บันทึกหน้า4


เพิ่มเพื่อน    

30 วันต่อเนื่องแล้วที่ไม่มีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ภายในประเทศ แม้จะมีผู้ติดเชื้อรายใหม่ล่าสุด 1 ราย ก็เป็นผู้เดินทางกลับจากประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งอยู่ในสถานกักกันของรัฐ ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมมีทั้งสิ้น 3,157 คน เสียชีวิตคงที่ 58 ราย และรักษาหายแล้ว 3,026 ราย เหลือรักษาในโรงพยาบาลเพียง 73 คน ซึ่งต้องบอกว่าส่วนใหญ่ก็เป็น “เคส” รายใหม่ของบรรดาผู้เดินทางกลับจากต่างประเทศแทบทั้งสิ้น เรียกว่าถ้าลงลึกรายละเอียด นอกจากไม่มีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศแล้ว ผู้ป่วยที่ติดเชื้อในประเทศอาจกลับบ้านหมดแล้ว หรืออาจอยู่ต่ำกว่าระดับ 10 ก็เป็นได้...๐ จากตัวเลขที่ดีวันดีคืนนี่เองจึงทำให้มาตรการคลายล็อกเฟส 5 ที่แพลมออกมา โดยเฉพาะธุรกิจสีแดงทั้งหลายแหล่ อาจได้อานิสงส์ ได้เปิดดำเนินการในวันที่ 1 ก.ค. ก็เป็นได้ ไม่ว่าจะเป็นผับ-บาร์-คาราโอเกะ-ร้านเกม-ร้านอินเทอร์เน็ต รวมถึงโรงน้ำชาและอาบอบนวดด้วย โดยจะทำให้ “สนามกีฬา” ที่มีคนเข้าชมการแข่งขันเท่านั้นที่ยังไม่เปิดให้บริการ...๐ ส่วนเรื่องการเดินทางท่องเที่ยวระหว่างกันอย่าง “ทราเวลบับเบิล” นั้น “พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา” เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ก็ระบุว่า จะเกิดขึ้นได้เร็วที่สุดในเดือน ส.ค.นี้ เพราะยังต้องพิจารณาปัจจัยการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก!!!...๐ เรื่องนี้ อยากให้ลองใคร่ครวญ หรือพินิจพิเคราะห์เนื้อหาที่ “ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ” ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไวรัสวิทยา จากจุฬาฯ โพสต์ในเฟซบุ๊ก โดยนำตัวเลขล่าสุดของผู้ติดเชื้อมากระตุกให้คิดว่า การเปิดให้เดินทางเข้าประเทศนั้นต้องมีมาตรการมารองรับเพื่อให้ทุกคนอยู่ได้ และคนไทยก็อยู่ได้ด้วย...๐ หากมีใจเป็น “กลาง” โดยไม่มีการเมืองเข้าเส้นเลือดจริงๆ การคงพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินไว้ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ยิ่งได้ฟังเหตุผลของ “วิษณุ เครืองาม” รองนายกฯ ที่ได้หยิบยกถึง ความลักลั่นหากมีการยกเลิก พ.ร.ก.ตามคำเรียกร้องของฝ่ายแค้นฝ่ายค้าน ทั้งเรื่องอำนาจกักตัว สถานที่ที่ใช้กักตัว และ ค่าใช้จ่ายในการกักตัว 14 วัน ที่เฉลี่ยคนละกว่า 3 หมื่นบาท และค่ารักษาที่ตกหัวละประมาณกว่า 1 ล้านบาท ใครจะรับผิดชอบ ยังไม่นับรวมถึงเรื่อง “บุคลากร” ที่จะต้องเพิ่มขึ้นไม่รู้กี่เท่าตัวในการเข้ามาช่วยเหลือ สอดส่องดูแลจะทำอย่างไร ก็อยากให้บรรดา “ขาร้อง” ขาบอกให้ยกเลิกทั้งหลายช่วยคิดช่วยเสนอไอเดียหน่อย แต่อย่าบอกให้รัฐบาลกู้เงินเพิ่มเล่า เพราะมิเช่นนั้นมันจะเข้า ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเองนะจ๊ะ...