ซาอุดีอาระเบียห้ามต่างชาติเข้ามาทำฮัจญ์ปีนี้ จำกัดโควตาในประเทศแค่1,000คน


เพิ่มเพื่อน    

รัฐบาลซาอุดีอาระเบียประกาศจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมพิธีฮัจญ์ปีนี้ไว้ที่ประมาณ 1,000 ราย ซึ่งรวมถึงชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในซาอุฯ อยู่แล้ว โดยจะจัดสรรโควตาและคัดเลือกบุคคลที่เข้าตามเกณฑ์กำหนดต่อไป ขณะจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกทะลุ 9 ล้านรายแล้ว

    รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 23 มิถุนายน กล่าวว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียเพิ่งประกาศไว้เมื่อวันจันทร์ว่าจะจัดพิธีฮัจญ์อย่างจำกัดมากๆ ในปีนี้ โดยจะไม่อนุญาตให้ผู้แสวงบุญชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศมาประกอบพิธี เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา แต่ผู้แสวงบุญชาวต่างชาติที่อยู่ในประเทศอยู่แล้วจะได้รับอนุญาตให้ทำฮัจญ์ได้  ต่อมาแถลงการณ์ของรัฐมนตรีฮัจญ์ในวันอังคารระบุเพิ่มเติมว่า พิธีฮัจญ์นาน 5 วัน ซึ่งจะเริ่มต้นสิ้นเดือนกรกฎาคม จะอนุญาตให้มีผู้แสวงบุญจากหลากหลายสัญชาติประกอบพิธีได้ประมาณ 1,000 ราย

    "จำนวนผู้แสวงบุญจะอยู่ที่ประมาณ 1,000 ราย อาจน้อยกว่า หรือมากกว่านี้นิดหน่อย" โมฮัมหมัด เบนเทน รัฐมนตรีกระทรวงฮัจญ์ของซาอุดีอาระเบีย เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันอังคาร พร้อมกับเสริมว่ายังไงผู้เข้าร่วมพิธีปีนี้จะไม่ถึงระดับแสนหรือล้านคน

    เตาฟิก อัลราบียะห์ รัฐมนตรีสาธารณสุข กล่าวว่า ผู้แสวงบุญจะจำกัดเฉพาะผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปี และไม่มีอาการป่วยเรื้อรัง ผู้ที่เข้าร่วมพิธีจะต้องถูกตรวจเชื้อไวรัสโคโรนาก่อนเข้าสู่นครศักดิ์สิทธิ์มักกะฮ์ และจะต้องกักกันโรคที่บ้านหลังพิธีด้วย

    การจำกัดผู้ประกอบพิธีฮัจญ์ของซาอุดีอาระเบียในปีนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ที่ชาวมุสลิมจากทั่วโลกไม่ได้รับอนุญาตให้มาประกอบพิธีแสวงบุญประจำปีที่มักกะฮ์ ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ชาวมุสลิมที่มีความพร้อมทุกคนจะต้องปฏิบัติอย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต ปีที่แล้วมีชาวมุสลิมมาทำพิธีฮัจญ์ราว 2.5 ล้านคน

    เบนเทนยังไม่ระบุชัดเจนว่าจะคัดเลือกผู้ประกอบพิธีอย่างไร แต่บอกว่ารัฐบาลจะทำงานร่วมกับคณะทำงานทางการทูตชาติต่างๆ ในราชอาณาจักรเพื่อคัดเลือกผู้แสวงบุญชาวต่างชาติที่พำนักอยู่ในซาอุดีอาระเบียอยู่แล้วและเข้าเกณฑ์กำหนดด้านสุขภาพ

    รัฐบาลซาอุฯ ระงับเที่ยวบินระหว่างประเทศมาตั้งแต่เดือนมีนาคม และร้องขอชาวมุสลิมทั่วโลกระงับแผนการเดินทางมาทำฮัจญ์ไว้ก่อนจนกว่าจะแจ้งให้ทราบ หลังจากสั่งระงับการรับชาวต่างชาติทำพิธีอุมเราะห์แล้วก่อนหน้านี้

    เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมุสลิมมากที่สุดในโลก เป็นชาติแรกที่ไม่อนุญาตให้พลเมืองมาทำฮัจญ์ปีนี้ แล้วจากนั้นมาเลเซีย, เซเนกัล และสิงคโปร์ก็ประกาศในแบบเดียวกัน

    การตัดสินใจของรัฐบาลซาอุดีอาระเบียมีออกมาในช่วงที่จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในซาอุดีอาระเบียเพิ่มเป็นมากกว่า 161,000 รายแล้ว มากที่สุดในภูมิภาคอ่าวอาหรับ และมีผู้เสียชีวิตแล้วมากกว่า 1,300 คน กระนั้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียได้ยุติการบังคับใช้เคอร์ฟิวทั่วประเทศ และยกเลิกข้อจำกัดการดำเนินธุรกิจ รวมถึงโรงภาพยนตร์และสถานบันเทิงอื่นๆ

    จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมทั่วโลกมากกว่า 9 ล้านรายแล้วเมื่อวันจันทร์ โดยยอดล่าสุดตามการรวบรวมของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์เมื่อเย็นวันอังคารอยู่ที่ 9,108,670 ราย เสียชีวิต 472,703 ราย องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) แถลงที่นครเจนีวา แสดงความวิตกต่อจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นในลาตินอเมริกา โดยเฉพาะบราซิล

    ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการดับเบิลยูเอชโอ เผยด้วยว่า เมื่อวันอาทิตย์จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วโลกมีมากกว่า 183,000 ราย เป็นยอดติดเชื้อรายใหม่รายวันสูงสุดนับแต่โควิด-19 เริ่มแพร่ระบาดเมื่อเดือนธันวาคม

    สหรัฐมีผู้ติดเชื้อมากที่สุดในโลก 2,312,302 ราย เสียชีวิต 120,402 ราย ส่วนบราซิลติดเชื้อ 1,106,470 ราย เสียชีวิต 51,271 ราย.


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'