไม่ถูกกีดกัน ไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เพื่อร่วมกันสร้างประเทศร่วมกันในอนาคต นอกจากนี้จะต้องยกเลิก พรก.ฉุกเฉินฯ เพราะในช่วงเวลา 29 วันไม่มีเชื้อโรคโควิดภายในประเทศแล้วตามหลักการระบาดวิทยา ดั้งนั้นการประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินจึงไม่จำเป็น และมีข้อครหาว่าใช้เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวทางการเมือง

นอกจากนี้ รัฐบาลและรัฐสภาโดยคณะกรรมาธิการฯ ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งมีข้อบกพร่องมากมายและใช้สืบทอดอำนาจคณะบุคคลเพื่อจะเป็นรัฐบาลต่อไป ผ่านกลไกรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาลและยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เงื่อนไขรัฐธรรมนูญเหล่านี้จะนำไปสู่วิกฤตการเมืองไม่จบสิ้นหากไม่แก้ไขหรือร่างขึ้นใหม่จากการมีส่วนร่วมของพลเมือง โดยกมธ.วิสามัญศึกษาหลักเกณฑ์วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สามารถที่จะเสนอให้มีการแก้ไขมาตรา 256 หมวดการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเสนอตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญที่มาจากการเลือกตั้ง (ส.ส.ร.) ขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญ หรือจะเสนอแก้ไขรายมาตราเพื่อเสนอต่อรัฐสภาไปพร้อมกันเลยก็ได้ 

"โดยต้องยกเลิกบทเฉพาะกาลที่สืบทอดอำนาจคณะรัฐประหารทั้งหมด รวมถึงการบัญญัติให้นายกรัฐมนตรีมาจากการโหวตร่วมของรัฐสภาในบทเฉพาะกาล ทำให้วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งมีอำนาจเลือกผู้บริหารประเทศโดยไม่ยึดโยงเจตจำนงค์ของประชาชนผ่านการเลือกตั้งผู้แทน โดยตนเห็นว่าต้องมีการยกเลิกวุฒิสภา (ส.ว.) ไปเลย โดยมีการจัดตั้งสภาพลเมือง หรือ สพ. เข้ามาทำงานทดแทนในรัฐสภา จากกลไกการกระจายอำนาจ

"โดยรัฐธรรมนูญใหม่ต้องมีการกระจายอำนาจตามแนวคิดจังหวัดจัดการตนเองภายใต้หลักการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชนในท้องถิ่น ยกเลิกระบบรัฐราชการรวมศูนย์ และออกกฎหมายการกระจายอำนาจการปกครอง โดยให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารเมืองโดยตรง และยกเลิกคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งไม่ทันสมัยตามบริบทการพัฒนาที่รุดหน้าไปตามเทคโนโลยี สำหรับการพัฒนาที่ขาดธรรมาภิบาล แก้ปัญหาได้โดยให้มีการประชามติทุกโครงการขนาดใหญ่ของรัฐ ในรัฐธรรมนูญไม่จำเป็นต้องเขียนหน้าที่และนโยบายรัฐทั้งหมด เพราะทำให้อุดมการณ์พรรคการเมืองและข้อเสนอทางนโยบายไร้ความหมาย อีกทั้งบริบทโลกและบริบทประเทศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การกำหนดหน้าที่และนโยบายแบบแข็งตัว (Rigid) จะไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง"ประธาน ครป. ระบุ

ขณะที่ นายเมธา กล่าวว่า ขณะนี้เป็นโอกาสของรัฐบาลในการปรับคณะรัฐมนตรีใหม่โดยเร็ว ในเวลาที่มีจำกัดเพื่อสร้างผลงานก่อนผลัดเปลี่ยนอำนาจใหม่ ก่อนที่วิกฤตและจลาจลจะตามมา ดังนั้น รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ 2/2 จะต้องแก้ปัญหาใหญ่ของประเทศให้ได้ คือการแก้ปัญหาเศรษฐกิจผูกขาด โดยให้มีการปฏิรูปโครงสร้างภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้า เพื่อนำไปสู่การออกกฎหมายการเก็บภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าเหมือนนานาอารยประเทศ ยกเลิกนโยบายส่งเสริมการลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การลดหย่อนภาษีเงินได้และการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพื่อส่งเสริมการลงทุนของกลุ่มทุนรายใหญ่ รวมถึงการปฏิรูปที่ดินทั้งระบบอย่างจริงจัง โดยไม่ปล่อยให้ที่ดินถูกครอบครองโดยไม่จำกัดจากผู้มีทุนทรัพย์มากกว่า โดยให้มีการจำกัดการถือครองที่ดินและไม่อนุญาตให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินตามกฎหมายส่งเสริมการลงทุน (BOI.) และการเช่าที่ดินระยะยาว 99 ปีตามกฎหมายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก (EEC.)

