'ณัฐวุฒิ' ปล่อยคลิปบันทึกก่อนติดคุก ขอความกรุณาคนชิงชัง 'ให้พุ่งเป้ามาที่ผมเพียงคนเดียว ไม่ได้เกี่ยวกับครอบครัว ไม่ได้เกี่ยวกับลูกๆ'


เพิ่มเพื่อน    

26 มิ.ย.63 - เฟซบุ๊กเพจนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เผยแพร่คลิปวิดีโอของนายณัฐวุฒิ ซึ่งบันทึกไว้ก่อนถูกจำคุกจากคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมบ้านสี่เสาเทเวศร์ โดยนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ผมบันทึกเทปนี้วันที่ 25 มิ.ย. 2563 ถ้าท่านกำลังชมอยู่ หมายความว่าผมสูญสิ้นอิสรภาพจากคำพิพากษาศาลฎีกาคดีชุมนุมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ เหตุเกิดเมื่อเดือน ก.ค. ปี 2550 ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ของความขัดแย้งทางการเมือง มีเหตุการณ์ในลักษณะใกล้เคียงกันเป็นคดีอยู่ในศาลหลายคดีที่มีคำพิพากษาแล้ว 

เช่น กรณีของกลุ่มพันธมิตรฯ ปิดล้อมอาคารรัฐสภาเมื่อวันที่ 7 ต.ค. ปี 2551 เกิดการชุมนุมปิดล้อมตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเลยไปถึงช่วงค่ำ มีเหตุระเบิดจากรถยนต์ของผู้ชุมนุมคนหนึ่ง คดีดังกล่าวศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ อีกคดีกรณีกลุ่มพันธมิตรฯ ใช้คีมเหล็กตัดโซ่กุญแจประตูทำเนียบรัฐบาล บุกเข้าไปชุมนุมอยู่ภายในเป็นเวลาร่วม 6 เดือน เกิดสถานการณ์ต่างๆ ขึ้นมากมายในช่วงเวลานั้น คดีดังกล่าวศาลฎีกาพิพากษาจำคุกแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ 8 เดือน 

ส่วนคดีของผมในวันเกิดเหตุเราเดินขบวนจากท้องสนามหลวงไปชุมนุมปราศรัยหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุม มีการกระทบกระทั่ง บาดเจ็บทั้งสองฝ่าย ผลคำพิพากษาก็อย่างที่ปรากฏอยู่นี้ ผมเคารพในคำพิพากษาและพร้อมที่จะเผชิญกับความจริงอันเป็นผลจากคำพิพากษาในคดีนี้ เพราะทุกคดีความที่เกิดขึ้นจากการต่อสู้ทางการเมือง ผมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างนี้ตลอดมา ขอขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกความห่วงใย ของเพื่อนมิตรผู้ร่วมอุดมการณ์ พี่น้องประชาชนทั้งหลาย ผมได้รับครับ แล้วก็เป็นพลังให้ผมยังสู้ต่อจนเวลานี้ และจะสู้อย่างนี้ตลอดไป 

และขอส่งกำลังใจให้กับทุกคนที่ยังต่อสู้ ขอยืนเคียงข้างทุกพลังที่เดินหน้านำพาประเทศไปสู่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง พี่น้องที่ร่วมต่อสู้ทั้งหลาย อย่าได้เป็นทุกข์ อย่าได้เสียกำลังใจนะครับ 10 กว่าปีที่แล้ว นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ณ วันนั้นเป็นอย่างไร มาวันนี้ก็ยังเป็นคนเดิม และขอยืนยันว่าจะกลับมายืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนกับการต่อสู้ดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ผมจะรักษาสุขภาพกายสุขภาพใจให้เข้มแข็ง จะดูแลพี่ๆ ผู้อาวุโสทุกคนอย่างดีที่สุดเท่าที่ทำได้ เรายังมีกันและกันอยู่เสมอ วันนี้ไม่ใช่วันพ่ายแพ้ และผมจะไม่ยอมแพ้ 

สิ่งที่อยากจะฝากไว้กับพี่น้องประชาชน เพื่อนมิตร ผู้ร่วมอุดมการณ์ทุกคนมีสองสามเรื่องครับ เรื่องแรกคือ “โครงการด้วยรักและแบ่งปัน” ซึ่งเกิดขึ้นจากการระดมทุนรับบริจาคจากพี่น้องประชาชนจำนวนมาก เราได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนผู้ขาดแคลนไป 1,029 ทุน และจาก 1,029 ทุน ในโครงการ คัดเลือกมา 60 คน ตามหลักเกณฑ์และสนับสนุนการศึกษาให้ทุกเทอมจนจบปริญญาตรี ที่จบไปแล้ว ก็คัดเข้ามาเพิ่มจะมีลูกหลาน 60 คนเท่าเดิม และดูแลกันมาต่อเนื่องอย่างนี้ ผมสัญญาลูกหลานในโครงการว่าจะดูแลพวกเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น 