๐ เข้าใจได้ว่า “รัฐบาล” เองก็หวาดผวากับปัญหาปากท้องที่กำลังกลายเป็นชนักปักหลังอยู่ ยิ่ง “คณะกรรมการนโยบายการเงิน” หรือ กนง. ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปี 2563 ลงเหลือ -8.1% จากเดิมคาด -5.3% พร้อมปรับลดคาดการณ์การส่งออกไทยในปีนี้ลงเหลือ -10.3% จากเดิมคาด -8.8% ต่ำแบบไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ยิ่งกว่ายุค “ต้มยำกุ้ง” เสียอีก จึงทำให้ “รัฐบาล” ต้องกัดฟันเรื่องดังกล่าว แต่ “ไอ้เรือง” อยากจะเตือนว่าการจับปลาสองมือนั้นไม่เคยได้ดี ยิ่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ อย่างนี้ยิ่งสุ่มเสี่ยงอย่างยิ่ง เพราะต้องไม่ลืมว่าสถานการณ์โควิด-19 ทั่วโลกนั้นยังไม่มีทีท่าว่าจะดีขึ้น มีแต่จะเกิดระลอกสองอยู่รอมร่อ การเลือก “ปากท้อง” มากกว่าความเป็นความตายอาจก่อให้เกิดปัญหาขึ้นแบบไปไม่กลับหลับไม่ตื่นก็เป็นได้...๐ หันมาเรื่องการเมืองกันบ้าง ต้องเรียกว่าเมื่อวันพุธที่ 24 มิ.ย. เป็นวันที่ไอ้ห้อยไอ้โหนโผล่มาทั้งใน โลกความเป็นจริง และโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็น “นักการเมืองไทย” หรือบรรดาผู้หนีคดีอยู่ต่างประเทศ ต่างพร้อมใจกันออกมาสรรเสริญเยินยอ “คณะราษฎร” และสาปส่งประเทศแบบเสียๆ หายๆ ทั้งที่คนบางคนก็ยังกินเงินเดือนภาษีของคนทั้งชาติอยู่ ไล่มาตั้งแต่ “จักรภพ เพ็ญแข” จนมาถึงบรรดาลูกหาบตัวเล็กอย่าง “อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด” หรือแม้กระทั่งหน้าใหม่อย่าง “เกศปรียา แก้วแสนเมือง” แห่งพรรคเพื่อชาติก็พาเหรดเดินหน้ากันมาถล่มชาติกันทั้งหมดทั้งสิ้น...๐ ก็ไม่รู้ว่าเป็นความเชื่อด้านเดียว หรือท่องเป็นนกแก้วนกขุนทอง งานนี้เลยอยากฝากให้ ไปดูกระจกอีกด้านอย่าง “ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ” หรือ "ดร.นิว" ที่โพสต์ในเรื่อง “ลัทธิรัฐธรรมนูญ” หรือแม้แต่ “อัษฎางค์ ยมนาค” นักประวัติศาสตร์ที่อรรถาธิบายในหัวข้อ “ประชาธิปไตยของใคร” หรือจะลองไปอ่าน “รศ.ดร.ธนชาติ นุ่มนนท์” ผู้อำนวยการสถาบันไอเอ็มซีที่ทิ้งท้ายในเฟซบุ๊กไว้น่าสนใจ ในวาทกรรม “สานต่อภารกิจคณะราษฎร” ว่าต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวังว่า ภารกิจคณะราษฎรไม่สำเร็จจริง หรือว่ามีอำนาจแล้วไม่ได้ตั้งใจทำ หรือคณะราษฎรเองก็ไม่มีภารกิจที่ชัดเจนว่าต้องทำอะไรบ้าง...๐


ก็น่าตกใจอยู่หรอก... จู่ๆ ทหารอเมริกันนับร้อยมานอนโรงแรมกลางกรุง แถมข่าวสารยังสับสน

'คำสั่งไม่ฟ้องของอัยการ'
บันทึกช่วย 'อัยการ-ตำรวจ' จำ
นิมิตหมายจาก 'ไฟในเมือง'
"บอส-เรดบูล" เมาหลังขับ?
ยิ่งกว่าสงครามเหลือง-แดง
'ข้อมูลใหม่กับคนเหนือดวง'