"ระหว่างนั้นให้รัฐบาลเร่งรัดให้มีการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 เพื่อหาทางออกให้ประเทศ แก้ไขปัญหาความขัดแย้งก่อนที่จะสายเกินแก้ โดยใช้รัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเป็น “สัญญาประชาคม” ในการร่วมกันพัฒนาประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤตต่างๆ ที่เกิดขึ้น และนำระบบการเลือกตั้งแบบผสมผสานควรกลับมาใช้ระบบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบเหมือนเดิม เพื่อให้ประชาชนเลือกคนที่รักและพรรคที่นโยบาย แยก ส.ส.เขตเลือกตั้ง กับ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรคออกไปให้เป็นระบบ" 

นายเมธา กล่าวว่ารัฐบาลจะต้องมีความจริงใจกับประชาชน ไม่ใช่นายกฯ ไปอีกทางรองนายกฯ ไปอีกทาง พล.อ.ประยุทธ์พูดเรื่องการผนึกทุกภาคส่วนร่วมวางอนาคตประเทศไทย ทำสัญญาประชาคมสร้างสังคม New Narmal ขณะที่พล.อ.ประวิตร เล่นปาหี่ทางการเมืองอยู่ทุกวันบอกประชาชนว่าจะไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่เช้าพูดอีกอย่างบ่ายพูดอีกอย่าง เล่นตลกเหมือนโกหกประชาชนรายวันเหมือนประชาชนไทยหลอกง่าย ไม่จริงใจในการทำงานการเมืองเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง 


"การที่พล.อ.ประวิตร รับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ณ ที่ทำการมูลนิธิป่ารอยต่อฯ สะท้อนโครงสร้างอำนาจหลายๆ อย่าง และนำมูลนิธิป่ารอยต่อสร้างเครือข่ายอำนาจใช่หรือไม่? ผมอยากให้ท่านได้นำหลักการ 7 ประการของนักการเมืองมาปรับใช้ ต้องมีความซื่อสัตย์และมีความจริงใจต่อประชาชน ไม่ใช่เล่นการเมืองแบบปาหี่เหมือนที่ผ่านมา พรรคพลังประชารัฐเป็นพรรคอันดับหนึ่งของรัฐบาล แต่หัวหน้าพรรคกับนายกฯ จะเล่นการเมืองคนละหน้าไม่ได้ เพราะจะเป็นการหลอกลวงประชาชน"นายเมธา กล่าว

นายกิตติชัย ใสสะอาด รองเลขาธิการ ครป. กล่าวว่า สังคมไทยต้องการมีอนาคตหลังโควิด แต่ไม่เห็นอนาคตของรัฐบาลที่จะทำงานให้ประเทศก้าวไปข้างหน้า เพื่อลดความขัดแย้งและสร้างความสามัคคีของคนในชาติได้แต่อย่างใด เรายังไม่เห็นรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับพลังงานพิทักษ์ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ในการดูแลสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน หรือรัฐมนตรีแรงงานที่จะปกป้องผลประโยชน์ ดูแลประชาชนและแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างเป็นรูปธรรม ประเทศไทยถึงจุดที่จะต้องเลือกว่าจะเป็นประเทศรัฐสวัสดิการหรือเป็นประเทศของนายทุน ซึ่งสังคมกำลังต้องการทิศทางในการดูแลประชาชน โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาที่กำลังยากลำบาก

ทั้งนี้การแถลงข่าวของ ครป.กล่ เป็นการแถลงข่าวในโอกาสครบ 88 ปีการอภิวัตน์ประชาธิปไตยในวันที่ `24 มิถุนายน 2475 ซึ่ง ครป.คาดหวังว่า บ้านเมืองไทยจะก้าวไปข้างหน้าด้วยการร่วมมือกันพัฒนาประชาธิปไตยทางการเมือง และการสร้างประชาธิปไตยทางเศรษฐกิจ ตามเจตนารมณ์ของคณะราษฎร


๑๔ ตุลา ๑๖ ๖ ตุลา ๑๙ พฤษภาทมิฬ ๓๕ ผมเห็นมาทุกม็อบ เข้าไปอยู่ในม็อบก็มี

เดิมพัน 'สุดท้าย' ของไอ้สัส
"ตำรวจ-อัยการ" ใครคุกก่อน?
ชังชาติโดยสันดาน
'ประยุทธ์' ชวนแก้รัฐธรรมนูญ
'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