ดังนั้น ในช่วงเวลาที่ผมไม่สามารถจะอยู่ระดมทุนหรือจัดกิจกรรมหาทุนใดๆ ในโครงการได้ ขอความกรุณาทุกท่านที่สละทุนทรัพย์ได้โดยไม่เดือดร้อน สนับสนุนโครงการด้วยรักและแบ่งปัน ให้ลูกหลานผู้ขาดแคลนของพวกเรามีโอกาสทางการศึกษาต่อไป ผมยืนยันด้วยเกียรติยศว่าทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านสนับสนุน จะเป็นค่าใช้จ่ายทุนการศึกษาของลูกหลานในโครงการเท่านั้น

ส่วนเรื่องภารกิจการต่อสู้ทางการเมือง ที่จริงหลังการยึดอำนาจ ผมมากมายด้วยข้อจำกัด แทบจะไม่สามารถเคลื่อนไหวอะไรได้อยู่แล้ว แต่ก็พยายามทำเท่าที่สามารถดำเนินการได้ ขอยืนหยัดเคียงข้างทุกคนทุกคณะที่ยึดมั่นหลักการประชาธิปไตย แม้ตัวจะไม่ได้อยู่ด้วย แต่ใจผมอยู่กับทุกท่าน ส่วนอีกเรื่องคือตลอดเวลาของการต่อสู้ทางการเมืองของผม ย่อมมีทั้งคนที่เห็นด้วยและคนที่เห็นต่าง ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมได้กระทำไปเป็นความรับผิดชอบของผมโดยลำพัง ไม่ได้เกี่ยวกับครอบครัว ลูกๆ ของผมแต่อย่างใดไม่ ถ้าหากพี่น้องประชาชนที่เห็นด้วยและสนับสนุนร่วมต่อสู้ด้วยกันมาตลอด ขอฝากลูกๆ ของผมสองคนไว้ให้ท่านได้ถนอมรัก ให้ความเมตตาเอ็นดูในวันที่ผมไม่ได้อยู่ด้วย 

สำหรับคนที่เห็นต่าง และความเห็นต่างนั้นอาจจะนำมาซึ่งความชิงชัง หรือความประสงค์จะเหยียบย้ำซ้ำเติมชะตากรรมนี้ ขอความกรุณาให้พุ่งเป้ามาที่ผมเพียงคนเดียว ไม่ได้เกี่ยวกับครอบครัว ไม่ได้เกี่ยวกับลูกๆ ของผมแต่อย่างใด ไม่ชอบใจไม่พึงพอใจอย่างไรแล้ว ผมน้อมรับ และผมไม่ได้เสียใจกับการออกมายืนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ตรงกันข้ามผมกลับภาคภูมิใจที่ได้ยืนเคียงข้างประชาชน และยืนยันหลักการที่ถูกต้องตั้งแต่วันแรกจนถึงวันปัจจุบัน 

ผมยังยืนยันหลักการเดิมอย่างนี้เสมอครับ ตลอดเวลาในการต่อสู้ของผม ยังสามารถสบตาพี่น้องประชาชนผู้ร่วมอุดมการณ์ได้ตลอดเวลา ยังมองหน้าตัวเองในกระจกได้ทุกวันโดยไม่รู้สึกกระดากอาย เพราะมั่นใจว่าไม่เคยเบียดบังผลประโยชน์ ทรัพย์สิน ชีวิต และอิสรภาพของประชาชน ขอขอบคุณทุกคนทุกท่านอีกครั้ง เมื่อครบวาระตามคำพิพากษา ผมจะกลับมา และสัญญาว่าจะกลับมาแบบแข็งแกร่งกว่าเดิม.


"...ขอแสดงความยินดีกับบัณฑิตใหม่ทุกคนค่ะ ขอให้ประสบความสุขความสำเร็จในชีวิตค่ะ ส่งผ่านความภาคภูมิใจไปถึงบัณฑิตทุกคนและครอบครัวนะคะ..."

ความจริงจากเยอรมัน
'สรรพรส-สรรพเรื่อง' (เละๆ)
เมื่อคืนของ 'ประธานชวน'
นายกฯ ชัดแล้ว...ฝ่ายค้านล่ะ?
หน้า 'สัปปายรัฐสภาสถาน'
ในแผ่นดิน 'รัชกาลที่ ๑๐'